Array
(
    [id] => 897649365802422272
    [website_id] => 813280382328901632
    [slug] => news-1779242659
    [shorten_slug] => qYQhHT
    [post_type_id] => 813280382328901638
    [post_type_category_id] => 813280383377477633
    [media_id_image_lang] => {"th":{"id":"897648980735954944","type":"jpeg","folder":"","name":"นอมินี3.jpg","thumb":"https://bo.dol.go.th/uploads/813280382328901632/2026/05/HgVEPcqSs1N4CX3n5BeTLpf7_thumb.jpg","url":"https://bo.dol.go.th/uploads/813280382328901632/2026/05/HgVEPcqSs1N4CX3n5BeTLpf7.jpg","filesize":171415}}
    [title] => กรมที่ดิน ประชุมเจ้าพนักงานที่ดินด่วนทั่วประเทศ ยกระดับข้อสั่งการนายกฯอนุทิน ตรวจเข้ม “นอมินี” ถือครองที่ดินแทนต่างชาติ
    [short_description] => 
    [detail] => 

นอมินี3.jpg

 

กรมที่ดิน ประชุมเจ้าพนักงานที่ดินด่วนทั่วประเทศ ยกระดับข้อสั่งการนายกฯอนุทิน ตรวจเข้ม “นอมินี” ถือครองที่ดินแทนต่างชาติ อธิบดีฯ กำชับ 462 สำนักงานที่ดิน เดินเกมรุก ตรวจลึกถึงโครงสร้างผู้ถือหุ้น–เส้นทางการเงิน

วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 : นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน เป็นประธานการประชุมผ่านระบบทางไกล (Video Conference) ไปยังเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด สาขา และส่วนแยกทั่วประเทศ รวม 462 สำนักงาน เพื่อกำชับแนวทางการปฏิบัติงานและยกระดับมาตรการตรวจสอบการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว หรือ “นอมินี” อย่างเข้มงวด หลังปรากฏข้อมูลและกระแสข่าวเกี่ยวกับการใช้บุคคลสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลอำพรางการถือครองที่ดิน ในพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งของประเทศ พร้อมมอบนโยบายตรงถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทั่วประเทศให้เดินหน้ามาตรการเชิงรุก ตรวจสอบเชิงลึก และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลกรมที่ดิน ได้แสดงความห่วงใยในประเด็นเรื่องของการถือครองที่ดินของคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทย และได้เน้นย้ำสั่งการเป็นพิเศษถึงปัญหาการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความเป็นธรรมในการถือครองที่ดิน และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบังคับใช้กฎหมายของรัฐ โดยที่ผ่านมา กรมที่ดินได้ออกหนังสือกำชับแนวทางการตรวจสอบมาอย่างต่อเนื่อง และมีคำสั่งให้สำนักงานที่ดินทั่วประเทศรายงานผลการตรวจสอบทุก 3 เดือน เพียงแต่ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มปรากฏพฤติการณ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น คือ ตอนจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมกับสำนักงานที่ดิน เอกสารทุกอย่างอาจถูกต้องครบถ้วน แต่ภายหลังกลับมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น เปลี่ยนทุน หรือใช้บริษัทอื่นเข้ามาถือหุ้นแทนคนไทย จนสุดท้ายผู้มีอำนาจควบคุมแท้จริงกลายเป็นคนต่างชาติ เรื่องแบบนี้ต้องตรวจสอบลึกไปถึงโครงสร้างบริษัทและเส้นทางการเงิน

ในการประชุมครั้งนี้ อธิบดีกรมที่ดินได้กำชับให้สำนักงานที่ดินทั่วประเทศถือปฏิบัติตามมาตรการสำคัญอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ “มาตรการป้องกันก่อนจดทะเบียน” ซึ่งกำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียดในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ทั้งในกรณีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่ใช่เพียงตรวจสอบเอกสารตามรูปแบบเท่านั้น

