|
การจดทะเบียนสิทธิเก็บกิน
ความหมาย
สิทธิเก็บกิน
คือทรัพยสิทธิอย่างหนึ่ง
ซึ่งผู้ทรงสิทธิเก็บกินในอสังหาริมทรัพย์มีสิทธิครอบครองใช้และถือเอาประโยชน์แห่งทรัพย์สินนั้น
(อาจเป็นกรณีเจ้าของอสังหาริมทรัพย์กับผู้ทรงสิทธิตกลงกันเองหรือผู้ทรงสิทธิได้สิทธิเก็บกินมาโดยทางพินัยกรรม)
กฎหมายและคำสั่งกรมที่ดินที่เกี่ยวข้อง
-
ป.พ.พ.
มาตรา
๑๔๑๗
ถึง
มาตรา
๑๔๒๘
-
คำสั่งที่
๒/๒๕๐๑
ลงวันที่
๒๗
กุมภาพันธ์
๒๕๐๑ เรื่อง
การจดทะเบียนประเภทสิทธิเก็บกินได้วางแนวทางปฏิบัติมีสาระสำคัญ ดังนี้
ในกรณีที่ดินแปลงใดต้องตกอยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินอันเป็นเหตุให้ผู้ทรงสิทธิมีสิทธิครอบครองใช้และถือเอาซึ่งประโยชน์แห่งทรัพย์สินนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา
๑๔๑๗
ให้คู่กรณีทำบันทึกข้อตกลงและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในประเภท
“สิทธิเก็บกิน"
โดยให้ผู้ขอจดทะเบียนยื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
(ท.ด.
๑)
และจัดทำบันทึกข้อตกลงประเภท“สิทธิเก็บกิน”
ในกรณีที่ผู้ทรงสิทธิได้สิทธิเก็บกินมาโดยทางพินัยกรรมให้ผู้ทรงสิทธิยื่นคำขอ
(ท.ด.๘)
และดำเนินการอย่างเรื่องมรดกที่ดิน
เมื่อครบประกาศไม่มีอะไรขัดข้อง
จึงให้จดทะเบียนในประเภท
“สิทธิเก็บกิน”
ค่าธรรมเนียมในชั้นคำขอให้เรียกอย่างเรื่องประกาศมรดก
ในชั้นจดทะเบียนให้เรียกอย่างประเภท
“สิทธิเก็บกิน”
เว้นแต่เรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
(ท.ด.
๑)
ในประเภท “สิทธิเก็บกิน”
ไม่ต้องเรียกค่าคำขออีก
และให้หมายเหตุไว้ในคำขอและบัญชีมรดกว่า
ได้จดทะเบียนในประเภท “สิทธิเก็บกิน”
แล้ว ในการขอรับมรดกการได้มาซึ่งสิทธิเก็บกิน
ให้ดำเนินการเป็นเรื่องหนึ่งต่างหากจากเรื่องขอรับมรดกที่ดิน
ซึ่งผู้รับมรดกแต่ละเรื่องอาจมาขอให้ดำเนินการในวาระเดียวกันหรือต่างวาระกันก็ได้
แล้วแต่กรณี
ในกรณีที่ที่ดินได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกินไว้แล้ว
ต่อมาได้มีการแบ่งแยกออกไป
คู่กรณีตกลงยินยอมให้ที่ดินแปลงที่แยกออกไปยังคงมีสิทธิเก็บกินติดไปด้วยก็ดี
หรือตกลงกันไม่ให้สิทธิเก็บกินติดไปด้วยก็ดี
ให้ปฏิบัติทำนองเดียวกับกรณีครอบจำนองหรือปลอดจำนอง
ตามคำสั่ง ที่
๑๔/๒๕๐๐ ลงวันที่
๑๔
พฤศจิกายน
๒๕๐๐
เรื่องวิธีการจดแจ้งการครอบจำนอง
และวิธีการจดทะเบียนปลอดจำนอง
โดยเรียกชื่อว่าประเภท
“ครอบสิทธิเก็บกิน”
หรือ
“ปลอดสิทธิเก็บกิน”
แล้วแต่กรณี
เมื่อได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกินไว้แล้ว
และสิทธิเก็บกินนั้นยังไม่หมดอายุหากคู่กรณีประสงค์จะเลิกสิทธิเก็บกินต่อกัน
ก็ให้ทั้งสองฝ่ายทำบันทึกข้อตกลงและจดทะเบียนเลิกสิทธิเก็บกิน
ถ้าสิทธิเก็บกินพ้นกำหนดเวลาแล้ว
ให้ถือว่าสิทธิเก็บกินเป็นอันสิ้นไปโดยมิต้องจดทะเบียนเลิกสิทธิ
เก็บกินอีก
ในกรณีที่ผู้ทรงสิทธิเก็บกินถึงแก่ความตาย
อันเป็นเหตุให้สิทธิเก็บกินต้องสิ้นไปตามมาตรา
๑๔๑๘ แห่ง
ป.พ.พ.
