ความหมาย

กฎหมายและคำสั่ง

ประเภทการจดทะเบียน

สาระสำคัญ

แนวทางการวินิจฉัย

คำพิพากษาฎีกา

ค่าธรรมเนียม

การจดทะเบียนแลกเปลี่ยน

  

ความหมาย

แลกเปลี่ยน  คือ  สัญญาซึ่งคู่กรณีต่างโอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้กันและกัน บางครั้งคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งในสัญญาแลกเปลี่ยนอาจตกลงจะโอนเงินเพิ่มเข้ากับทรัพย์สินที่แลกเปลี่ยนให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งก็ได้  ในเมื่อทรัพย์สินของอีกฝ่ายหนึ่งตีราคาได้ต่ำกว่าทรัพย์สินที่แลกเปลี่ยนของอีกฝ่ายหนึ่ง  ทั้งนี้  เพื่อให้ได้ราคาเท่ากัน

 

กฎหมายและคำสั่งที่เกี่ยวข้อง

-   ...มาตรา ๕๑๘– ๕๒๐

-   คำสั่งกรมที่ดินที่ ๖/๒๔๘๖  ลงวันที่  ๑๒ พฤศจิกายน  ๒๔๘๖

-   คำสั่งกรมที่ดินที่ ๕/๒๕๐๑  ลงวันที่  ๓๐ มีนาคม  ๒๕๐๑

 

ประเภทการจดทะเบียน

.  แลกเปลี่ยน  หมายความว่า  หนังสือแสดงสิทธิมีชื่อเจ้าของคนเดียวหรือหลายคนแลกเปลี่ยนกับหนังสือแสดงสิทธิของอีกฝ่ายหนึ่ง  ที่มีชื่อคนเดียวหรือหลายคนเป็นเจ้าของ โดยแลกเปลี่ยนกันทั้งแปลงไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่ง

.  แลกเปลี่ยนเฉพาะส่วน หมายความว่า หนังสือแสดงสิทธิที่มีชื่อเจ้าของหลายคนเฉพาะส่วนของคนใดคนหนึ่งหรือหลายคนแต่ไม่ทุกคนหรือเฉพาะส่วนเพียงบางส่วนแลกเปลี่ยนกับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินของอีกฝ่ายหนึ่งที่มีชื่อคนเดียวหรือหลายคนเป็นเจ้าของ  โดยแลกเปลี่ยนเฉพาะส่วนของฝ่ายหนึ่งกับเฉพาะส่วนหรือเต็มทั้งแปลงของอีกฝ่ายหนึ่ง  หรือบางส่วนของอีกฝ่ายหนึ่งก็ได้

 

สาระสำคัญ

- ลักษณะของสัญญาแลกเปลี่ยนคล้ายคลึงกับสัญญาซื้อขายกล่าวคือเป็นสัญญาต่างตอบแทน  และเป็นเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน  แตกต่างกับสัญญาซื้อขายกล่าวคือแทนที่ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์จะชำระราคาตอบแทนให้ กลับต้องโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินอีกอย่างให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง

    -  แลกเปลี่ยนคือสัญญาซึ่งคู่กรณีต่างโอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่กันและกัน  (...มาตรา ๕๑๘)

  -  คู่สัญญาแลกเปลี่ยนต่างผลัดกันเป็นผู้ซื้อและผู้ขายในทรัพย์สินที่ตนได้รับ  และให้นำบทบัญญัติในเรื่องการซื้อขายมาใช้โดยอนุโลม  เช่น  เรื่องแบบของสัญญา  การส่งมอบการโอนกรรมสิทธิ์  ความรับผิดชอบ  เพื่อการชำรุดบกพร่อง เป็นต้น (...มาตรา ๕๑๙)

-   สัญญาแลกเปลี่ยนตามบทบัญญัติของกฎหมายมีอยู่  ๒ ประการ  คือ

()  สัญญาแลกเปลี่ยนธรรมดา  กล่าวคือ  คู่กรณีต่างโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินซึ่งมิใช่เงินอันเป็นราคาของให้แก่กัน

()  สัญญาแลกเปลี่ยนซึ่งคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งในสัญญาได้ตกลงจะโอนเงินเพิ่มเข้ากับทรัพย์สินอื่นให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง (...มาตรา ๕๒๐)

           -  การแลกเปลี่ยนที่ดินต่างเขตจังหวัดหรือต่างเขตอำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่  ให้ถือปฏิบัติดังนี้

   ข้อ ๑  กรณีแลกเปลี่ยนที่ดินต่างเขตสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินสาขา

             ()  ให้คู่กรณียื่นคำขอ  (..)  ต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินแห่งใดแห่งหนึ่ง  ซึ่งที่ดินของคู่กรณีฝ่ายใด  ฝ่ายหนึ่งตั้งในเขตอำนาจ

              ()  ให้เจ้าพนักงานที่ดินผู้รับคำขอ  ทำสัญญาแลกเปลี่ยนโดยลง วัน เดือน ปี ลงลายมือชื่อคู่สัญญาและเซ็นชื่อเจ้าพนักงานที่ดินไว้ให้เสร็จ  แต่รอการจดทะเบียนไว้ก่อน  แล้วส่งคำขอพร้อมทั้งหนังสือสัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้องซึ่งดำเนินเรื่องเสร็จแล้วไปให้   เจ้าพนักงานที่ดินซึ่งที่ดินของอีกฝ่ายหนึ่งตั้งอยู่ในเขตอำนาจเพื่อตรวจสอบหลักฐาน