กรมที่ดินกำหนดมาตรการตรวจสอบเชิงลึกก่อนจดทะเบียน ในกรณีที่ผู้รับโอนเป็นบุคคลธรรมดา โดยเฉพาะการซื้อหรือโอนที่ดินที่มีมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีการชำระเงินสดตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องมีการสอบสวนถึงแหล่งที่มาของเงิน รายได้ อาชีพ และฐานะทางการเงิน อย่างละเอียด หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมาย หรือถือครองแทนคนต่างด้าว จะต้องเสนอเรื่องให้รัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ ในกรณีที่คนไทยมีคู่สมรสเป็นต่างด้าว ต้องให้ถ้อยคำรับรองว่าเงินที่นำมาซื้อเป็นสินส่วนตัวมิใช่สินสมรส รวมถึงกรณีการจำนอง เช่า หรือให้สิทธิอื่นแก่คู่สมรสต่างด้าว หากมีพฤติการณ์เข้าข่ายสนับสนุนการถือครองแทน ก็จะถูกตรวจสอบเช่นกัน ตลอดจนกรณีบุตรผู้เยาว์ของคนต่างด้าวรับโอนที่ดิน จะต้องมีการสอบสวนเพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงกฎหมายหรือเอื้อประโยชน์แก่คนต่างด้าว

ในกรณีที่ผู้รับโอนเป็นนิติบุคคล โดยเฉพาะบริษัทที่มีต่างด้าวถือหุ้นหรือเป็นกรรมการ และมีมูลค่าการโอนตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีการชำระเงินสดตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องสอบสวนให้ชัดเจนว่า ผู้ถือหุ้นชาวไทยไม่ได้ถือหุ้นแทนคนต่างด้าว โดยสอบสวนจากรายได้ อาชีพ และที่มาของเงินอย่างครบถ้วน รวมถึงกรณีบริษัทซื้อที่ดินในราคาสูงกว่าทุนจดทะเบียนแต่ไม่มีการจำนอง ก็ต้องสอบสวนที่มาของเงินทุนของบริษัทอย่างละเอียด นอกจากนี้ หากนิติบุคคลต่างด้าวเข้ามาเช่าที่ดินหรือถือสิทธิระยะยาว ก็จะมีการสอบสวนวัตถุประสงค์การเช่าว่านำไปประกอบกิจการใด หรือขัดต่อ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่ และหากไม่แสดงหลักฐานจนเป็นที่เชื่อได้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าน่าจะเป็นการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการตรวจสอบหลังการได้มาซึ่งที่ดิน โดยให้จังหวัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและสอบสวนกรณีถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ซึ่งประกอบด้วยฝ่ายปกครอง เจ้าพนักงานที่ดิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันกลั่นกรองข้อเท็จจริงและติดตามพฤติการณ์ต้องสงสัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน กรมที่ดินยังเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยกรมที่ดินได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลนิติบุคคลต้องสงสัย ข้อมูลผู้ถือหุ้น และข้อมูลการถือครองที่ดิน เพื่อใช้ร่วมกันในการตรวจสอบพฤติการณ์นอมินีและการถือครองอสังหาริมทรัพย์แทนคนต่างด้าว

อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวอีกว่า ต่อให้ยังไม่พบหลักฐานชัดเจนว่ามีการกระทำผิด คณะกรรมการระดับจังหวัดก็ยังต้องติดตามและสอดส่องข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากโฆษณา ข่าวสารท้องถิ่น การประชาสัมพันธ์อสังหาริมทรัพย์ หรือพฤติการณ์ที่แสดงออกต่อสาธารณะของผู้ถือครองที่ดินหรือกลุ่มทุนต่างชาติ และหากตรวจสอบพบการกระทำผิดจริง กรมที่ดินมีมาตรการทั้งทางปกครองและทางอาญารองรับอย่างชัดเจน โดยสามารถสั่งให้จำหน่ายที่ดินภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งไม่น้อยกว่า 180 วัน แต่ไม่เกิน 1 ปี หากไม่ดำเนินการ อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจสั่งจำหน่ายแทนได้ทันที

ส่วนผู้กระทำผิดจะมีความผิดทั้งตามประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายที่ดิน เช่น ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ความผิดฐานถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว หรือการได้มาซึ่งที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับ ซึ่งการดำเนินมาตรการดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อกระทบต่อการลงทุนหรือการท่องเที่ยว แต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ และสร้างความมั่นใจว่าการถือครองอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยจะต้องอยู่ภายใต้กติกาเดียวกันทุกฝ่าย