ให้จดบันทึกถ้อยคำ
เจ้าของที่ดินด้วยแบบพิมพ์
ท.ด.
๑๖
ถึงเหตุที่ทำให้สิทธิเก็บกินต้องสิ้นไปโดยยื่นสำเนามรณบัตรหรือคำสั่งศาลหรือพยานหลักฐานอื่นที่เชื่อถือได้
รับรองว่าผู้ทรงสิทธิเก็บกินได้ตายจริง
จึงให้จดทะเบียนเลิกสิทธิเก็บกินได้
เมื่อได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกินไว้แล้ว
เจ้าของที่ดินเป็นอันหมดสิทธิที่จะให้เช่าที่ดินแปลงนั้นต่อไป
สิทธิการให้เช่าเป็นของผู้ทรงสิทธิ
เก็บกินภายในระยะเวลาแห่งการเป็นผู้ทรงสิทธิ
ฉะนั้นถ้าจะมีการให้เช่าที่ดินแปลงนั้น
จะต้องทำสัญญาและจดทะเบียนการเช่าระหว่างผู้ทรงสิทธิเก็บกินกับผู้เช่าโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดินอย่างใด
ประเภทการจดทะเบียน
๑.
สิทธิเก็บกิน
หมายถึง
กรณีอสังหาริมทรัพย์หนึ่งต้องตกอยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินทั้งหมด
๒.
สิทธิเก็บกินเฉพาะส่วน
หมายถึง
กรณีที่เจ้าของรวมคนใดคนหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์แต่ไม่ใช่ทุกคนก่อให้เกิดสิทธิเก็บกินในอสังหา-
ริมทรัพย์ดังกล่าวเฉพาะส่วนของตนทั้งหมด
๓.
ปลอดสิทธิเก็บกิน
หมายถึง
กรณีที่ที่ดินได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกินไว้แล้ว
ต่อมามีการแบ่งแยกออกไป
คู่กรณีตกลงกันให้ที่ดินแปลงที่แยกออกไปหรือที่ดินแปลงคงเหลือไม่มีสิทธิเก็บกินติดไปด้วย
๔.
ครอบสิทธิเก็บกิน
หมายถึง
กรณีที่ที่ดินได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกินไว้แล้ว
ต่อมามีการแบ่งแยกออกไป
คู่กรณีตกลงกันให้ที่ดินแปลงที่แยกออกไปยังคงมีสิทธิเก็บกินต่อไปด้วย
๕. เลิกสิทธิเก็บกิน หมายถึง
กรณีที่ได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกินไว้แล้ว
ต่อมาคู่กรณีประสงค์จะเลิกสิทธิเก็บกินต่อกัน หรือผู้ทรงสิทธิเก็บกิน
ถึงแก่ความตาย
และเจ้าของอสังหาริมทรัพย์มาขอจดทะเบียนเลิกสิทธิเก็บกินตามผลของกฎหมาย
สาระสำคัญ
-
ผู้ทรงสิทธิเก็บกินตาย
สิทธิเก็บกินระงับ
-
คณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับการจดทะเบียนสิทธิเก็บกินไว้ดังนี้
(๑)
กรณีผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินสองคนขอจดทะเบียนสิทธิเก็บกินให้ผู้ทรงสิทธิเก็บกินมีสิทธิเก็บกินเฉพาะส่วนของตนแต่ละคน
คนละครึ่งหนึ่งนั้น
ข้อความที่ขอจดทะเบียนไม่ชัดเจนและเข้าใจอะไรไม่ได้วินิจฉัยไม่ได้ว่าการขอเปลี่ยนแก้ความสัมพันธ์เช่นนั้นจะทำได้หรือไม่และเมื่อวินิจฉัยไม่ได้ก็รับจดทะเบียนไม่ได้
(ตามหนังสือกรมที่ดิน
ที่
มท
๐๖๐๘/ว
๙๓๐๐๑
ลงวันที่
๑๘
ตุลาคม
๒๕๑๕)
(๒)
กรณีผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิเก็บกินในที่ดินให้ภรรยาและบุตรอีกสองคนเป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกิน
โดยมีข้อกำหนดว่าให้ภรรยามีสิทธิเก็บกินตลอดชีวิต
ส่วนบุตรสองคนมีสิทธิเก็บกินไม่มีกำหนดเวลา
และให้ผู้ยื่นคำขอหรือภรรยามีสิทธิถอนคืนสิทธิเก็บกินจากบุตรผู้หนึ่งผู้ใด
หรือ
ทั้งสองคน เมื่อใดก็ได้นั้น
ข้อตกลงดังกล่าวย่อมถือได้ว่าเป็นเงื่อนไขอย่างหนึ่งในการให้สิทธิเก็บกิน