            ()  เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินซึ่งได้รับคำขอไว้ตาม () ตรวจสอบหลักฐานที่ดิน  ถ้ามีการขัดข้องก็ให้แจ้งเหตุขัดข้องไปยังเจ้าพนักงานที่ดินซึ่งรับดำเนินการชั้นต้น  เพื่อที่จะเลิกการจดทะเบียนหรือแก้ไขการขัดข้องแล้วแต่กรณี  ถ้าไม่มีการขัดข้องก็ให้ลงนามเจ้าพนักงานที่ดินในสัญญาแลกเปลี่ยนที่ดินและในคำขอ ท..๑ และจดทะเบียนประเภทแลกเปลี่ยนที่ดิน แล้วส่งเรื่องคืนไปให้เจ้าพนักงานที่ดินในท้องที่ซึ่งรับคำขอไว้ชั้นต้นดำเนินการจดทะเบียนตามที่ได้รอไว้ เมื่อจดทะเบียนแล้วจึงจะถือได้ว่าการแลกเปลี่ยนที่ดินนั้นมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ถ้ามีข้อขัดข้องที่จะทำการจดทะเบียนโอนแลกเปลี่ยนที่ดินให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้  ก็ให้หมายเหตุขัดข้องไว้ในสัญญาแลกเปลี่ยน  แล้วแจ้งให้คู่กรณีและเจ้าพนักงานที่ดินฝ่ายที่ได้จดทะเบียนไปแล้วทราบเพื่อทำการเพิกถอนและเก็บเรื่องรวมไว้ในสารบบที่ดินแปลงนั้น

            ()   บัญชีรายวันรับทำการประจำวัน  (...)  ให้เจ้าพนักงานที่ดินต่างฝ่ายต่างลงเฉพาะที่ดินอยู่ในเขตอำนาจ

               ()   การจดทะเบียนในสารบัญจดทะเบียนโฉนดที่ดิน  หรือใบไต่สวน ให้เจ้าพนักงานที่ดินแต่ละท้องที่จดทะเบียนเฉพาะที่ดินแปลงซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของตนและหมายเหตุด้วยอักษรสีแดงไว้ในรายการจดทะเบียนให้ทราบว่า   แลกเปลี่ยนกับที่ดินของผู้ใด ตั้งอยู่ตำบล  อำเภอใด  มีเครื่องหมายหนังสือสำคัญอย่างไร  ส่วนสัญญาแลกเปลี่ยนที่ดินให้เซ็นชื่อร่วมกัน

               ()   เมื่อได้ดำเนินการทำสัญญาและจดทะเบียนเสร็จแล้ว  สำหรับหนังสือสัญญาแลกเปลี่ยนที่ดินให้เก็บทางสำนักงานที่ดินซึ่งที่ดินแปลงนั้น ๆ อยู่ในเขตท้องที่  ส่วนคำขอให้เจ้าพนักงานที่ดินที่รับเรื่องในชั้นต้นเป็นผู้ดำเนินการตามระเบียบต่อไป

             ()   ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เรียกทางสำนักงานที่ดินซึ่งเป็นผู้รับคำขอแต่ทางเดียว

            ()   การส่งเรื่องราวและเอกสารระหว่างสำนักงานที่ดิน  ถ้าคู่กรณีขอรับไปส่งเองก็ให้มอบไปได้  แต่ถ้าคู่กรณีขอให้ทางการส่งให้ก็ให้เรียกค่าใช้จ่ายจากคู่กรณีตามจำนวนที่ใช้จ่ายจริง

            ข้อ ๒  สำหรับกรณีแลกเปลี่ยนที่ดินต่างอำเภอหรือกิ่งอำเภอ

             ()  ให้คู่กรณียื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินแห่งใดแห่งหนึ่งซึ่งที่ดินของคู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตั้งอยู่ในเขตอำนาจ  ถ้าที่ดินแปลงที่อยู่ในท้องที่ซึ่งรับคำขอ ยังมิได้มีการรับรองการทำประโยชน์ ก็ให้ยื่นคำขอรับรองการทำประโยชน์ไปพร้อมกันและดำเนินการพิสูจน์ตรวจสอบ  ประกาศการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมและคำขอรับรองการทำประโยชน์ไปพร้อมกัน ทั้งสองกรณี

            ()  ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอชั้นต้นส่งสำเนาคำขอและเอกสารอื่น ๆ  ที่เห็นสมควรไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งที่ดินแปลงที่จะแลกเปลี่ยนตั้งอยู่ในเขตอำนาจ  เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้รับเรื่องแล้ว  ให้ดำเนินการประกาศจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมไปได้เลย  ไม่ต้องให้คู่กรณียื่นคำขออีก  แต่ถ้าที่ดินนั้นยังมิได้มีการรับรองการทำประโยชน์  ก็ให้ยื่นคำขอรับรองการทำประโยชน์และพิสูจน์ตรวจสอบประกาศไปพร้อมกัน    

             ()  เมื่อประกาศครบกำหนดแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งรับคำขอในชั้นต้นตรวจสอบหลักฐานของที่ดินแปลงที่อยู่ในเขตอำนาจตน  เมื่อไม่มีการขัดข้องให้จัดทำสัญญาแลกเปลี่ยน ลง วัน เดือน ปี  ลายมือชื่อคู่สัญญาและเซ็นชื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในสัญญาไว้ให้เสร็จ  แต่ให้รอการจดทะเบียนใน ท..๑๓ ไว้ก่อน  แล้วส่งคำขอพร้อมทั้งหนังสือสัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้องซึ่งดำเนินเรื่องเสร็จไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งที่ดินของอีกฝ่ายตั้งอยู่ในเขตอำนาจเพื่อตรวจสอบหลักฐาน

