การจดทะเบียนโอนชำระค่าหุ้น
 

ความหมาย

การโอนชำระค่าหุ้น คือการที่ผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนก็ดี  ในบริษัทก็ดี  ได้นำเอาทรัพย์สินโอนเป็นการลงหุ้น  หรือใช้ค่าหุ้นโดยตีราคาทรัพย์สินที่โอนว่าได้ลงหุ้น หรือได้ใช้ค่าหุ้นไปแล้วเท่าใด

 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๒๖, ๑๐๓๐,๑๑๐๘, ๑๑๑๙, ๑๒๒๑

 ประเภทการจดทะเบียน 

          -  โอนชำระค่าหุ้น  หมายถึง การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อการลงหุ้นหรือชำระค่าหุ้นไปทั้งแปลง  โดยหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินจะมีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์คนเดียวหรือหลายคนก็ได้   แต่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนก็ดีหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทก็ดีจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ของตนเป็นการลงหุ้นหรือชำระค่าหุ้นพร้อมกันทั้งแปลงไปยังหุ้นส่วนหรือบริษัทผู้รับโอน

          -  โอนชำระค่าหุ้นเฉพาะส่วน  หมายถึง  การจดทะเบียนที่หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์หลายคน  ผู้ถือกรรมสิทธิ์ไม่ว่าจะเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนก็ดี  หรือผู้ถือหุ้นในบริษัทก็ดี เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับบุคคลอื่นในที่ดินแปลงดังกล่าว  ประสงค์ที่จะโอนเฉพาะส่วนของตนให้แก่ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทแล้วแต่กรณีเพื่อเป็นการลงหุ้นหรือชำระค่าหุ้น

          แบ่งโอนชำระค่าหุ้น  หมายถึง  การจดทะเบียนที่ผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน  หรือผู้ถือหุ้นในบริษัท ได้ขอแบ่งแยกที่ดินของตนและโอนชำระค่าหุ้นให้แก่ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทแล้วแต่กรณี  โดยโฉนดที่ดินที่ออกใหม่ออกเป็นชื่อของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท วิธีดำเนินการจดทะเบียนเหมือนกับการจดทะเบียนแบ่งให้หรือแบ่งขาย

 สาระสำคัญ

          -  การโอนชำระค่าหุ้น สิ่งที่นำมาลงหุ้นอาจเป็นเงิน ทรัพย์สินอย่างอื่น หรือแรงงานก็ได้  ยกเว้นกรณีผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด จะลงทุนด้วยแรงงานไม่ได้  (... มาตรา ๑๐๒๖, ๑๐๘๓)

          -  ผู้ถือหุ้นในบริษัท โดยปกติต้องชำระค่าหุ้นด้วยเงิน แต่มีข้อยกเว้นพิเศษในกรณีที่บริษัทออกหุ้นเพื่อแทนคุณแรงงาน หรือแลกเปลี่ยนกับทรัพย์อื่น  (... มาตรา ๑๑๑๙, ๑๑๐๘(), ๑๒๒๑)   

          -  การก่อตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ได้มีผู้ถือหุ้นนิยมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นการชำระค่าหุ้นซึ่งการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมดังกล่าวให้ใช้ชื่อประเภทว่า ”โอนชำระค่าหุ้น”  โดยวิธีการดำเนินการทางทะเบียน  และตัวอย่างคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (..บันทึกข้อตกลงและสารบัญจดทะเบียน  รายละเอียดปรากฏตามหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๐๘/ว ๔๐๘๐ ลงวันที่  ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓  เรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อชำระค่าหุ้น

แนวทางวินิจฉัยที่สำคัญเกี่ยวกับการโอนชำระค่าหุ้น

         นาย ข. และนาย ซ. ได้จดทะเบียนชำระค่าหุ้นให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘  ต่อมาได้มีการเลิกห้างฯ  นาย ข. เป็นผู้ชำระบัญชี ประสงค์จะโอนที่ดินคืนแก่เจ้าของเดิม แต่ที่ดินถูกเวนคืนตาม พ...เวนคืนฯ  ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๑๖  การจดทะเบียนชำระค่าหุ้นภายหลัง พ...เวนคืนฯ มีผลบังคับใช้ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะต้องดำเนินการเพิกถอน

-  นาย พ. และผู้เริ่มก่อการคนอื่น ๆ เป็นผู้ออกเงินซื้อที่ดินและในการโอนที่ดินให้แก่บริษัทฯ เป็นการโอนที่ดินเพื่อชำระค่าหุ้นของนาย พ. และผู้เริ่มก่อการที่ออกเงินซื้อที่ดิน  ก็ย่อมถือได้ว่าเป็นการซื้อและโอนชำระค่าหุ้นแทนผู้เริ่มก่อการคนอื่น ๆ ด้วย ชอบที่จะจดทะเบียนประเภท  ”โอนชำระค่าหุ้น”