ซึ่งผู้ทรงสิทธิเก็บกินยอมรับเงื่อนไขนี้มาตั้งแต่ต้นแล้ว
และเป็นที่ตกลงที่ไม่มีวัตถุประสงค์อันเป็นการต้องห้ามตามกฎหมายอันทำให้ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ
พนักงานเจ้าหน้าที่จึงรับจดทะเบียนให้ได้
(ตามหนังสือกรมที่ดิน ที่
มท
๐๗๑๑/ว
๒๑๗๘๔
ลงวันที่
๒๒
ตุลาคม
๒๕๓๓
และ
ที่
มท
๐๗๐๘/ว
๒๓๖๒๖
ลงวันที่
๑๒
พฤศจิกายน
๒๕๓๓)
(๓)
กรณีผู้ใช้อำนาจปกครองจะให้ที่ดินแก่ผู้เยาว์
พร้อมทั้งขอจดทะเบียนสิทธิเก็บกินในที่ดินดังกล่าวในคราวเดียวกัน
เป็นการให้โดยมีเงื่อนไขและมีค่าภาระติดพันจะต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน (ตามหนังสือกรมที่ดิน
ที่
มท
๐๗๑๒/ว
๑๙๓๗๘
ลงวันที่
๓๐
สิงหาคม
๒๕๓๔)
-
การจดทะเบียนสิทธิเก็บกินในที่ดินของผู้เยาว์
ไม่อาจรับดำเนินการให้ได้
ไม่ว่าผู้ใช้อำนาจปกครองหรือบุคคลอื่นจะเป็นผู้ทรงสิทธิ
ก็ตาม
เว้นแต่ผู้ใช้อำนาจปกครองจะได้รับอนุญาตจากศาลแล้ว(ตามหนังสือกรมที่ดิน
ที่
มท
๐๖๑๒/๑/ว
๔๑๐๕๑
ลงวันที่
๒๙
พฤศจิกายน
๒๕๑๙)
-
การจดทะเบียนสิทธิเก็บกินเฉพาะส่วนของผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมเต็มส่วนที่ผู้นั้นมีอยู่เป็นการกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่าง
แน่นอนและชัดเจนพอ
ซึ่งเป็นคนละกรณีกับการจดทะเบียนสิทธิเก็บกินเฉพาะส่วนเพียงบางส่วนที่คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ให้ความเห็นไว้แล้ว
พนักงานเจ้าหน้าที่ควรรับจดทะเบียนให้ได้
(ตามหนังสือกรมที่ดิน
ที่
มท
๐๗๑๒.๑/ว
๑๙๑๘๘
ลงวันที่
๒
กันยายน
๒๕๒๖)
แนวทางการวินิจฉัยที่สำคัญเกี่ยวกับสิทธิเก็บกิน
๑.
สิทธิเก็บกินเป็นทรัพยสิทธิชนิดหนึ่งอันจะก่อให้เกิดขึ้นเหนืออสังหาริมทรัพย์ใด
ๆ
ก็ได้(ป.พ.พ.
มาตรา
๑๔๑๗)
บ้านที่ปลูกอยู่บน
ที่ดินเป็นทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินนั้นเป็นอสังหาริมทรัพย์ประเภทหนึ่ง
จึงขอจดทะเบียนสิทธิเก็บกินเฉพาะบ้านก็ได้
โดยอนุโลมปฏิบัติตามคำสั่ง
กรมที่ดิน
ที่
๒/๒๕๐๑
ลงวันที่
๒๗
กุมภาพันธ์
๒๕๐๑
เรื่องการจดทะเบียนประเภทสิทธิเก็บกิน
๒. สิทธิเก็บกินตาม
ป.พ.พ.
มาตรา
๑๔๑๗
เป็นทรัพยสิทธิชนิดหนึ่งที่เจ้าของยังคงมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์อยู่
เพียงแต่ยอมให้ผู้ทรงสิทธิเก็บกินเข้ามามีสิทธิครอบครอง
ใช้
และถือเอาซึ่งประโยชน์แห่งทรัพย์สิน
ตลอดจนมีอำนาจจัดการทรัพย์สินนั้นได้
เจ้าของที่ดินมิได้โอนที่ดินให้แก่ผู้ทรงสิทธิเก็บกินด้วย
แม้ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจะเป็นบุคคลต่างด้าว
แต่ผู้ทรงสิทธิเก็บกินก็ไม่ได้ไปซึ่งกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์แต่
อย่างใด
จึงไม่อยู่ในบังคับของบทบัญญัติมาตรา
๘๖
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
ดังนั้นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินจึงขอจดทะเบียนสิทธิเก็บกินมีกำหนดตลอดชีวิตให้แก่บุคคลต่างด้าว
เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินได้
ไม่เป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย
๓.