            ()   เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับเรื่องไว้ตาม () ตรวจสอบหลักฐานที่ดินที่ได้ดำเนินการและประกาศไว้แล้ว ถ้ามีการขัดข้องก็ให้แจ้งเหตุขัดข้องไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งรับดำเนินการชั้นต้นเพื่อเลิกการจดทะเบียน  โดยถือว่าเป็นเรื่องระหว่างดำเนินการ  ถ้าไม่มีการขัดข้องก็ให้ลงนามในสัญญาและจดทะเบียน ท..๑๓  ให้ แล้วส่งเรื่องคืนไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในท้องที่ซึ่งรับคำขอไว้ชั้นต้นดำเนินการจดทะเบียนต่อไป  เมื่อจดทะเบียนแล้วจึงจะถือได้ว่าการแลกเปลี่ยนนั้นมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ถ้ามีข้อขัดข้องที่จะทำการจดทะเบียนโอนที่ดินแปลงนั้นให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้  ก็ให้จดหมายเหตุการขัดข้องไว้ในสัญญาแล้วแจ้งให้คู่กรณีและพนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่ได้จดทะเบียนไปแล้วทราบ  เพื่อทำการเพิกถอนและเก็บเรื่องรวมไว้ในสารบบที่ดินแปลงนั้น

             ()  การลงบัญชีรับทำการ (..) และการจดทะเบียน ท.. ๑๓ ให้ปฏิบัติตามนัยข้อ  () – ()

           ()  คำขอ ..๑ ให้เก็บรวมเรื่องไว้กับสัญญาแลกเปลี่ยนที่ดิน 

          ข้อ ๓  ในกรณีแลกเปลี่ยนที่ดินต่างพนักงานเจ้าหน้าที่  คือ ระหว่างที่ดินที่มีโฉนดที่ดินหรือใบไต่สวนกับที่ดินมือเปล่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวข้างต้น แล้วแต่กรณี  ส่วนแบบหนังสือสัญญาให้ใช้สัญญาแลกเปลี่ยนที่ดิน (..๖๓)  หรือแบบ (..) โดยแก้ไขเพิ่มเติมให้ได้ข้อความตรงตามความเหมาะสมของเรื่อง

          (คำสั่งกรมที่ดิน ที่  /๒๕๐๑ ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๐๑ เรื่อง สัญญาแลกเปลี่ยนที่ดินต่างเขตจังหวัดหรือต่างเขตอำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่)

-   กรณีที่ดินมีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมหลายคน  และได้มีการจดทะเบียนบรรยายส่วนไว้ผู้ถือกรรมสิทธ์รวมคนหนึ่งจะแลกเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ส่วนของตนบางส่วนกับที่ดินอีกแปลงหนึ่งซึ่งมีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์คนเดียว  โดยจะแลกเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ในที่ดินเพียงบางส่วนเช่นกัน  ให้จดทะเบียนในประเภทแลกเปลี่ยน (หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๐๘/๗๔๕๑ ลงวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๐๘ เรื่อง จดทะเบียนแลกเปลี่ยน (เติมชื่อ) เวียนโดยหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๐๘/ว ๗๙๙๙  ลงวันที่  ๑๕ พฤศจิกายน  ๒๕๐๘)

           

แนวทางการวินิจฉัยที่สำคัญของกรมที่ดินเกี่ยวกับการจดทะเบียนแลกเปลี่ยน

.  กรณีกระทรวงการคลังมีความประสงค์จะที่นำที่ดินที่กระทรวงการคลังถือกรรมสิทธิ์ไปแลกเปลี่ยนกับที่ดินที่เอกชนถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับกระทรวงการคลัง แต่ที่ดินแปลงที่มีการถือกรรมสิทธิ์ร่วมระหว่าง กระทรวงการคลัง กับ เอกชน คือ น. ยังมิได้มีการแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ชัดเจนว่า  กระทรวงการคลังถือกรรมสิทธิ์ในส่วนใด และ น. ถือกรรมสิทธิ์ในส่วนใด เพียงแต่ต่างฝ่ายต่างมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าวคนละครึ่งนั้น เห็นว่า กรณีนี้สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องทำการแบ่งกรรมสิทธิ์รวมก่อน  โดยจดทะเบียนในประเภท “แลกเปลี่ยน”

.   กรณี ภ. และ ม. มาขอจดทะเบียนแลกเปลี่ยนที่ดินกัน โดยอ้างว่าครอบครองที่ดินผิดแปลง  ซึ่งจากข้อเท็จจริงปรากฏว่าในการยื่นคำขอรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวม  ผู้ขอได้ขอแบ่งโดยให้ที่ดินแปลงคงเหลืออยู่ด้านทิศใต้ตลอดแนวของที่ดินแปลงแยก แปลงด้านซ้ายสุดเป็นของ . แปลงถัดมาเป็นของ อ.  แปลงด้านขวาสุดเป็นของ ภ. แต่ในการรังวัดและจดทะเบียนแบ่งกรรมสิทธิ์รวมปรากฏว่า แปลงคงเหลืออยู่ทางด้านทิศเหนือตลอดแนวของที่ดิน  ส่วนแปลงแยกอื่นคงเป็นไปตามคำขอรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวม ซึ่งหากพิจารณาตามเจตนาที่ผู้ขอแสดงไว้ในชั้นยื่นคำขอรังวัดแล้ว กับการรังวัดและจดทะเบียนแบ่งกรรมสิทธิ์รวมแล้ว กลับตรงกันข้าม กรณีนี้เป็นเรื่องการจดทะเบียนผิดไปจากเจตนาที่แท้จริงของคู่กรณีมาแต่ต้น  แม้การจดทะเบียนแบ่งกรรมสิทธิ์รวมผู้ขอจะลงลายมือชื่อรับรองการรังวัดว่าถูกต้อง แต่ก็เป็นเรื่องที่ผู้ขอได้กระทำไปด้วยความเข้าใจผิดในเรื่องทิศ ถือได้ว่าเป็นการจดทะเบียนแบ่งกรรมสิทธิ์รวมไปโดยคลาดเคลื่อนต้องแก้ไขให้ถูกต้องตามมาตรา  ๖๑  แห่งประมวลกฎมายที่ดิน 