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=1300603848867564&set=a.269183865342906&locale=th_TH

[widget] => [detail_preview] => [seo_description] => {"th":"กรมที่ดิน ประชุมเจ้าพนักงานที่ดินด่วนทั่วประเทศ ยกระดับข้อสั่งการนายกฯอนุทิน ตรวจเข้ม “นอมินี” ถือครองที่ดินแทนต่างชาติ"} [seo_keyword] => {"th":""} [widget_preview] => [detail_render_type] => tinymce [ord] => 18 [view_amt] => 9 [click_amt] => 0 [like_amt] => 0 [download_amt] => 0 [tags] => [is_suggest] => 0 [is_sticky] => 0 [is_publish] => 1 [is_approve] => 1 [date_publish] => 2026-05-20 09:06:14 [date_publish_end] => [allow_group] => all [allow_comment] => 0 [is_delete] => 0 [date_create] => 2026-05-20 09:06:14 [date_update] => [staff_id_create] => 879888656297496576 [staff_id_update] => [users_id_create] => [users_id_update] => [is_index] => 0 [is_share] => 0 [share_website_id] => [share_content_id] => [share_staff_name] => [share_category_name] => [date_approve] => [is_show] => 1 [disapprove_reason] => [meta] => [{"field_group_id":"813280382471507968","data_type":"checkbox","code":"is_show_image_cover","code_use":"is_show_image_cover","repeater_idx":"","val":1,"val_join":"","val2":""},{"field_group_id":"813280382471507968","data_type":"media_lang","code":"image_cover","code_use":"image_cover","repeater_idx":"","val":{"th":""},"val_join":"","val2":""},{"field_group_id":"813280382471507968","data_type":"text","code":"text_image_cover","code_use":"text_image_cover","repeater_idx":"","val":{"th":""},"val_join":"","val2":""},{"field_group_id":"813280382471507968","data_type":"menu","code":"sel_menu","code_use":"sel_menu","repeater_idx":"","val":"","val_join":"","val2":""},{"field_group_id":"813280382471507968","data_type":"checkbox","code":"is_show_date_all_view","code_use":"is_show_date_all_view","repeater_idx":"","val":1,"val_join":"","val2":""},{"field_group_id":"813280382471507968","data_type":"checkbox","code":"is_show_share_social","code_use":"is_show_share_social","repeater_idx":"","val":1,"val_join":"","val2":""},{"field_group_id":"813280382471507968","data_type":"checkbox","code":"is_show_like","code_use":"is_show_like","repeater_idx":"","val":1,"val_join":"","val2":""}] [roles_id] => 827186735581667328 [link] => https://www.dol.go.th/NongPhai/press-release/news-1779242659/ [post_type_slug] => news [post_type_name] => ข่าวสาร [data_group] => news [family_tree] => |press-release| [content_slug] => |press-release| [content_slug_post] => |press-release|news-1779242659| [title0] => Array ( [th] => กรมที่ดิน ประชุมเจ้าพนักงานที่ดินด่วนทั่วประเทศ ยกระดับข้อสั่งการนายกฯอนุทิน ตรวจเข้ม “นอมินี” ถือครองที่ดินแทนต่างชาติ ) [post_type_category] => Array ( [0] => Array ( [my] => 813280383377477633 [father] => [grandfather] => [greatgrandfather] => [my_slug] => press-release [father_slug] => [grandfather_slug] => [greatgrandfather_slug] => [my_name] => ข่าวประชาสัมพันธ์ [father_name] => [grandfather_name] => [greatgrandfather_name] => [readmore_link] => https://www.dol.go.th/NongPhai/news/category/press-release/ [father_readmore_link] => https://www.dol.go.th/NongPhai//category// [grandfather_readmore_link] => https://www.dol.go.th/NongPhai//category// [greatgrandfather_readmore_link] => https://www.dol.go.th/NongPhai//category// [my_show_cover] => 0 [father_show_cover] => 0 [grandfather_show_cover] => 0 [greatgrandfather_show_cover] => 0 [my_image_cover] => Array ( [th] => ) [father_image_cover] => [grandfather_image_cover] => [greatgrandfather_image_cover] => [same_type] => 1 ) ) [family_name] => Array ( [0] => Array ( [link] => /press-release/ [name] => ข่าวประชาสัมพันธ์ ) ) )