ข้อกำหนดห้ามโอนภายในสิบปี
ตามมาตรา
๕๘
ทวิ
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
เป็นนโยบายของรัฐที่ว่า
เมื่อรัฐให้ความช่วยเหลือคนยากจนให้มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองแล้ว
รัฐก็ต้องการที่จะคุ้มครองไม่ให้บุคคลเหล่านั้นโอนที่ดินให้แก่บุคคลอื่นไปแล้วแสวงหาที่ดินแปลงใหม่อันอาจจะเข้าบุกรุกทำลายป่าไม้ของชาติต่อไปอีก
การห้ามโอนภายในเวลาจำกัดอย่างน้อยก็เป็นการประวิงเวลาไว้เพื่อให้บุคคลนั้นได้ครอบครองใช้ประโยชน์ในที่ดินจนเกิดดอกออกผลเกิดความหวงแหนไม่อยากจะละทิ้งไปหาที่ทำกินอื่น
จึงได้บัญญัติในการห้ามโอนไว้
แต่กรณีการจดทะเบียนสิทธิเก็บกินตามมาตรา
๑๔๑๗
แห่ง ป.พ.พ.
ผู้ทรงสิทธิมีเพียงสิทธิครอบครองใช้
และถือเอาซึ่งประโยชน์แห่งทรัพย์สิน
ซึ่งตามตัวบทได้ห้ามเฉพาะ
“การโอน”
การจดทะเบียนสิทธิเก็บกินมิใช่เป็นการโอนจึงไม่ต้องห้ามตามความในมาตรา
๕๘
ทวิ
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
จึงสามารถ
จดทะเบียนสิทธิเก็บกินระหว่างที่มีข้อกำหนดห้ามโอนได้
๔. แม้สิทธิเก็บกินเป็นทรัพยสิทธิที่ตัดทอนอำนาจกรรมสิทธิ์ตามนัยมาตรา
๑๓๓๖ แห่ง
ป.พ.พ.
เกือบทั้งหมด
กล่าวคือ
กรณีเจ้าของ
อสังหาริมทรัพย์จดทะเบียนสิทธิเก็บกินให้ผู้อื่นเป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินผู้ทรงสิทธิเก็บกินย่อมมีสิทธิครอบครองใช้และถือเอาซึ่งประโยชน์
และมีอำนาจจัดการอสังหาริมทรัพย์นั้นตามนัยมาตรา
๑๔๑๗
แห่ง
ป.พ.พ.
เท่านั้น
เจ้าของยังมีสิทธิจำหน่ายทรัพย์สินนั้นได้เพียงแต่เจ้าของจะใช้อำนาจ
จำหน่ายทรัพย์สินให้เป็นที่เสื่อมเสียต่อผู้ทรงสิทธิเก็บกินไม่ได้
ถ้าเจ้าของที่ดินจะขายที่ดินโดยมีภาระสิทธิเก็บกินติดไปด้วยก็ย่อมกระทำได้ตามสิทธิของตนที่มีอยู่
(คำพิพากษาฎีกาที่
๒๗๘๓/๒๕๑๖)
๕.
การจำนองเป็นการเอาทรัพย์สินตราไว้เป็นประกันการชำระหนี้โดยไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สินที่จำนอง
ทำให้เจ้าหนี้มีสิทธิบังคับจำนองเอาทรัพย์สินนั้นขายทอดตลาดเพื่อนำเงินจากการขายทอดตลาดมาชำระหนี้ที่จำนองเป็นประกันหรือบังคับจำนองเอาทรัพย์สินนั้นหลุดเป็นสิทธิของ
ผู้รับจำนองได้
หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ดังกล่าว
ดังนั้น
แม้การจำนองจะเป็นเพียงการนำทรัพย์สินที่จำนองตราไว้เป็นประกันการชำระหนี้
แต่ก็อาจมีการจำหน่ายทรัพย์สินที่จำนองได้หากมีการบังคับจำนอง
ซึ่งในมาตรา
๗๐๕
แห่ง
ป.พ.พ.
บัญญัติให้ผู้เป็นเจ้าของเป็นผู้จำนอง
ในกรณีที่มีการ
จดทะเบียนสิทธิเก็บกินในที่ดินไว้
ผู้เป็นเจ้าของจึงเป็นผู้มีสิทธิจำนองที่ดินดังกล่าว
และโดยที่การจำนองที่ดินที่มีการจดทะเบียนสิทธิเก็บกินผูกพัน
ที่ดินไว้ก่อนแล้ว
ถือได้ว่าเจ้าของที่ดินที่จำนองมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินภายในบังคับเงื่อนไขตามมาตรา
๗๐๖ แห่ง
ป.พ.พ.
ผู้รับจำนองย่อมบังคับจำนองได้ภายใต้ทรัพย์สินที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วเท่านั้นผู้รับจำนองจะบังคับจำนองโดยวิธีปลดเปลื้องให้สิทธิเก็บกินระงับสิ้นไปไม่ได้
และหากมีการบังคับจำนองที่ดินในขณะที่ที่ดินยังมีสิทธิเก็บกินอยู่
ผู้รับจำนองอาจได้รับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในภายหน้า
หากผู้ขอจดทะเบียนทั้งสองฝ่ายทราบแล้วยืนยันให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนจำนองให้โดยคู่กรณีทั้งสองฝ่ายยินยอมรับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นเอง
พนักงานเจ้าหน้าที่ก็ชอบที่จะดำเนินการจดทะเบียนจำนองไปตามความประสงค์ของผู้ขอได้
๖.