 

คำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้อง

          ๑.  คำพิพากษาฎีกาที่  ๗๓๗/๒๔๘๐  ทำสัญญาแลกเปลี่ยนที่ดินกันโดยฝ่ายหนึ่งตกลงจะเพิ่มราคาที่ดินให้ เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งยังไม่ได้รับเงินส่วนที่เพิ่มให้  แม้จะได้รับที่ดินมาแล้ว ก็ยังถือว่าเป็นสัญญาจะแลกเปลี่ยนเท่านั้น

               ทำสัญญาจะแลกเปลี่ยนที่ดินกัน  เมื่อต่างได้รับที่ดินแล้ว  จะมาฟ้องขอให้ขับไล่กันไม่ได้

          ๒.  คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๙๙/๒๔๘๒  การแลกเปลี่ยนที่นาซึ่งไม่มีหนังสือสำหรับที่ดินแต่อย่างใดแก่กันนั้น  ย่อมทำได้โดยต่างฝ่ายต่างสละมอบสิทธิครอบครองให้แก่กัน  มิพักต้องทำเป็นหนังสืออย่างแลกเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ที่ดินตาม ป.พ.พ. มาตรา ๕๑๙ และ ๔๕๖

          ๓.  คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๐๓–๙๐๖/๒๔๘๔ .ตกลงแลกเปลี่ยนที่ดินกัน  ฝ่ายหนึ่งโอนทะเบียนให้  อีกฝ่ายหนึ่งทำหนังสือขายให้แก่บุคคลภายนอก  โดยผู้รับแลกเปลี่ยนเป็นผู้รับเงินราคาที่ขายได้นั้น  อีกฝ่ายหนึ่งจะฟ้องเรียกเงินที่ขายได้นั้นไม่ได้

          ๔.  คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๒๑/๒๔๙๙  สัญญาจะแลกเปลี่ยนที่ดินกันนั้น  แม้จะไม่ได้ทำเป็นหนังสือ  แต่เมื่อปรากฏว่าฝ่ายหนึ่งได้มอบที่ดินให้อีกฝ่ายหนึ่ง  จนฝ่ายนั้นเข้าไปปลูกบ้านอยู่ในที่นั้นแล้ว  ก็ถือได้ว่าได้มีการชำระหนี้บางส่วนกันแล้ว  จึงฟ้องบังคับคดีกันได้ 

          ๕.  คำพิพากษาฎีกาที่  ๒๓๔๖/๒๕๑๘  โจทก์จำเลยตกลงแลกเปลี่ยนที่ดินกันตามแนวเขตใหม่  จำเลยครอบครองส่วนที่รับจากโจทก์แล้ว  โจทก์ยังมิได้ครอบครองส่วนที่แลกกับจำเลยยังไม่สำเร็จสมบูรณ์  แต่จำเลยรับส่วนขอโจทก์ไปแล้ว  จึงบังคับจำเลยได้ตามมาตรา ๔๕๖, ๕๑๙  การที่จำเลยยังคงครอบครองที่ดินส่วนที่จำเลยจะมอบให้โจทก์อยู่  ก็มิใช่แย่งการครอบครองจากโจทก์  จึงอ้างระยะเวลา ๑ ปีไม่ได้

          ๖. คำพิพากษาฎีกาที่  ๒๐๔๔/๒๕๒๐  แลกเปลี่ยนที่ดินกัน  โจทก์ส่งมอบโฉนดและยินยอมให้จำเลยเข้าปลูกบ้าน  เป็นการชำระหนี้บางส่วนตาม ป.พ.พ. มาตรา ๕๑๙,๔๕๖ วรรค ๒  แล้ว  จึงฟ้องแย้งให้โจทก์จดทะเบียนโอนได้

๗.  คำพิพากษาฎีกาที่  ๔๖๔/๒๕๒๒  โจทก์ตกลงแลกเปลี่ยนที่พิพาทกับที่ดินของจำเลยและจำเลยร่วม  แต่ขณะตกลงแลกเปลี่ยนโจทก์ยังไม่มีสิทธิในที่พิพาท  ทั้งที่พิพาทเป็นทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมที่บิดาซึ่งยังมีชีวิตอยู่ยกให้โจทก์  ข้อตกลงดังกล่าวจึงไม่มีผลการแลกเปลี่ยน  ทั้งขัดต่อ ป.พ.พ. มาตรา ๑๖๑๙ เพราะเป็นการจำหน่ายจ่ายโอนมรดกก่อนเจ้ามรดกตายแต่ภายหลังที่บิดาตายแล้ว  จำเลยและจำเลยร่วมยังคงครอบครองที่พิพาทเป็นของตนตลอดมาโดยโจทก์ไม่เกี่ยวข้อง  ย่อมเป็นปริยายว่าโจทก์ได้สละสิทธิครอบครองที่พิพาทให้แก่จำเลยและจำเลยร่วมภายหลังที่ที่พิพาทตกเป็นของโจทก์แล้วโดยมีเจตนาแลกเปลี่ยนที่ดินกันดังเดิม  จำเลยและจำเลยร่วมย่อมได้สิทธิครอบครองที่พิพาท  โจทก์ต้องไปจดทะเบียนการโอนที่พิพาทให้จำเลยและจำเลยร่วม