 

คำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้อง

             คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๔/๒๕๑๒  นำที่พิพาทมีโฉนดมาลงหุ้น แม้ไม่จดทะเบียนโอนก็ตกเป็นทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนนั้น

         คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๓๗๒/๒๕๒๘  พระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา ๑๐๒ บัญญัติยกเว้นเฉพาะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๔๑, ๓๔๒ นั้น ย่อมหักกลบลบกันได้ในกรณีที่ลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ ไม่รวมถึงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๑๙  ซึ่งบัญญัติห้ามเด็ดขาดมิให้ผู้ถือหุ้นหักหนี้กับบริษัท ดังนั้น ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทลูกหนี้(จำเลย) จึงจะขอหักหนี้ค่าพิมพ์หนังสือที่บริษัทลูกหนี้ (จำเลย) เป็นหนี้อยู่ กับหนี้ค่าหุ้นที่ผู้ร้องค้างชำระบริษัทลูกหนี้ (จำเลย) ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา ๑๐๒ หาได้ไม่

            คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๑๙๓/๒๕๓๓  ผู้เป็นหุ้นส่วนนำที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมีโฉนดมาลงทุนเข้าหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดซึ่งยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด จึงไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคล เพียงแต่ถือว่าเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ  กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทตกเป็นของห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวตั้งแต่เวลาที่นำมาลงทุนแล้ว  แม้จะไม่มีการจดทะเบียนโอนโฉนดที่ดินพิพาทนั้นก็ตาม  ความเกี่ยวพันระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนกับห้าง ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา ๑๐๓๐ นั้น  เป็นเรื่องเกี่ยวกับการส่งมอบตัวทรัพย์ มิได้เกี่ยวกับเรื่องกรรมสิทธิ์

            คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๙๔/๒๕๓๖  การที่ผู้คัดค้านทั้งห้าได้ตกลงนำที่ดินและตึกแถวมาลงหุ้นกันตั้งแต่ห้างหุ้นส่วนจำกัดลูกหนี้ที่ ๑ ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด  ซึ่งลูกหนี้ที่ ๑  ยังไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคลนั้น  ถือว่าขณะนั้นลูกหนี้ที่ ๑ เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๗๙ แล้ว  เมื่อผู้คัดค้านทั้งห้านำที่ดินและตึกแถวมาลงหุ้น กรรมสิทธิ์ในที่ดินและตึกแถวจึงตกเป็นของลูกหนี้ที่ ๑  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา   แม้ผู้คัดค้านทั้งห้าจะไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกหนี้ที่ ๑  เมื่อลูกหนี้ที่ ๑ เป็นนิติบุคคลแล้วก็ตาม  ก็ไม่ทำให้ที่ดินและตึกแถวไม่เป็นของลูกหนี้ที่ ๑ ไปได้ ส่วนมาตรา ๑๐๓๐  ที่ว่าความเกี่ยวพันระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนกับห้างหุ้นส่วนในเรื่องส่งมอบ ให้บังคับตามบทบัญญัติว่าด้วยการซื้อขายนั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับการส่งมอบตัวทรัพย์หาได้บัญญัติเกี่ยวกับเรื่องกรรมสิทธิ์ไม่  ดังนั้น  ในระหว่าง    ผู้คัดค้านทั้งห้ากับลูกหนี้ที่ ๑ ต้องถือว่ากรรมสิทธิ์ที่ดินและตึกแถวได้ตกเป็นของลูกหนี้ที่ ๑ ตั้งแต่เวลาที่นำมาลงหุ้นแล้ว

          คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๐๖/๒๕๓๖  โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์กับ ป. แต่งงานอยู่กินเป็นสามีภรรยากันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ระหว่างอยู่กินเป็นสามีภรรยาทั้งโจทก์และ ป. ต่างมีทรัพย์สินมาลงหุ้นส่วนกัน  โจทก์กับ ป. จึงเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน เมื่อ ป. ถึงแก่ความตาย หุ้นส่วนระหว่างโจทก์กับ ป. จึงเลิกกันและขณะที่ ป. ถึงแก่ความตายมีทรัพย์สินของหุ้นส่วนหลายรายการ รวมทั้งบ้านและที่ดินพิพาทด้วย จำเลยให้การเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า  โจทก์ไม่มีทรัพย์สินใดแม้แต่แรงงานมาลงหุ้นกับ ป. ในลักษณะของสัญญาหุ้นส่วน  โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องโดยอาศัยสัญญาการเข้าเป็นหุ้นส่วนได้  ทรัพย์สินตามฟ้องล้วนเป็นทรัพย์สินที่ ป. มีมาก่อนอยู่กินกับโจทก์  ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันระหว่างโจทก์กับ ป. ศาลชั้นต้นจึงกำหนดเป็นประเด็นพิพาทว่าทรัพย์สินพิพาทเป็นหุ้นส่วนระหว่างโจทก์กับ ป. หรือไม่เพียงใด   เช่นนี้เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยเป็นผู้ออกเงินซื้อบ้านและที่ดินพิพาทให้แก่ ป. บ้านและที่ดินพิพาทไม่ใช่ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันระหว่างโจทก์กับ ป. โจทก์จะยกปัญหาที่ว่าจำเลยซื้อบ้านและที่ดินพิพาทโดยเจตนาให้เป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างโจทก์กับ ป. ขึ้นอ้างในชั้นฎีกาไม่ได้  เพราะมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์  ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ วรรคแรก

          คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๕๓๐/๒๕๓๘  ตามสัญญาร่วมลงทุนระหว่างโจทก์จำเลยระบุว่า การร่วมลงทุนและการดำเนินกิจการจะขาดทุนหรือกำไร ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะรับผิดชอบร่วมกันคนละครึ่ง และการชำระเงินค่าที่ดินตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินให้เป็นไปตามสัญญาร่วมลงทุนฉบับนี้   ซึ่งหมายถึงให้ฝ่ายโจทก์จำเลยชำระคนละครึ่ง  แสดงว่าทั้งโจทก์และจำเลยต่างให้สัญญาซึ่งกันและกันว่าต่างฝ่ายจะลงหุ้นโดยชำระเงินค่า ที่ดินตามสัญญาจะซื้อจะขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการฝ่ายละครึ่ง ถือได้ว่าเป็นสัญญาเข้าหุ้นส่วนกัน  ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดมาลงหุ้นด้วยในห้างหุ้นส่วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๒๖ แล้ว แม้ฝ่ายหนึ่งจะไม่ส่งเงินหรือทรัพย์สินตามที่ตกลงกันมาลงหุ้น  ก็ไม่ทำให้สัญญาเข้าหุ้นส่วนเสียไป สัญญาร่วมลงทุนระหว่างโจทก์จำเลย จึงไม่ขัดต่อมาตรา ๑๐๒๖

         คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๗๔๐–๓๗๔๑/๒๕๔๒  โจทก์จำเลยลงหุ้นโดยนำที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างกันมาให้ใช้ในกิจการของห้างหุ้นส่วนที่โจทก์จำเลยเข้ากันเป็นห้างหุ้นส่วนนั้น  จำเลยกับโจทก์จึงยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินดังกล่าวตามมาตรา ๑๓๖๑ วรรคหนึ่ง ที่แต่ละคนสามารถจำหน่ายส่วนของตนหรือจำนองหรือก่อให้เกิดภาระติดพันก็ได้  การที่จำเลยจำหน่ายกรรมสิทธิ์ในที่ดินเฉพาะส่วนของตน จึงเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ ทั้งไม่อาจถือได้ว่าเป็นการชักนำบุคคลอื่นเข้ามาเป็นหุ้นส่วนโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกัน การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการผิดสัญญาหุ้นส่วน

          คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๓๕๙/๒๕๔๔  การส่งใช้เงินค่าหุ้นมาตรา ๑๑๑๙, ๑๑๒๐ และมาตรา ๑๑๒๑ กำหนดให้ต้องส่งใช้เป็นเงินเท่านั้น  โดยกรรมการของบริษัทจะเป็นผู้เรียกเก็บเงินค่าหุ้นตามวิธีการบอกกล่าวล่วงหน้าด้วยจดหมายส่งลงทะเบียนไปรษณีย์  เมื่อบริษัทจำเลยมิได้มีจดหมายส่งลงทะเบียนบอกกล่าวเก็บเงินค่าหุ้นไปยังผู้ร้องหรือผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ และหากจำเลยมีการตกลงขอให้ผู้ร้องชำระค่าหุ้นที่เหลือเป็นวัสดุก่อสร้างแทนการชำระเงินแล้ว ก็จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมตั้งบริษัท  ข้อตกลงที่ผู้ร้องอ้างจึงไม่มีผลผูกพันจำเลย    ผู้ร้องต้องชำระค่าหุ้นที่ค้างชำระตามที่ปรากฏในบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลยซึ่งมาตรา ๑๐๒๔  ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นพยานหลักฐานอันถูกต้องตามข้อความที่ได้บันทึกไว้นั้นทุกประการ