สิทธิเก็บกินเป็นทรัพยสิทธิอย่างหนึ่งที่ก่อตั้งขึ้นโดยอาศัยอำนาจใน
ป.พ.พ.
ดังนั้นการจดทะเบียนสิทธิเก็บกินในที่ดินที่อยู่ระหว่างจำนอง
ผู้รับจำนองอาจฟ้องศาลขอให้ลบสิทธิเก็บกินดังกล่าวจากทะเบียนได้
ถ้าการจดทะเบียนสิทธิเก็บกินเป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของผู้รับจำนองในเวลาบังคับจำนอง
ตามมาตรา
๗๒๒
แห่ง
ป.พ.พ.
แต่กรณีที่จะเสื่อมเสียแก่สิทธิของผู้รับจำนองอย่างไรนั้น
ในขณะขอจดทะเบียนยังไม่อาจพิสูจน์ได้
เพราะถ้าถึงกาลที่ต้องบังคับจำนอง
แม้จะขายทอดตลาดโดยยังมีสิทธิเก็บกินอยู่
ถ้ายังได้ราคาพอชำระหนี้
ก็ไม่ถือว่าเป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของผู้รับจำนอง
แต่ถ้าขายทอดตลาด
ที่ดินโดยยังมีสิทธิเก็บกินอยู่ทำให้ได้เงินไม่พอชำระหนี้หรือไม่สามารถขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าว
เพราะเหตุที่ยังมีสิทธิเก็บกินอยู่
จึงจะถือว่าเป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของผู้รับจำนอง
ซึ่งผู้รับจำนองอาจขอให้ศาลเพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิเก็บกินนั้นได้
แต่การเพิกถอนเช่นนี้หาใช่เพราะเหตุ การจดทะเบียนสิทธิเก็บกินเป็นโมฆะไม่
ถึงแม้ว่าคำสั่งกรมที่ดิน
ที่
๙/๒๕๐๐
ลงวันที่
๒๐
กันยายน ๒๕๐๐
จะได้วางทางปฏิบัติไว้ว่า
พนักงานเจ้าหน้าที่จะจดทะเบียนให้ได้ต่อเมื่อผู้รับจำนองให้คำยินยอมก็ตาม
แต่ถ้าการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ผู้ขอประสงค์จะขอดำเนินการมิใช่นิติกรรมที่เป็นโมฆะกรรมแล้ว
พนักงานเจ้าหน้าที่ก็มิอาจระงับการขอจดทะเบียนได้
ดังนั้น
หากมีผู้มาขอจดทะเบียนสิทธิเก็บกินในที่ดินระหว่างจำนองโดยผู้รับจำนองมิได้ให้ถ้อยคำยินยอมหรือทำหนังสือให้คำยินยอมไว้
พนักงานเจ้าหน้าที่จึงต้องรับจดทะเบียนให้
แต่ก่อนจดทะเบียนควรให้พนักงานเจ้าหน้าที่ชี้แจงให้คู่กรณีทราบถึงเหตุการณ์ที่จดทะเบียนสิทธิเก็บกินดังกล่าวอาจถูกเพิกถอน
หากคู่กรณีทราบแล้วยังยืนยันให้จดทะเบียนโดยยอมรับผิดชอบกันเอง
ก็บันทึกถ้อยคำไว้เป็นหลักฐาน
แล้วจดทะเบียนให้ต่อไป
๗. สิทธิเก็บกินเป็นทรัพย์สิทธิอย่างหนึ่ง
จะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีเจ้าของทรัพย์สินฝ่ายหนึ่งกับผู้ทรงสิทธิเก็บกินอีกฝ่ายหนึ่ง
ตามมาตรา ๑๔๑๗ แห่ง ป.พ.พ. นอกจากนี้ยังมีมาตราอื่นๆ แห่ง
ป.พ.พ.ในลักษณะสิทธิเก็บกิน
ที่บัญญัติกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผู้ทรงสิทธิเก็บกินและผู้เป็น
เจ้าของทรัพย์สินซึ่งตกอยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินไว้หลายมาตรา ว่า
ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิหน้าที่ต่อกันสถานใดเพียงใด เช่น มาตรา ๑๔๒๐ และมาตรา
๑๔๒๘
ประกอบกับการจดทะเบียนก่อตั้งสิทธิเก็บกินจะต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ของนิติกรรมตาม
ป.พ.พ.มาตรา ๑๔๙ กล่าวคือ จะต้องเป็นการ
กระทำที่มุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล
เมื่อเจ้าของที่ดินและผู้ทรงสิทธิเก็บกินเป็นบุคคลคนเดียวกัน
นิติสัมพันธ์ระหว่างบุคคลย่อมเกิดขึ้นไม่ได้และไม่เป็นนิติกรรม
การที่ ก.