               ศาลล่างพิพากษาบังคับให้โจทก์โอนที่พิพาทโดยไม่บังคับจำเลยและจำเลยร่วมให้โอนที่นาของตนให้แก่โจทก์ตามข้อตกลงแลกเปลี่ยน ไม่ชอบด้วย ป.พ.พ. มาตรา ๓๖๙  แม้โจทก์จะมิได้อุทธรณ์ฎีกาในข้อนี้ศาลฎีกาแก้ให้ถูกต้องได้ เพราะเป็นการชำระหนี้ตามสัญญาต่างตอบแทน

            ๘.  คำพิพากษาฎีกาที่  ๓๐๘๑/๒๕๒๗  การที่ผู้เสียหายและจำเลยตกลงแลกเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ที่ดินกัน  แม้ว่าจะยังมิได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินก็ตาม  แต่เสียหายและจำเลยต่างก็เข้าครอบครองที่ดินที่แลกเปลี่ยนกันนั้นเป็นสัดส่วนแล้วเป็นเวลาประมาณ ๒๐ ปี  ผู้เสียหายย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่แลกเปลี่ยนโดยการครอบครองปรปักษ์ตาม ป.พ.พ.มาตรา ๑๓๘๒………… 

            ๙.  คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๔๙๗/๒๕๓๖ ทรัพย์ที่แลกเปลี่ยนกันเป็นที่ดินอันเป็นอสังหาริมทรัพย์และโจทก์จำเลยทำสัญญากันโดยที่ยังมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  แต่โจทก์ได้ส่งมอบที่ดินในส่วนที่ตกลงแลกเปลี่ยนให้แก่จำเลยแล้ว สัญญาแลกเปลี่ยนดังกล่าวจึงบังคับได้เช่นเดียวกับสัญญาจะซื้อหรือจะขายอสังหาริมทรัพย์ เพราะได้มีการชำระหนี้ตามสัญญากันบางส่วนแล้วตามมาตรา ๔๕๖ วรรคสอง โจทก์นำมาฟ้องได้ไม่เป็นโมฆะ

          ๑๐.   คำพิพากษาฎีกาที่  ๓๕๘๖/๒๕๓๗  การแลกเปลี่ยนที่ดินมือเปล่าเพียงแต่สละสิทธิครอบครองให้แก่กันเท่านั้น  ก็มีผลสมบูรณ์ใช้ยันคู่กรณีได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

          ๑๑.  คำพิพากษาฎีกาที่  ๑๖๔๐/๒๕๔๐  จำเลยนำที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์

(น.ส.๓ ก.)  ของจำเลยไปแลกเปลี่ยนกับที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) ของโจทก์โดยโจทก์จำเลยตกลงจะไปจดทะเบียนโอนสิทธิในภายหลัง  ดังนี้ แม้การแลกเปลี่ยนที่ดินพิพาทยังมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ตาม  แต่จำเลยส่งมอบที่ดินให้โจทก์ครอบครองอันเป็นการชำระหนี้ตามสัญญาบางส่วนแล้ว  สัญญาแลกเปลี่ยนจึงบังคับได้เช่นเดียวกับสัญญาจะขายหรือจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา ๔๕๖ วรรคสอง

          ๑๒.   คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๕๒๖/๒๕๔๑  หนังสือสัญญาเอกสารฉบับพิพาทที่จำเลยได้ทำกับ ร. มีข้อความระบุว่าตกลงแลกเปลี่ยนที่ดินกัน  โดยที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์รวมของ ร. และบิดาจำเลย  เนื่องจากบิดาจำเลยถึงแก่กรรม  จำเลยจะขอรับมรดกที่พิพาทส่วนของบิดา  เมื่อได้รับมรดกที่พิพาทนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วจำเลยยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทส่วนของบิดาที่รับมรดกเนื้อที่ประมาณ  ๒ ไร่  ให้แก่ ร.  ส่วน ร.จะโอนที่ดิน  ๓ แปลง ให้แก่จำเลย  ต่อมามีการบันทึกเพิ่มเติมว่า  จำเลยได้รับ ส.ค.๑ ที่เชิงทะเลไปแล้ว  จำเลยจะโอนที่พิพาทให้แก่พวกลูก ร. เมื่อถึงเวลาพวกลูกของ ร. ต้องการ  จำเลยจะโอนให้ทันที  ดังนั้น  เมื่อขณะทำสัญญาที่พิพาทยังมีชื่อของบิดาจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดอยู่  ทั้งสัญญาระบุไว้ชัดเจนว่า  จำเลยจะโอนกรรมสิทธิ์ให้เมื่อรับโอนมรดกมาแล้ว  ข้อตกลงตามสัญญาจึงเป็นสัญญาจะแลกเปลี่ยนที่ดินซึ่งมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายจำเลยผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญ ต้องด้วยมาตรา ๔๕๖ วรรคสอง โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของ ร. ย่อมมีสิทธิฟ้องร้องบังคับเอาแก่จำเลยตามสัญญาได้

 

ค่าธรรมเนียม 

            ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนแลกเปลี่ยน  เรียกตามราคาประเมินทุนทรัพย์ตามที่คณะกรรมการกำหนดราคาประเมิน
ทุนทรัพย์กำหนด ร้อยละ ๒
(กฎกระทรวงฉบับที่ ๔๗ (..๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
..๒๔๙๗
  ข้อ ๒ (๗)(ก))