กรมที่ดิน ประชุมเจ้าพนักงานที่ดินด่วนทั่วประเทศ ยกระดับข้อสั่งการนายกฯอนุทิน ตรวจเข้ม “นอมินี” ถือครองที่ดินแทนต่างชาติ

20 พ.ค. 2569
เข้าชม : 9 คน
 cover

กรมที่ดิน ประชุมเจ้าพนักงานที่ดินด่วนทั่วประเทศ ยกระดับข้อสั่งการนายกฯอนุทิน ตรวจเข้ม “นอมินี” ถือครองที่ดินแทนต่างชาติ

นอมินี3.jpg

 

กรมที่ดิน ประชุมเจ้าพนักงานที่ดินด่วนทั่วประเทศ ยกระดับข้อสั่งการนายกฯอนุทิน ตรวจเข้ม “นอมินี” ถือครองที่ดินแทนต่างชาติ อธิบดีฯ กำชับ 462 สำนักงานที่ดิน เดินเกมรุก ตรวจลึกถึงโครงสร้างผู้ถือหุ้น–เส้นทางการเงิน

วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 : นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน เป็นประธานการประชุมผ่านระบบทางไกล (Video Conference) ไปยังเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด สาขา และส่วนแยกทั่วประเทศ รวม 462 สำนักงาน เพื่อกำชับแนวทางการปฏิบัติงานและยกระดับมาตรการตรวจสอบการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว หรือ “นอมินี” อย่างเข้มงวด หลังปรากฏข้อมูลและกระแสข่าวเกี่ยวกับการใช้บุคคลสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลอำพรางการถือครองที่ดิน ในพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งของประเทศ พร้อมมอบนโยบายตรงถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทั่วประเทศให้เดินหน้ามาตรการเชิงรุก ตรวจสอบเชิงลึก และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลกรมที่ดิน ได้แสดงความห่วงใยในประเด็นเรื่องของการถือครองที่ดินของคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทย และได้เน้นย้ำสั่งการเป็นพิเศษถึงปัญหาการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความเป็นธรรมในการถือครองที่ดิน และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบังคับใช้กฎหมายของรัฐ โดยที่ผ่านมา กรมที่ดินได้ออกหนังสือกำชับแนวทางการตรวจสอบมาอย่างต่อเนื่อง และมีคำสั่งให้สำนักงานที่ดินทั่วประเทศรายงานผลการตรวจสอบทุก 3 เดือน เพียงแต่ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มปรากฏพฤติการณ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น คือ ตอนจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมกับสำนักงานที่ดิน เอกสารทุกอย่างอาจถูกต้องครบถ้วน แต่ภายหลังกลับมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น เปลี่ยนทุน หรือใช้บริษัทอื่นเข้ามาถือหุ้นแทนคนไทย จนสุดท้ายผู้มีอำนาจควบคุมแท้จริงกลายเป็นคนต่างชาติ เรื่องแบบนี้ต้องตรวจสอบลึกไปถึงโครงสร้างบริษัทและเส้นทางการเงิน

ในการประชุมครั้งนี้ อธิบดีกรมที่ดินได้กำชับให้สำนักงานที่ดินทั่วประเทศถือปฏิบัติตามมาตรการสำคัญอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ “มาตรการป้องกันก่อนจดทะเบียน” ซึ่งกำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียดในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ทั้งในกรณีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่ใช่เพียงตรวจสอบเอกสารตามรูปแบบเท่านั้น

