ขอออกโฉนด

Hot
ืทองจันทร์
28 Jul 2014
เข้าชม 118

มีที่นาทำกินประมาณ 30ไร่ แต่เป็นนา สปก. อยู่ทำกินมานานแล้วประมาณ50-60 ปี อยากทราบว่าจะสามารถขอออกโฉนดให้เป็นโฉนด น.ส.3 ได้หรือไม่ แล้วถ้าได้ต้องดำเนินการอย่างไร ช่วยตอบด้วนนะคะ
ความคิดเห็นที่ 1
Normal
0


false
false
false








MicrosoftInternetExplorer4


                     ตามคำถามข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจนว่าที่ดินที่สอบถามเป็นที่ดินประเภทใด

     กรณีเป็นที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

     ที่ดินที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจะออกหนังสืออนุญาตให้ราษฎรเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน
(ส.ป.ก. ๔-๐๑)
สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นเกษตรกรและได้รับการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์จากคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด
ราษฎรที่ถือครองและทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินไม่มีกรรมสิทธิ์และไม่สามารถยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินได้
แต่ที่ดินดังกล่าวสามารถโอนสิทธิหรือรับมรดกสิทธิที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑
ได้ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ดังนี้

                   ผู้ที่จะมีสิทธิรับโอนสิทธิหรือรับมรดกสิทธิตาม
ส.ป.ก.
๔-๐๑ ต้องเป็นเกษตรกร คือ ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก
และยังไม่มีที่ดินทำกินเพียงพอแก่การครองชีพอยู่แล้วโดยมีลำดับดังต่อไปนี้

                   ๑. คู่สมรส

                   ๒. บุตร (ต้องไม่ใช่บุตรบุญธรรม)

                   ๓. บิดา มารดา

                   ๔. พี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมแต่บิดาหรือมารดา

     ๕. หลาน (ลูกของลูกหรือลูกของพี่หรือของน้องตาม
ข้อ ๔.)

                   กรณีที่จะโอนสิทธิได้จะต้องมีเหตุผลและความจำเป็น
เช่น ผู้ได้รับ ส.ป.ก. ๔-๐๑ ชราภาพหรือเจ็บป่วยหรือกายพิการจนไม่สามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้
หรือไปประกอบอาชีพอื่นเป็นต้น ส่วนการรับมรดกสิทธิเป็นกรณีผู้ได้รับ ส.ป.ก.
๔-๐๑ เสียชีวิต

                   หากท่านมีข้อสงสัยในที่ดิน
ส.ป.ก. ๔-๐๑ ขอให้ท่านติดต่อสอบถามสำนักงานการปฏิรูปที่ดินโดยตรง

     กรณีที่ดินอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและมีหลักฐานในที่ดินก่อนมีการกำหนดเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

                       การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นั้น
ตามหนังสือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ด่วนที่สุด ที่ นร ๐๖๐๑/๒๐๙ ลงวันที่
๒๙ มีนาคม ๒๕๓๗ ได้วางแนวทางปฏิบัติไว้ว่า “เมื่อมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแล้ว
และในเขตปฏิรูปที่ดินดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่ ส.ป.ก.
เข้าไปดำเนินการแล้วหรือยังไม่ได้เข้าไปดำเนินการก็ตาม
พนักงานเจ้าหน้าที่จะออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้แก่ราษฎรที่ครอบครองและทำประโยชน์อยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับไม่ได้
ถ้าราษฎรดังกล่าว

Normal
0


false
false
false








MicrosoftInternetExplorer4

ไม่ได้แจ้งการครอบครองตามมาตรา ๕
แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗
หรือมิได้แจ้งความประสงค์จะได้สิทธิในที่ดินตามมาตรา ๒๗ ตรี
แห่งประมวลกฎหมายที่ดินไว้ก่อนมีการกำหนดเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม”

                   จากแนวทางปฏิบัติดังกล่าวข้างต้น หากเจ้าของไม่ได้แจ้งการครอบครองตามมาตรา
๕ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ หรือไม่มีหลักฐานใบจอง
(น.ส. ๒) ใบเหยียบย่ำ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือมิได้แจ้งความประสงค์จะได้สิทธิในที่ดินตามมาตรา
๒๗ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดินไว้ก่อนมีการกำหนดเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พนักงานเจ้าหน้าที่ย่อมไม่สามารถออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้ได้

                   การออกโฉนดที่ดินต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ โดยเจ้าของที่ดินต้องมีการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน
และที่ดินดังกล่าวต้องไม่เป็นที่ดินต้องห้ามมิให้ออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน เช่น ที่ดินสงวนหวงห้าม ที่ดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน ที่เขา
ที่ภูเขา ที่เกาะ ป่าไม้ถาวร
ป่าสงวนแห่งชาติ เป็นต้น หากที่ดินของท่านอยู่ในหลักเกณฑ์ที่สามารถออกโฉนดที่ดิน
ท่านสามารถยื่นคำขอรังวัดออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะรายได้ตามมาตรา
๕๙ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ได้ ณ สำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่

                   กรณีท่านมีข้อสงสัยในเรื่องที่ดินขอให้ท่านติดต่อสอบถาม
ณ สำนักงานที่ดินที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่โดยตรง

                  

          ......................................................



/* Style Definitions */
table.MsoNormalTable
{mso-style-name:ตารางปกติ;
mso-tstyle-rowband-size:0;
mso-tstyle-colband-size:0;
mso-style-noshow:yes;
mso-style-parent:"";
mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt;
mso-para-margin:0cm;
mso-para-margin-bottom:.0001pt;
mso-pagination:widow-orphan;
font-size:10.0pt;
font-family:"Times New Roman";
mso-bidi-font-family:"Times New Roman";
mso-ansi-language:#0400;
mso-fareast-language:#0400;
mso-bidi-language:#0400;}




/* Style Definitions */
table.MsoNormalTable
{mso-style-name:ตารางปกติ;
mso-tstyle-rowband-size:0;
mso-tstyle-colband-size:0;
mso-style-noshow:yes;
mso-style-parent:"";
mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt;
mso-para-margin:0cm;
mso-para-margin-bottom:.0001pt;
mso-pagination:widow-orphan;
font-size:10.0pt;
font-family:"Times New Roman";
mso-bidi-font-family:"Times New Roman";
mso-ansi-language:#0400;
mso-fareast-language:#0400;
mso-bidi-language:#0400;}

body {
background: #FFF;
}
ตอบโดย: สำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญ
4 Aug 2014
rss image

Supported browsers Google Chrome, Firefox, Safari, Microsoft Edge. © สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2567 - กรมที่ดิน

w3c html image w3c css image
ด้านบน