 

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 

-  กรณีผู้โอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์เป็นบุคคธรรมดาห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่ นิติบุคคล  ให้ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน ที่ใช้อยู่ในวันที่มีการจดทะเบียนเป็นราคาประเมินสำหรับการหักภาษีเงินได้ ณ  ที่จ่าย

-  กรณีผู้โอนเป็น “ บริษัท หรือ  ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล” ตามคำนิยามในมาตรา  ๓๙ แห่งประมวลรัษฎากร  ให้คำนวณ หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย  ในอัตราร้อยละ ๑ จากจำนวนทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนหรือราคาประเมินราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า

 

อากรแสตมป์  

           -  ให้ชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน  มีจำนวนตั้งแต่ ๒๐๐ บาท ขึ้นไป  ทุก ๒๐๐ บาท หรือเศษของ ๒๐๐ บาท เรียกเก็บ ๑ บาท  จากทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม  หรือราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน  แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (หนังสือกรมสรรพากร ด่วนที่สุด ที่ กค  ๐๘๐๒/๒๑๑๒๒     ลงวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๓๔  เวียนโดยหนังสือกรมที่ดิน ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๗๑๐/ว ๒๔๑๕๔ ลงวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๓๔)

            -  สัญญาแลกเปลี่ยนให้เรียกเก็บอากรแสตมป์ตามราคาเต็มของที่ดินแต่ละแปลง มิใช่เรียกเก็บเฉพาะในส่วนที่เกิน  (หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๑๒//๒๐๘๖๘  ลงวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๑๘  เวียนโดยหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๑๒//ว ๒๑๐๖๙   ลงวันที่  ๗ สิงหาคม ๒๕๑๘)

 

ส่วนมาตรฐานการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม

สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน

มิถุนายน  ๒๕๔๘

                    ___________________

 

 

คำสั่งกรมที่ดิน

ที่  /๒๔๘๖

เรื่อง  สัญญาแลกเปลี่ยนที่ดิน

_________________

 

  ด้วยกรมที่ดินเห็นสมควรแก้ไขวิธีการทำสัญญาและจดทะเบียนการแลกเปลี่ยนที่ดินให้ตรงตามประเภทการ 
จึงมีคำสั่งวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

                 .  ให้ยกเลิกคำสั่งกรมทะเบียนที่ดินที่ ๓/๒๔๗๒ ลงวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๔๗๒ เรื่อง ”การแลกเปลี่ยนที่ดินแก่กัน ให้จัดการโอนทะเบียนในประเภทขาย”

                 .  การแลกเปลี่ยนที่ดินแก่กันให้จดทะเบียนในประเภท “ แลกเปลี่ยน” และทำสัญญาโดยใช้แบบพิมพ์สัญญาแลกเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ที่ดิน  ตามตัวอย่างท้ายคำสั่งนี้

                .  ในบัญชีประเภท  ให้เพิ่มประเภทโอนขึ้นอีกประเภทหนึ่ง  เรียกว่า  ประเภท“ แลกเปลี่ยน”

                .  การเขียนรายงานกรรมสิทธิ์ที่ดินและการจดจำนวนรายในบัญชีประเภทให้เขียนและจดตามจำนวนที่ดินที่แลกเปลี่ยน เช่น คู่สัญญาแลกเปลี่ยนที่ดินกันหนึ่งโฉนดต่อหนึ่งโฉนด  ก็เขียนและจด ๒ ราย แลกเปลี่ยน ๒ โฉนด ต่อ ๑ โฉนด  ก็เขียนและจด ๓ ราย  แต่เลขฉบับที่ในสัญญาแลกเปลี่ยน  ให้ลงเลขที่ของรายแรกเลขเดียว ไม่ต้องลงเลขที่ของรายหลัง ๆ

                .  การทำสัญญาแลกเปลี่ยนที่ดิน  ถ้าแลกเปลี่ยนที่ดินกันหนึ่งโฉนดต่อหนึ่งโฉนดให้ทำสัญญา ๔ ฉบับ  เก็บไว้ในสารบบที่ดินโฉนดละ ๑ ฉบับ  คู่สัญญาแลกเปลี่ยนถือไว้ฝ่ายละ๑ ฉบับ  ถ้าแลกเปลี่ยนที่ดินกันหลายโฉนด  ก็ให้เพิ่มหนังสือสัญญาขึ้นอีกโฉนดละฉบับ เพื่อเก็บเข้าในสารบบที่ดินแปลงนั้นแห่งละ ๑ ฉบับ

                 .  สารบัญรายชื่อและสารบัญที่ดิน  ให้หมายเหตุย่อด้วยอักษร ล. แล้วปฏิบัติตามคำสั่งที่ ๒ /๒๔๗๐  ลงวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๔๗๐  ว่าด้วยเรื่องแก้สารบัญรายชื่อ สารบัญที่ดินต่อไป

                .  การแลกเปลี่ยนที่ดินต่างจังหวัดหรือต่างเขตหอทะเบียนที่ดินกัน  ถ้ามีเรื่องเกิดขึ้นให้หารือไปยังกรมที่ดินก่อน

                 ทั้งนี้  ให้ถือเป็นระเบียบปฏิบัติต่อไป

                                    

สั่ง    วันที่  ๑๒ พฤศจิกายน  ๒๔๘๖

(ลงชื่อ)   หน  ชูโต

อธิบดีกรมที่ดิน

 

คำสั่งที่ ๕/๒๕๐๑

เรื่อง  สัญญาแลกเปลี่ยนที่ดินต่างเขตจังหวัดหรือต่างเขต

อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่

____________________

 