 

ค่าธรรมเนียม

          การจดทะเบียนโอนชำระค่าหุ้น  เป็นการจดทะเบียนประเภทมีทุนทรัพย์เรียกค่าธรรมเนียมจดทะเบียน ร้อยละ ๒  ของราคาประเมินทุนทรัพย์ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๗ (..๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน  พ..๒๔๙๗ ข้อ ๒ () ()

 

ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย   

          การจดทะเบียนโอนชำระค่าหุ้น  ถือเป็นการขายซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา ๓๙ แห่งประมวลรัษฎากร  ในการจัดเก็บภาษีเงินได้ให้ปฏิบัติตามนัยระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการรับชำระและนำส่งภาษีอากรจากการขายอสังหาริมทรัพย์  พ.. ๒๕๔๒   โดยเรียกเก็บจากราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายที่ดิน

ค่าอากรแสตมป์

          บันทึกข้อตกลงในการโอนที่ดินเพื่อชำระค่าหุ้นที่เจ้าพนักงานที่ดินได้รับจดทะเบียนเข้าลักษณะเป็นใบรับ  สำหรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ในเมื่อนิติกรรมเป็นเหตุให้ออกใบรับนั้นมีการจดทะเบียนตามกฎหมาย  ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามลักษณะแห่งตราสาร ๒๘ ( แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์  ค่าอากรแสตมป์ที่ชำระเป็นตัวเงินให้คำนวณในอัตราตั้งแต่ ๒๐๐ บาทขึ้นไป ทุก ๒๐๐ บาท หรือเศษของ ๒๐๐ บาท ต่อ ๑ บาท (อัตราร้อยละ ๐.๕๐ ของจำนวนทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม หรือราคาประเมินทุนทรัพย์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายที่ดินอย่างใดสูงกว่า)   (หนังสือกรมสรรพากร ด่วน  ที่ กค ๐๘๐๔/๑๑๔๑ ลงวันที่ ๒๓ มกราคม  ๒๕๑๓  เวียนโดยหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๐๘/ว๔๐๘๐  ลงวันที่  ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓  และหนังสือกรมที่ดิน ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๗๑๐/ว ๒๐๖๒๗  ลงวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๓๔)

 ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ

             การจดทะเบียนชำระค่าหุ้นถือเป็นการขายตามมาตรา ๙๑/() แห่งประมวลรัษฎากร  และหากเข้าลักษณะเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรตามมาตรา ๙๑/(แห่งประมวลรัษฎากร ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตราร้อยละ ๓.๐ ของรายรับ  (ตามมาตรา ๙๑/() แห่งประมวลรัษฎากร)  และคำนวณภาษีเพิ่มอีกร้อยละ  ๑๐  ของภาษีธุรกิจเฉพาะ  (ตามกฎหมายว่าด้วยรายได้ส่วนท้องถิ่น)       รวมเป็นภาษีธุรกิจเฉพาะที่ต้องเสียทั้งสิ้นร้อยละ ๓.๓ ของรายรับ  (คำนวณจากจำนวนทุนทรัพย์ในการ   จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม หรือราคาประเมินทุนทรัพย์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายที่ดิน  อย่างใดสูงกว่า)   กรณีที่ได้มีการเรียกเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะเนื่องจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวแล้ว  ใบรับสำหรับจำนวนเงินที่ผู้รับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ ตามลักษณะแห่งตราสาร ๒๘ ( แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์  (ทั้งนี้ให้ถือปฏิบัติตามหนังสือกรมสรรพากร ด่วนที่สุด ที่ กค ๐๘๑๑/๐๐๐๘๑  ลงวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๔๒  เวียนโดยหนังสือกรมที่ดิน ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๗๑๐/ว ๐๐๙๐๕  ลงวันที่  ๑๑  มกราคม ๒๕๔๒   และหนังสือกรมสรรพากร ด่วนที่สุด ที่ กค ๐๘๑๑/๐๑๔๓๕    ลงวันที่  ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒  เวียนโดยหนังสือกรมที่ดิน ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๗๑๐/ว ๐๖๒๓๓  ลงวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒  เรื่อง  จัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากรซึ่งกรมที่ดินเรียกเก็บเพื่อกรมสรรพากร และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการรับชำระและนำส่งภาษีอากรจากการขายอสังหาริมทรัพย์ พ.. ๒๕๔๒)

 

ส่วนมาตรฐานการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน
เมษายน ๒๕๔๘

 

กลับหน้าหลัก