ขอจดทะเบียนให้ตนเป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินในที่ดินของตนเองร่วมกับผู้อื่นนั้น
ในส่วนของ
ก.ย่อมเป็นการใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยอาศัยอำนาจของเจ้าของกรรมสิทธิ์ตาม
ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๓๖ อยู่แล้ว การขอจดทะเบียนก่อตั้งสิทธิเก็บกินของ ก.
เช่นนี้ย่อมขัดแย้งกับหลักกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้เพราะ ป.พ.พ.มาตรา
๑๒๙๘
บัญญัติให้ทรัพยสิทธิทั้งหลายนั้นจะก่อตั้งขึ้นได้ด้วยอำนาจในประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น
ดังนั้น เจ้าของที่ดินและผู้ทรงสิทธิเก็บกินเป็นบุคคลเดียวกัน
จึงไม่มีสิทธิขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิเก็บกินตาม ป.พ.พ.มาตรา
๑๒๙๙ ได้
คำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้อง
-
คำพิพากษาฎีกาที่
๖๘๗๒/๒๕๓๙
ถ.เจ้าของที่ดินทำสัญญากับจำเลยให้จำเลยมีสิทธิเก็บกินในที่ดินตลอดชีวิตของจำเลย
เป็นการก่อให้เกิดสิทธิเก็บกินโดยทางนิติกรรม
แต่เมื่อยังมิได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
การได้มาจึงไม่บริบูรณ์ตาม
ป.พ.พ.
มาตรา
๑๒๙๙
วรรคแรก
คงใช้บังคับกันได้ในฐานะบุคคลสิทธิระหว่างคู่กรณีเท่านั้น
จะใช้ยันโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่รับการให้ที่ดินจาก
ถ.
ไม่ได้
โดยไม่ต้องคำนึงว่าโจทก์จะสุจริตหรือไม่
ดังนั้น
ไม่ว่าโจทก์จะรู้ถึงข้อสัญญาระหว่างถ.กับจำเลยมาก่อนหรือไม่ก็ตาม
ก็ย่อมมีอำนาจในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ตามมาตรา
๑๓๓๖
ที่จะขัดขวาง
มิให้จำเลยสอดเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมายได้
-
คำพิพากษาฎีกาที่
๒๒๙๗/๒๕๔๑
โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาทได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกินที่ดินแปลง
ดังกล่าวให้แก่
ท.
ต่อมา
ท.ในฐานะผู้ทรงสิทธิเก็บกินทำสัญญาให้จำเลยเป็นผู้เช่ามีกำหนดเวลา
๓๐
ปี
โดยมีการทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือและ
จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
สัญญาเช่าย่อมมีผลผูกพันโจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท
แม้ในระหว่างอายุสัญญาเช่า
ท.
จะถึงแก่ความตายซึ่งเป็นผลให้สิทธิเก็บกินสิ้นไปตาม
ป.พ.พ.
มาตรา
๑๔๑๘
วรรคสี่
ก็ตาม
แต่ไม่กระทบถึงสิทธิของจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอก
และหามีผลทำให้สัญญาเช่าดังกล่าวระงับไปไม่
โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสอง
- คำพิพากษาฎีกา
ที่
๒๓๘๐/๒๕๔๒
โจทก์จำเลยตกลงด้วยวาจาให้โจทก์มีสิทธิเก็บกินในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องตลอดชีวิตของโจทก์
เพื่อเป็นการตอบแทนในการที่โจทก์ยกที่ดินแปลงอื่นและสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลย
ซึ่งจำเลยยินยอมให้โจทก์เก็บค่าเช่ากินไปตลอดชีวิต
จำเลยมีผลประโยชน์จาก สิ่งปลูกสร้างโดยได้เงินกินเปล่าจากผู้เช่าเมื่อครบกำหนดสัญญา
ส่วนโจทก์มีรายได้เฉพาะการเก็บค่าเช่าเท่านั้น
ข้อตกลงดังกล่าวเป็นข้อตกลงพิเศษอย่างสัญญาต่างตอบแทนก่อให้เกิดบุคคลสิทธิแก่โจทก์ในอันที่จะเรียกร้องให้จำเลยไปจดทะเบียนสิทธิเก็บกินนั้น
และเมื่อได้มีการจดทะเบียนเช่นนั้นแล้ว
การได้มาโดยนิติกรรมดังกล่าวซึ่งสิทธิเก็บกินอันเป็นทรัพยสิทธิก็ย่อมบริบูรณ์สมเจตนาของคู่กรณี
สิทธิของโจทก์ตามนิติกรรมดังกล่าวนี้เป็นสิทธิเรียกร้องระหว่างโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่กรณี
ตราบใดที่จำเลยผู้เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างยังมิได้โอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้แก่บุคคลอื่น
โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องศาลขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนสิทธิเก็บกินได้
ค่าธรรมเนียม
๑.