                  ตามคำสั่งกรมที่ดินที่ ๖/๒๔๘๖ ลงวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน  ๒๔๘๖  เรื่องสัญญาแลกเปลี่ยนที่ดิน  ข้อ ๗ ความว่า  การแลกเปลี่ยนที่ดินต่างจังหวัดหรือต่างเขตหอทะเบียนที่ดินกัน  ถ้ามีเรื่องเกิดขึ้นให้หารือไปยังกรมที่ดินก่อนนั้น  บัดนี้ เห็นเป็นการสมควรวางระเบียบการทำสัญญาแลกเปลี่ยนที่ดินตามที่ว่านั้น  เพื่อถือเป็นทางปฏิบัติต่อไป  โดยมิต้องหารือกรมที่ดินก่อน  ดังต่อไปนี้

                  ข้อ ๑  สำหรับกรณีแลกเปลี่ยนที่ดินต่างเขตสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินสาขา

                          ()  ให้คู่กรณียื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (..)  ต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินแห่งใดแห่งหนึ่ง  ซึ่งที่ดินของคู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตั้งในเขตอำนาจ

                             ()  ให้เจ้าพนักงานที่ดินผู้รับเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (..)  ทำสัญญาแลกเปลี่ยนโดยลง วัน เดือน ปี ลงลายมือชื่อคู่สัญญาและเซ็นชื่อเจ้าพนักงานที่ดินไว้ให้เสร็จ  แต่รอการจดทะเบียนไว้ก่อน  แล้วส่งเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมพร้อมทั้งหนังสือสัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้องซึ่งดำเนินเรื่องเสร็จแล้วไปให้เจ้าพนักงานที่ดินซึ่งที่ดินของอีกฝ่ายหนึ่งตั้งอยู่ในเขตอำนาจเพื่อตรวจสอบหลักฐาน

                           ()  เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินซึ่งได้รับเรื่องราวไว้ตาม () ตรวจสอบหลักฐานที่ดินถ้ามีการขัดข้องก็ให้แจ้งเหตุขัดข้องไปยังเจ้าพนักงานที่ดินซึ่งรับดำเนินการชั้นต้น  เพื่อที่จะเลิกการจดทะเบียนหรือแก้ไขการขัดข้องแล้วแต่กรณี  ถ้าไม่มีการขัดข้องก็ให้ลงนามเจ้าพนักงานที่ดินในสัญญาแลกเปลี่ยนที่ดินและในเรื่องราว ฯ ท..๑ และจดทะเบียนประเภทแลกเปลี่ยนที่ดินแล้วส่งเรื่องคืนไปให้เจ้าพนักงานที่ดินในท้องที่ซึ่งรับเรื่องราวไว้ชั้นต้นดำเนินการจดทะเบียนตามที่ได้รอไว้ เมื่อจดทะเบียนแล้วจึงจะถือได้ว่าการแลกเปลี่ยนที่ดินนั้นมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ถ้ามีข้อขัดข้องที่จะทำการจดทะเบียนโอนแลกเปลี่ยนที่ดินให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้  ก็ให้หมายเหตุขัดข้องไว้ในสัญญาแลกเปลี่ยน  แล้วแจ้งให้คู่กรณีและเจ้าพนักงานที่ดินฝ่ายที่ได้จดทะเบียนไปแล้วทราบเพื่อทำการเพิกถอนและเก็บเรื่องรวมไว้ในสารบบที่ดินแปลงนั้น

                             ()   บัญชีรายวันรับทำการประจำวัน  (...)  ให้เจ้าพนักงานที่ดินต่างฝ่ายต่างลงเฉพาะที่ดินอยู่ในเขตอำนาจ

                            ()   การจดทะเบียนในสารบัญจดทะเบียนโฉนดที่ดิน  หรือใบไต่สวน ให้เจ้าพนักงานที่ดินแต่ละท้องที่จดทะเบียนเฉพาะที่ดินแปลงซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของตนและหมายเหตุด้วยอักษรสีแดงไว้ในรายการจดทะเบียนให้ทราบว่า   แลกเปลี่ยนกับที่ดินของผู้ใด ตั้งอยู่ตำบล  อำเภอใด  มีเครื่องหมายหนังสือสำคัญอย่างไร  ส่วนสัญญาแลกเปลี่ยนที่ดินให้เซ็นชื่อร่วมกัน

                             ()  การเขียนเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (..)  หนังสือสัญญาแลกเปลี่ยนที่ดิน บัญชีประเภทให้ปฏิบัติตามคำสั่งที่ ๖/๒๔๘๖  ลงวันที่  ๑๒  พฤศจิกายน ๒๔๘๖  แต่การลงบัญชีประเภทให้ลงทางสำนักงานที่ดินซึ่งเป็นผู้รับเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (..) ชั้นต้นทางเดียว

                           ()   เมื่อได้ดำเนินการทำสัญญาและจดทะเบียนเสร็จแล้ว  สำหรับหนังสือสัญญาแลกเปลี่ยนที่ดินให้เก็บทางสำนักงานที่ดินซึ่งที่ดินแปลงนั้น ๆ อยู่ในเขตท้องที่  ส่วนเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (..) ให้เจ้าพนักงานที่ดินที่รับเรื่องในชั้นต้นเป็นผู้นำส่งกรมที่ดิน

                              ()   ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เรียกทางสำนักงานที่ดินซึ่งเป็นผู้รับเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (..) แต่ทางเดียว

