การขอเอกสารแสดงสิทธิที่ดิน

นายพิสิทธิ์ สุวรรณา
14 May 2014
เข้าชม 41

ที่ดินผืนนี้เป็นที่ดินที่ยายแบ่งให้มานานเกือบ 30 ปี แต่ไม่มีเอกสารแสดงสิทธิใดๆเกี่ยวกับที่ดิน จากการไปสอบถามจากเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน พบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็น "ที่มีการครอบครอง" และจากโฉนดที่ดินข้างเคียงก็ระบุแบบนั้นเหมือนกัน และได้คำแนะนำจากพนักงานกรมที่ดินว่าให้รอ "โครงการเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินให้ครอบคลุมทั่วประเทศ" ซึ่งจากการค้นข้อมูลย้อนหลัง พบว่าเมื่อหลายปีก่อน รวมทั้งปี 2557 จังหวัดอำนาจเจริญถูกยกเว้นการดำเนินการมาโดยตลอด! *อยากทราบว่า กรณีดังกล่าว ผมมีวิธีใดบ้างที่จะขอเอกสารแสดงสิทธิที่ดินผืนนี้ครับ ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 1
Normal
0


false
false
false








MicrosoftInternetExplorer4


                     กรณีท่านไม่มีหลักฐานในที่ดิน
ท่านอาจขอออกโฉนดที่ดินได้ หากที่ดินอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกโฉนดที่ดิน
และต้องไม่เป็นที่ดินที่ต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ.
๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ เช่น ที่ดินสงวน  หวงห้าม
ที่ดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน ที่เขา ที่ภูเขา ที่เกาะ ป่าไม้ถาวร
ป่าสงวนแห่งชาติ หรือ เขตที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน เป็นต้น
ตามหลักเกณฑ์ดังนี้

     ๑.
กรณีเป็นที่ดินที่เจ้าของที่ดินเดิมได้ครอบครองทำประโยชน์มาก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ
(วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๗) สามารถออกโฉนดที่ดินได้ ๒ วิธี คือ

 ๑.๑ โดยการเดินสำรวจตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๒) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

 ๑.๒
โดยขอออกเป็นการเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ณ
สำนักงานที่ดินจังหวัด สำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา หรือสำนักงานที่ดินส่วนแยกที่ที่ดินตั้งอยู่
ซึ่งกรณีนี้ท่านจะต้องเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติตามมาตรา ๒๗
ตรีแห่งประมวลกฎหมายที่ดินกล่าวคือ เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศกำหนดท้องที่และวันเริ่มต้นของการสำรวจรังวัดทำแผนที่
ท่านได้แจ้งการครอบครองต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ณ
ที่ดินนั้นตั้งอยู่ภายในกำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันปิดประกาศ
หรือได้มานำหรือส่งตัวแทนมานำพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการสำรวจรังวัดตามวันและเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศกำหนด

     ๒. กรณีเป็นที่ดินที่เจ้าของที่ดินเดิมได้ครอบครองทำประโยชน์ภายหลังวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ
(วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๗) สามารถขอออกโฉนดที่ดินได้เพียงวิธีเดียว คือ
โดยการเดินสำรวจตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๓) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
กรณีนี้โฉนดที่ดินจะถูกกำหนดห้ามโอนสิบปี เว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดกหรือโอนให้แก่ทบวงการเมือง
องค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล
รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งโดยพระราชบัญญัติหรือโอนให้แก่สหกรณ์เพื่อชำระหนี้
โดยได้รับอนุมัติจากนายทะเบียนสหกรณ์

     กรณีตาม ๑,๒ จะออกโฉนดที่ดินได้ไม่เกิน ๕๐
ไร่ ถ้าขอออกเกิน ๕๐ ไร่ จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด
ตามระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒)

                     กรณีที่ดินมีการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมาก่อนประมวลกฎหมายที่ดิน
หากได้เคยมีการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินแต่เจ้าของที่ดินไม่ไปนำเดินสำรวจ
ถือว่าเจ้าของที่ดินสละสิทธิในที่ดินและไม่ใช่ผู้ซึ่งปฏิบัติตามมาตรา ๒๗
ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ตามข้อ ๑.๒ จึงไม่สามารถออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๙ ทวิ
ได้

Normal
0


false
false
false








MicrosoftInternetExplorer4


 แต่ถ้าที่ดินบริเวณดังกล่าวยังไม่เคยมีการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินทั้งตำบลมาก่อนตามคำถามที่ดินของท่านเป็นที่ดินที่มี
ภ.บ.ท. ๕ สามารถขอออกโฉนดที่ดินได้ตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น ดังนี้ 

                   -
กรณีเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘
ขอให้ท่านสอบถามเรื่องโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจากผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันในพื้นที่
หรือสำนักงานที่ดินในพื้นที่ เพื่อขอทราบข้อมูลว่าที่ดินของท่านอยู่ในหลักเกณฑ์ที่สามารถเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินหรือไม่
และแจ้งความประสงค์ในการขอนำเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน ตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๕๗
เป็นต้นไป ทั้งนี้การพิจารณาสั่งเจ้าหน้าที่ออกไปดำเนินการขึ้นอยู่กับข้อมูลและแผนงานโครงการ
โดยคำนึงถึงงบประมาณ ระยะเวลา และเป้าหมายเป็นหลัก                              

                   - กรณีขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะราย
ท่านสามารถยื่นคำขอออกโฉนดได้ที่สำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่

                   กรณีท่านมีข้อสงสัยในเรื่องที่ดินขอให้ท่านติดต่อสอบถาม
ณ สำนักงานที่ดินที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่โดยตรง

................................................




/* Style Definitions */
table.MsoNormalTable
{mso-style-name:ตารางปกติ;
mso-tstyle-rowband-size:0;
mso-tstyle-colband-size:0;
mso-style-noshow:yes;
mso-style-parent:"";
mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt;
mso-para-margin:0cm;
mso-para-margin-bottom:.0001pt;
mso-pagination:widow-orphan;
font-size:10.0pt;
font-family:"Times New Roman";
mso-bidi-font-family:"Times New Roman";
mso-ansi-language:#0400;
mso-fareast-language:#0400;
mso-bidi-language:#0400;}




/* Style Definitions */
table.MsoNormalTable
{mso-style-name:ตารางปกติ;
mso-tstyle-rowband-size:0;
mso-tstyle-colband-size:0;
mso-style-noshow:yes;
mso-style-parent:"";
mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt;
mso-para-margin:0cm;
mso-para-margin-bottom:.0001pt;
mso-pagination:widow-orphan;
font-size:10.0pt;
font-family:"Times New Roman";
mso-bidi-font-family:"Times New Roman";
mso-ansi-language:#0400;
mso-fareast-language:#0400;
mso-bidi-language:#0400;}

body { background: #FFF; }


body {
background: #FFF;
}
ตอบโดย: สำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญ
1 Oct 2014
rss image

Supported browsers Google Chrome, Firefox, Safari, Microsoft Edge. © สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2567 - กรมที่ดิน

w3c html image w3c css image
ด้านบน