มท  ๐๕๑๕/ว  ๒๘๗๕๙ กรมที่ดิน
ถนนพระพิพิธ  กทม. ๑๐๒๐๐
                                                          ๒๗  กันยายน  ๒๕๔๗
เรื่อง  การจดทะเบียนรับจำนองและรับซื้อฝากอสังหาริมทรัพย์
เรียน  ผู้ว่าราชการจังหวัด  ทุกจังหวัด
อ้างถึง  หนังสือกรมที่ดิน  ที่  มท  ๐๗๐๘/ว  ๕๑๖๐  ลงวันที่    มีนาคม ๒๕๒๙
สิ่งที่ส่งมาด้วย  สำเนาหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค ๑๐๐๖/๒๖๗๘ ลงวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๗
ตามหนังสือที่อ้างถึง  กรมที่ดินได้ส่งสำเนาหนังสือกระทรวงการคลัง  ด่วนมาก  ที่  กค 
๐๓๐๓/๙๙๑๖  ลงวันที่  ๒๑  กุมภาพันธ์  ๒๕๒๙  เรื่อง  กระทรวงการคลังขอทำความตกลงกับกรมที่ดิน
เกี่ยวกับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประเภทจำนอง  และรับซื้อฝากอสังหาริมทรัพย์  มาเพื่อโปรด
สั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ดินทราบว่า  ในการรับจดทะเบียนจำนองหรือรับซื้อฝากอสังหาริมทรัพย์  หากผู้รับจำนอง
หรือผู้รับซื้อฝากมีหลักฐานแสดงว่า  ตนเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของ
สถาบันการเงิน …ฯลฯ… สถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นสมาชิก …ฯลฯ… ธนาคารหรือ
สถาบันการเงินอื่นที่จดทะเบียนและตั้งอยู่ในต่างประเทศ  สหกรณ์ออมทรัพย์  ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์และ
บริษัทประกันชีวิต  หรือมีหลักฐานแสดงว่าตนเป็นนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นแล้ว  ให้พนักงาน-
เจ้าหน้าที่พิจารณาเกี่ยวกับการรับจดทะเบียนจำนองและรับซื้อฝากตามที่เห็นสมควร  เนื่องจากบุคคล
ดังกล่าวไม่ตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเครดิตฟองซิอร์  จึงสามารถกระทำ
การให้กู้ยืมโดยวิธีรับจำนองอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าปกติได้โดยชอบ  นั้น
กรมที่ดินพิจารณาแล้วเห็นว่า  ตามมาตรา ๕  แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน 
ธุรกิจหลักทรัพย์  และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์  พ.ศ. ๒๕๒๒  บัญญัติไว้ว่า  พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่
สถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น  แต่ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวมิได้ให้ความหมาย
คำว่า “สถาบันการเงินและนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น”  ไว้ว่าหมายถึงสถาบันการเงินและนิติบุคคล
ประเภทใด  เพื่อให้ทางปฎิบัติเกี่ยวกับการขออนุญาตรับจำนองและรับซื้อฝากอสังหาริมทรัพย์ในความเข้าใจ
ของกรมที่ดินและกระทรวงการคลังถูกต้องตรงกัน  กรมที่ดินจึงได้หารือเรื่องนี้ไปยังสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง 
กระทรวงการคลัง  ซึ่งได้รับแจ้งผลการพิจารณาตามหนังสือสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง  ด่วนที่สุด  ที่  กค 
๑๐๐๖/๒๖๗๘  ลงวันที่  ๓๐  สิงหาคม  ๒๕๔๗  สรุปได้ดังนี้
        ๑.  สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น  ตามคำนิยามของคำว่า  “สถาบันการเงิน” 
ในมาตรา ๔  ของกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุนฯ  ได้กำหนดให้หมายความถึงสถาบันการเงิน
ตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน  ซึ่งตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยฯ  มาตรา   
ได้กำหนดความหมายของสถาบันการเงินไว้    กรณี  คือ  ธนาคารแห่งประเทศไทย  ธนาคารพาณิชย์ 
บริษัทเงินทุน  บริษัทเครดิตฟองซิเอร์  และสถาบันการเงินอื่นที่รัฐมนตรีกำหนดโดยคำแนะนำของธนาคาร
แห่งประเทศไทยโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา  และในปัจจุบันรัฐมนตรีได้ออกประกาศจำนวน  ๑๑  ฉบับ 
กำหนดให้สถาบันการเงินอื่นจำนวน  ๑๕  แห่งเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยฯ  ทั้งนี้ 
ในจำนวนดังกล่าวเป็นสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายเฉพาะ  จำนวน    แห่ง  ดังนั้น  สถาบันการเงิน
ตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยฯ  ซึ่งมีกฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะรวมทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย  ตามมาตรา 
๓(๑)  ด้วยแล้ว  จึงมีทั้งหมด  ๑๐  แห่ง  รายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย
๒.  สำหรับนิติบุคคลที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะนั้น  หมายความถึง  นิติบุคคลอื่นนอกจาก
สถาบันการเงินตามข้อ ๑  ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายของไทยเท่านั้น  
๓.  กรณีผู้รับจำนองหรือรับซื้อฝากอสังหาริมทรัพย์เป็นสถาบันการเงินตาม    หรือนิติบุคคล
ตาม    พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนไม่ต้องพิจารณาว่าการรับจำนองหรือรับซื้อฝากอสังหาริมทรัพย์
จะเข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์หรือไม่  เนื่องจากไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วย
การประกอบธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์  แต่ถ้าผู้รับจำนองหรือผู้รับซื้อฝากอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่สถาบันการเงิน
หรือนิติบุคคลดังที่กล่าว  ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลไทยหรือต่างประเทศ  หรือเป็นธนาคารหรือสถาบันการเงินที่
จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ  ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนพิจารณาตามที่เห็นสมควร  เพราะ
บุคคลดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน  ธุรกิจหลักทรัพย์ และ
ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์  หากกรณีเกิดความไม่ชัดเจนว่าการกระทำใดเข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจเครดิต
ฟองซิเอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต  และอาจขัดต่อพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน  ธุรกิจหลักทรัพย์
และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.๒๕๒๒ สามารถส่งเรื่องให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังพิจารณาเป็นกรณีๆ ไปได้
กรมที่ดินจึงขอยกเลิกหนังสือกรมที่ดินที่อ้างถึง  และขอส่งสำเนาหนังสือกระทรวงการคลัง 
ด่วนที่สุด ที่ กค  ๑๐๐๖/๒๖๗๘ ลงวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๗  เรื่อง ขออนุญาตรับจำนองอสังหาริมทรัพย์
ในประเทศไทย  มาเพื่อโปรดสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ดินทราบและถือปฏิบัติต่อไป 
ขอแสดงความนับถือ
                                                                          (นายบัญญัติ  จันทน์เสนะ)      
 อธิบดีกรมที่ดิน
สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน  โทร.  ๐ ๒๒๒๒  ๖๑๙๖ 
โทรสาร  ๐ ๒๒๒๑  ๓๘๗๓  โทร. (มท)  ๘๐๕๑๒-๑๕  ต่อ  ๒๒๕
อ่านต่อสิ่งที่ส่งมาด้วย