                            ()   การส่งเรื่องราวและเอกสารระหว่างสำนักงานที่ดิน  ถ้าคู่กรณีขอรับไปส่งเอง ก็ให้มอบไปได้  แต่ถ้าคู่กรณีขอให้ทางการส่งให้ก็ให้เรียกค่าใช้จ่ายจากคู่กรณีตามจำนวนที่ใช้จ่ายจริง

                   ข้อ ๒  สำหรับกรณีแลกเปลี่ยนที่ดินต่างอำเภอหรือกิ่งอำเภอ

                   ()  ให้คู่กรณียื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม  (..)  ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินแห่งใดแห่งหนึ่งซึ่งที่ดินของคู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตั้งอยู่ในเขตอำนาจ  ถ้าที่ดินแปลงที่อยู่ในท้องที่ซึ่งรับเรื่องราวฯ ยังมิได้มีการรับรองการทำประโยชน์ ก็ให้ยื่นคำขอรับรองการทำประโยชน์ไปพร้อมกันและดำเนินการพิสูจน์ตรวจสอบ  ประกาศการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมและคำขอรับรองการทำประโยชน์ไปพร้อมกันทั้งสองกรณี

                  ()  ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องราวฯ  (..)  ชั้นต้นส่งสำเนาเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมและเอกสารอื่น ๆ  ที่เห็นสมควรไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งที่ดินแปลงที่จะแลกเปลี่ยนตั้งอยู่ในเขตอำนาจ  เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้รับเรื่องแล้ว  ให้ดำเนินการประกาศจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมไปได้เลย  ไม่ต้องให้คู่กรณียื่นเรื่องราว ฯ ท..๑ อีก  แต่ถ้าที่ดินนั้นยังมิได้มีการรับรองการทำประโยชน์  ก็ให้ยื่นคำขอรับรองการทำประโยชน์และพิสูจน์ตรวจสอบประกาศไปพร้อมกันตามนัยข้อ ๒ ()    

                  ()  เมื่อประกาศครบกำหนดแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งรับเรื่องราวฯ  ..๑ ในชั้นต้นตรวจสอบหลักฐานของที่ดินแปลงที่อยู่ในเขตอำนาจตน  เมื่อไม่มีการขัดข้องให้จัดทำสัญญาแลกเปลี่ยน ลงวัน เดือน ปี  ลายมือชื่อคู่สัญญาและเซ็นชื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในสัญญาไว้ให้เสร็จ  แต่ให้รอการจดทะเบียนใน ท..๑๓ ไว้ก่อน  แล้วส่งเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมพร้อมทั้งหนังสือสัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้องซึ่งดำเนินเรื่องเสร็จไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งที่ดินของอีกฝ่ายตั้งอยู่ในเขตอำนาจเพื่อตรวจสอบหลักฐาน

                   ()   เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับเรื่องไว้ตาม () ตรวจสอบหลักฐานที่ดินที่ได้ดำเนินการและประกาศไว้แล้ว  ถ้ามีการขัดข้องก็ให้แจ้งเหตุขัดข้องไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งรับดำเนินการชั้นต้นเพื่อเลิกการจดทะเบียน  โดยถือว่าเป็นเรื่องระหว่างดำเนินการ  ถ้าไม่มีการขัดข้องก็ให้ลงนามในสัญญาและจดทะเบียน ท..๑๓  ให้ แล้วส่งเรื่องคืนไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในท้องที่ซึ่งรับเรื่องราวฯ  ไว้ชั้นต้นดำเนินการจดทะเบียนต่อไป  เมื่อจดทะเบียนแล้วจึงจะถือได้ว่าการแลกเปลี่ยนนั้นมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ถ้ามีข้อขัดข้องที่จะทำการจดทะเบียนโอนที่ดินแปลงนั้นให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้  ก็ให้จดหมายเหตุการขัดข้องไว้ในสัญญาแล้วแจ้งให้คู่กรณีและพนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่ได้จดทะเบียนไปแล้วทราบ  เพื่อทำการเพิกถอนและเก็บเรื่องรวมไว้ในสารบบที่ดินแปลงนั้น

                  ()  การลงบัญชีรับทำการ (..) และการจดทะเบียน ท.. ๑๓  ให้ปฏิบัติตามนัยข้อ ๑ () – ()

                  ()  ให้นำความในข้อ ๑ (), (), (), ()  มาใช้บังคับโดยอนุโลม เว้นแต่เรื่องราวฯ  ..๑ ไม่ต้องส่งกรมที่ดินโดยเก็บรวมเรื่องไว้กับสัญญาแลกเปลี่ยนที่ดิน 

         ข้อ ๓  ในกรณีแลกเปลี่ยนที่ดินต่างพนักงานเจ้าหน้าที่  คือ ระหว่างที่ดินที่มีโฉนดที่ดินหรือใบไต่สวนกับที่ดินมือเปล่า  ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามข้อ ๑ และ ๒ แห่งคำสั่งนี้แล้วแต่กรณี  ส่วนแบบหนังสือสัญญาให้ใช้สัญญาแลกเปลี่ยนที่ดิน (..๖๓)  หรือแบบ  (..) โดยแก้ไขเพิ่มเติมให้ได้ข้อความตรงตามความเหมาะสมของเรื่อง

                 ทั้งนี้  ให้ถือเป็นระเบียบปฏิบัติตั้งแต่วันทราบคำสั่งนี้

 

กรมที่ดิน

สั่ง    วันที่ ๓๐  มีนาคม ๒๕๐๑

(ลงชื่อ)   . สุนทรศารทูล

(นายถวิล  สุนทรศารทูล)

อธิบดีกรมที่ดิน

กลับต้นเอกสาร.....

กลับหน้าหลัก...