กรมที่ดินกำหนดมาตรการตรวจสอบเชิงลึกก่อนจดทะเบียน ในกรณีที่ผู้รับโอนเป็นบุคคลธรรมดา โดยเฉพาะการซื้อหรือโอนที่ดินที่มีมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีการชำระเงินสดตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องมีการสอบสวนถึงแหล่งที่มาของเงิน รายได้ อาชีพ และฐานะทางการเงิน อย่างละเอียด หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมาย หรือถือครองแทนคนต่างด้าว จะต้องเสนอเรื่องให้รัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ ในกรณีที่คนไทยมีคู่สมรสเป็นต่างด้าว ต้องให้ถ้อยคำรับรองว่าเงินที่นำมาซื้อเป็นสินส่วนตัวมิใช่สินสมรส รวมถึงกรณีการจำนอง เช่า หรือให้สิทธิอื่นแก่คู่สมรสต่างด้าว หากมีพฤติการณ์เข้าข่ายสนับสนุนการถือครองแทน ก็จะถูกตรวจสอบเช่นกัน ตลอดจนกรณีบุตรผู้เยาว์ของคนต่างด้าวรับโอนที่ดิน จะต้องมีการสอบสวนเพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงกฎหมายหรือเอื้อประโยชน์แก่คนต่างด้าว

ในกรณีที่ผู้รับโอนเป็นนิติบุคคล โดยเฉพาะบริษัทที่มีต่างด้าวถือหุ้นหรือเป็นกรรมการ และมีมูลค่าการโอนตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีการชำระเงินสดตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องสอบสวนให้ชัดเจนว่า ผู้ถือหุ้นชาวไทยไม่ได้ถือหุ้นแทนคนต่างด้าว โดยสอบสวนจากรายได้ อาชีพ และที่มาของเงินอย่างครบถ้วน รวมถึงกรณีบริษัทซื้อที่ดินในราคาสูงกว่าทุนจดทะเบียนแต่ไม่มีการจำนอง ก็ต้องสอบสวนที่มาของเงินทุนของบริษัทอย่างละเอียด นอกจากนี้ หากนิติบุคคลต่างด้าวเข้ามาเช่าที่ดินหรือถือสิทธิระยะยาว ก็จะมีการสอบสวนวัตถุประสงค์การเช่าว่านำไปประกอบกิจการใด หรือขัดต่อ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่ และหากไม่แสดงหลักฐานจนเป็นที่เชื่อได้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าน่าจะเป็นการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการตรวจสอบหลังการได้มาซึ่งที่ดิน โดยให้จังหวัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและสอบสวนกรณีถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ซึ่งประกอบด้วยฝ่ายปกครอง เจ้าพนักงานที่ดิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันกลั่นกรองข้อเท็จจริงและติดตามพฤติการณ์ต้องสงสัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน กรมที่ดินยังเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยกรมที่ดินได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลนิติบุคคลต้องสงสัย ข้อมูลผู้ถือหุ้น และข้อมูลการถือครองที่ดิน เพื่อใช้ร่วมกันในการตรวจสอบพฤติการณ์นอมินีและการถือครองอสังหาริมทรัพย์แทนคนต่างด้าว

อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวอีกว่า ต่อให้ยังไม่พบหลักฐานชัดเจนว่ามีการกระทำผิด คณะกรรมการระดับจังหวัดก็ยังต้องติดตามและสอดส่องข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากโฆษณา ข่าวสารท้องถิ่น การประชาสัมพันธ์อสังหาริมทรัพย์ หรือพฤติการณ์ที่แสดงออกต่อสาธารณะของผู้ถือครองที่ดินหรือกลุ่มทุนต่างชาติ และหากตรวจสอบพบการกระทำผิดจริง กรมที่ดินมีมาตรการทั้งทางปกครองและทางอาญารองรับอย่างชัดเจน โดยสามารถสั่งให้จำหน่ายที่ดินภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งไม่น้อยกว่า 180 วัน แต่ไม่เกิน 1 ปี หากไม่ดำเนินการ อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจสั่งจำหน่ายแทนได้ทันที

ส่วนผู้กระทำผิดจะมีความผิดทั้งตามประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายที่ดิน เช่น ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ความผิดฐานถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว หรือการได้มาซึ่งที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับ ซึ่งการดำเนินมาตรการดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อกระทบต่อการลงทุนหรือการท่องเที่ยว แต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ และสร้างความมั่นใจว่าการถือครองอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยจะต้องอยู่ภายใต้กติกาเดียวกันทุกฝ่าย

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=1300603848867564&set=a.269183865342906&locale=th_TH