การจดทะเบียนสิทธิเก็บกินโดยไม่มีค่าตอบแทน
เป็นการจดทะเบียนประเภทไม่มีทุนทรัพย์ คิดค่าธรรมเนียมแปลงละ
๕๐
บาท
ตาม
กฎกระทรวง
ฉบับที่
๔๗ (พ.ศ.๒๕๔๑
)
ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ.๒๔๙๗
ข้อ
๒ (๗)
(ฑ)
๒. การจดทะเบียนสิทธิเก็บกินที่มีค่าตอบแทนเป็นการจดทะเบียนประเภทมีทุนทรัพย์
คณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์พิจารณาแล้ว
ให้ถือเอาค่าตอบแทนที่คู่กรณีตกลงชำระให้แก่กันเป็นราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนตามราคาค่าตอบแทนที่คู่กรณีตกลงชำระให้แก่กันในอัตราร้อยละ
๑ตามนัยกฎกระทรวง
ฉบับที่
๔๗
(พ.ศ.๒๕๔๑)
ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ.๒๔๙๗
ข้อ
๒ (๗)
(ฏ)
อากรแสตมป์
การจดทะเบียนสิทธิเก็บกินโดยมีค่าตอบแทน
พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องเรียกเก็บค่าอากรแสตมป์จากจำนวนค่าตอบแทน
ตามประมวลรัษฎากร
ตามลักษณะตราสาร
๒๘.(ข)
ใบรับแห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์
(ตามหนังสือกรมสรรพากร
ด่วนมาก
ที่
กค
๐๘๑๑/๐๙๘๘๔
ลงวันที่
๒๙
มิถุนายน ๒๕๔๑
ซึ่งกรมที่ดินได้แจ้งให้ทราบและถือปฏิบัติตามหนังสือกรมที่ดิน
ที่
มท
๐๗๑๐/ว
๒๔๔๑๗
ลงวันที่
๑๑ กันยายน ๒๕๔๑)
ส่วนมาตรฐานการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน
พฤศจิกายน ๒๕๔๗
_______________________
คำสั่งที่
๒/๒๕๐๑
เรื่อง การจดทะเบียนประเภทสิทธิเก็บกิน
ด้วยกรมที่ดินเห็นสมควรวางระเบียบการจดทะเบียนประเภทสิทธิเก็บกิน
และประเภทอื่น ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับประเภทสิทธิเก็บกินที่ได้
จดทะเบียนไว้แล้ว เพื่อถือเป็นทางปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(๑)
ในกรณีที่ดินแปลงใดต้องตกอยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินอันเป็นเหตุให้ผู้ทรงสิทธิมีสิทธิครอบครองใช้และถือเอาซึ่งประโยชน์แห่งทรัพย์สินนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา
๑๔๑๗
ให้คู่กรณีทำบันทึกข้อตกลงและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในประเภท
“สิทธิเก็บกิน”
การจดทะเบียนประเภทนี้ ให้จดทะเบียนสามัญ
เว้นแต่การจดทะเบียนประเภทซึ่งต่อเนื่องกับประเภทสิทธิเก็บกินซึ่งได้จดทะเบียนพิเศษไว้ก่อนคำสั่งนี้
คงให้จดทะเบียนพิเศษไปตามเดิม เช่น ประเภทเลิกสิทธิเก็บกิน
เรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
(ท.ด.
๑)
บันทึกข้อตกลงสารบัญจดทะเบียนประเภท
“สิทธิเก็บกิน”
ให้ปฏิบัติอนุโลมตามตัวอย่างหมายเลข ๑ - ๒
–
๓
(๒)
ในกรณีที่ผู้ทรงสิทธิได้สิทธิเก็บกินมาโดยทางพินัยกรรมให้ผู้ทรงสิทธิยื่นคำขอ
(ท.ด.๘)
และดำเนินการอย่างเรื่องมรดกที่ดิน
อนุโลมตามตัวอย่างหมายเลข ๔ เมื่อครบประกาศไม่มีอะไรขัดข้อง
จึงให้จดทะเบียนในประเภท
“สิทธิเก็บกิน”
ค่าธรรมเนียมในชั้นคำขอให้เรียกอย่างเรื่องประกาศมรดก ในชั้นจดทะเบียนให้เรียกอย่างประเภท
“สิทธิเก็บกิน”
เว้นแต่เรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
(ท.ด.
