- Home
- ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
- ที่ดินตกสำรวจ
ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
ผมอายุ 32 ปีมีที่ดินอยู่ประมาณ 10 ไร่ ซึ่งได้รับ มรดกตกทอด มาตั่งแต่ สมัยคุณตา ,รุ่นคุณแม่และ ผมตามลำดับ ซึ่งที่ดินดังกว่าถูกใช้ประโยชน์ไม่ต่ำกว่า 40 ปีแน่นอน ครับแต่ที่ดินแปลงนี้ไม่มีเอกสารสิทธิในการครอบครอง ทางกฏหมายซักใบเดียว ทั้งที่ข้างเคียงเขาก็มีเอกสารถือครองที่ดินกันหมดแล้ว ผมอยากจะถามท่านผู้รู้ช่วยชี้แนะแนวทางให้ผมด้วยครับ คือถ้าผมจะขอเอกสารถือครองที่ดินแปลงนี้ ผมจะต้องทำอย่างไรบ้างครับ ผมอยากจะทำให้ถูกต้องตามกฎหมายและที่ดินแปลงนี้เป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียวที่แม่ผมยกให้ผมครับ
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
ด้านบน
แผนผังเว็บไซต์
- บริการกรมที่ดิน
-
ความรู้เกี่ยวกับกรมที่ดิน
- กฎหมายน่ารู้
- การเผยแพร่กฎหมายตามมาตรา 77
- ความเป็นมาของการออกโฉนดที่ดิน
- การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
- ที่สาธารณประโยชน์
- การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน
- สารานุกรมที่ดิน
- ประมวลกฎหมายที่ดินรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
- ยุทธศาสตร์และแผนงาน
-
ข่าวกรมที่ดิน
-
ข่าวความเคลื่อนไหว
- ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
- ข่าวกองการเจ้าหน้าที่
- ข่าวรายงานการใช้จ่ายงบประมาณ
- ข่าวกรมที่ดิน
-
ข่าวความเคลื่อนไหว
โดยพิจารณาจากหลักฐานที่ดิน หากที่ดินอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกโฉนดที่ดินและไม่เป็นที่ดินที่ต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินตามกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ เช่น ที่ดินสงวนหวงห้าม
ที่ดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน ที่เขา ที่ภูเขา ที่เกาะ ป่าไม้ถาวร
ป่าสงวนแห่งชาติ หรือเขตที่มี พระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน
เป็นต้น ตามหลักเกณฑ์ดังนี้
กรณีมีหลักฐานในที่ดิน
เช่น ส.ค.๑ น.ส.๓ น.ส.๓ ก. นค.๓ กสน.๕ หรือใบจอง สามารถขอออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะรายได้ตามมาตรา ๕๙
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยยื่นคำขอ ที่สำนักงานที่ดินที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่
หรือนำทำการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินตาม มาตรา ๕๘ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
กรณีไม่มีหลักฐานในที่ดิน
๑.
กรณีเป็นที่ดินที่เจ้าของที่ดินเดิมได้ครอบครองทำประโยชน์มาก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ
(วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๗) สามารถออกโฉนดที่ดินได้ ๒ วิธี คือ
๑.๑ โดยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินตามมาตรา
๕๘ ทวิ วรรคสอง (๒) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
๑.๒ โดยขอออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙
ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ณ
สำนักงานที่ดิน ที่ที่ดินตั้งอยู่
ซึ่งกรณีนี้ท่านจะต้องเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ ตรี
แห่งประมวลกฎหมายที่ดินกล่าวคือ เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศกำหนดท้องที่และวันเริ่มต้นของการสำรวจรังวัดทำแผนที่
ท่านได้แจ้งการครอบครองต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ณ
ที่ดินนั้นตั้งอยู่ภายในกำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันปิดประกาศ
หรือได้มานำหรือส่งตัวแทนมานำพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการสำรวจรังวัดตามวันและเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศกำหนด
กรณีที่ดินมีการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมาก่อนประมวลกฎหมายที่ดิน
หากได้เคยมีการเดินสำรวจออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแต่เจ้าของที่ดิน ไม่ไปนำเดินสำรวจ
ถือว่าเจ้าของที่ดินสละสิทธิในที่ดินและไม่ใช่ผู้ซึ่งปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน จะไม่สามารถออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามมาตรา
๕๙ ทวิ ได้
๒.
กรณีเป็นที่ดินที่เจ้าของที่ดินเดิมได้ครอบครองทำประโยชน์ภายหลังวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ
(วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๗) สามารถขอออกโฉนดที่ดินได้เพียงวิธีเดียว คือ โดยการเดินสำรวจตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๓)
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีนี้โฉนดที่ดิน จะถูกกำหนดห้ามโอนสิบปี
เว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดกหรือโอนให้แก่ทบวงการเมือง องค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล
รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งโดยพระราชบัญญัติหรือโอนให้แก่สหกรณ์เพื่อชำระหนี้
โดยได้รับอนุมัติจากนายทะเบียนสหกรณ์
กรณีตาม ๑,๒ จะออกโฉนดที่ดินได้ไม่เกิน ๕๐ ไร่ ถ้าขอออกเกิน ๕๐ ไร่
จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด
ตามระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒)
ตามคำถามที่ดินของท่านไม่ชัดเจนว่ามีหลักฐานหรือไม่
และเป็นที่ดินที่ไม่ต้องห้ามมิให้ออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือไม่
โดยท่านสามารถขอออกโฉนดที่ดินได้ตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น ดังนี้
-
กรณีเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน ในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๘ มิได้มีโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานีแต่อย่างใด
-
กรณีขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะราย
ท่านสามารถยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินและสอบถามค่าใช้จ่ายได้ ณ สำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่
หากท่านมีข้อสงสัยในเรื่องที่ดินขอให้ท่านติดต่อสอบถาม
ณ สำนักงานที่ดินที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่โดยตรง
................................................
body {
background: #FFF;
}