๑)
ในประเภท
“สิทธิเก็บกิน”
ไม่ต้องเรียกค่าคำขออีก
และให้หมายเหตุไว้ในคำขอและบัญชีมรดกว่า
ได้จดทะเบียนในประเภท
“สิทธิเก็บกิน”
แล้ว
ในการขอรับมรดกการได้มาซึ่งสิทธิเก็บกิน
ให้ดำเนินการเป็นเรื่องหนึ่งต่างหากจากเรื่องขอรับมรดกที่ดิน
ซึ่งผู้รับมรดกแต่ละเรื่องอาจมาขอให้ดำเนินการในวาระเดียวกันหรือต่างวาระกันก็ได้
แล้วแต่กรณี
(๓)
ในกรณีที่ที่ดินได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกินไว้แล้ว
ต่อมาได้มีการแบ่งแยกออกไป
คู่กรณีตกลงยินยอมให้ที่ดินแปลงที่แยกออกไปยังคงมีสิทธิเก็บกินติดไปด้วยก็ดี
หรือตกลงกันไม่ให้สิทธิเก็บกินติดไปด้วยก็ดี
ให้ปฏิบัติทำนองเดียวกับกรณีครอบจำนองหรือปลอดจำนอง
ตามคำสั่ง
กรมที่ดินที่
๑๔/๒๕๐๐
ลงวันที่
๑๔
พฤศจิกายน
๒๕๐๐
เรื่องวิธีการจดแจ้งการครอบจำนอง
และวิธีการจดทะเบียนปลอดจำนอง
โดยเรียกชื่อว่าประเภท
“ครอบสิทธิเก็บกิน”
หรือ
“ปลอดสิทธิเก็บกิน”
แล้วแต่กรณี
(๔) เมื่อได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกินไว้แล้ว
และสิทธิเก็บกินนั้นยังไม่หมดอายุหากคู่กรณีประสงค์จะเลิกสิทธิเก็บกินต่อกัน
ก็ให้ทั้งสองฝ่ายทำบันทึกข้อตกลงและจดทะเบียนเลิกสิทธิเก็บกิน
ถ้าสิทธิเก็บกินพ้นกำหนดเวลาแล้ว
ให้ถือว่าสิทธิเก็บกินเป็นอันสิ้นไปโดยมิต้องจดทะเบียนเลิกสิทธิเก็บกินอีก
เรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
(ท.ด.
๑)
บันทึกข้อตกลงสารบัญจดทะเบียนประเภทเลิกสิทธิเก็บกิน
ให้ปฏิบัติอนุโลมตามตัวอย่างหมายเลข ๕ - ๖ - ๗(๕)
ในกรณีที่ผู้ทรงสิทธิเก็บกินถึงแก่ความตาย
อันเป็นเหตุให้สิทธิเก็บกินต้องสิ้นไปตามมาตรา
๑๔๑๘
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ให้จดบันทึกถ้อยคำเจ้าของที่ดินด้วยแบบพิมพ์
ท.ด.
๑๖
ถึงเหตุที่ทำให้สิทธิเก็บกินต้องสิ้นไปโดยยื่นสำเนา
มรณบัตรหรือคำสั่งศาลหรือพยานหลักฐานอื่นที่เชื่อถือได้รับรองว่าผู้ทรงสิทธิเก็บกินได้ตายจริง
จึงให้จดทะเบียนเลิกสิทธิเก็บกินได้
เรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
(ท.ด.
๑)
และบันทึกถ้อยคำ ให้ปฏิบัติอนุโลมตาม ตัวอย่างหมายเลข ๘ -
๙ ส่วนสารบัญ
จดทะเบียนประเภท
เลิกสิทธิเก็บกิน
ให้ปฏิบัติอย่างเดียวกับ ตัวอย่างหมายเลข ๗
(๖) เมื่อได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกินไว้แล้ว
เจ้าของที่ดินเป็นอันหมดสิทธิที่จะให้เช่าที่ดินแปลงนั้นต่อไป
สิทธิการให้เช่าเป็นของผู้ทรงสิทธิเก็บกินภายในระยะเวลาแห่งการเป็นผู้ทรงสิทธิ
ฉะนั้นถ้าจะมีการให้เช่าที่ดินแปลงนั้น
จะต้องทำสัญญาและจดทะเบียนการเช่าระหว่างผู้ทรงสิทธิเก็บกินกับผู้เช่า โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดินอย่างใด
(๗)
ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนประเภท ”สิทธิเก็บกิน” ประเภท ”เลิกสิทธิเก็บกิน”
และประเภท “ปลอดสิทธิเก็บกิน” ให้เรียกเก็บตามกฎกระทรวงฯ ฉบับที่ ๑๐
(พ.ศ.๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.๒๔๙๗
ข้อ ๕ (๕) แปลงหนึ่งรายละ ๑๕ บาท
(๘)
ให้ยกเลิกคำสั่งกรมที่ดินและโลหกิจที่ ๑/๒๔๘๔ ลงวันที่ ๑๔
มกราคม ๒๔๘๔ เรื่อง
วิธีการจดทะเบียนสิทธิเก็บกินและเลิกสิทธิเก็บกิน
และคำสั่งอื่นที่มีข้อความอย่างเดียวกัน หรือซึ่งแย้ง หรือขัดคำสั่งนี้
ทั้งนี้
ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่วันรับทราบคำสั่งเป็นต้นไป
กรมที่ดิน
สั่ง ณ วันที่ ๒๗
กุมภาพันธ์ ๒๕๐๑
(ลงชื่อ) ถ.
สุนทรศารทูล
(นายถวิล สุนทรศารทูล)
อธิบดีกรมที่ดิน
กลับไปต้นเอกสาร...
กลับหน้าหลัก... |