การครอบครองปรปักษ์
Hot
21 Oct 2014
เข้าชม 101
อยากทราบว่าการครอบครองปรปักษ์ ได้มีกฎหมายใหม่ออกมาว่า การเข้าไปครอบครองที่ดินของคนอื่น โดยการทำมาหากินโดยสงบ สุจริต นั้น ไม่ต้องรอถึง 10 ปี แล้ว แต่เพียงแค่ 1 วันก็สามารถจะได้กรรมสิทธ์ิ์ในที่ดินนั้นไป
จริงหรือไม่ (พอดีมีคนมาครอบครองที่ดินของญาติดิฉันแล้วเหมือนตำรวจะอ่านข้อกฎหมายใหม่ให้ฟัง จัึงอยากทราบว่ามีกฎหมายแบบนี้จริงหรือไม่)
จริงหรือไม่ (พอดีมีคนมาครอบครองที่ดินของญาติดิฉันแล้วเหมือนตำรวจะอ่านข้อกฎหมายใหม่ให้ฟัง จัึงอยากทราบว่ามีกฎหมายแบบนี้จริงหรือไม่)
ความคิดเห็นที่ 1
กรณีตามปัญหา การครอบครองปรปักษ์ตามมาตรา ๑๓๘๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า “บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปีไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์” ปัจจุบันความตามมาตราดังกล่าวยังมีผลใช้บังคับอยู่ ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมแต่อย่างใด แต่มีข้อสังเกตในเรื่องระยะเวลาในการแย่งการครอบครองที่ดิน ซึ่งอาจทำให้เจ้าของที่ดินเสียสิทธิในที่ดินได้ ดังนี้ ๑. กรณีที่ดินนั้นมีหลักฐานเป็นโฉนดที่ดิน ซึ่งถือเป็นหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ (ตามมาตรา ๓ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน) หากปรากฏว่าบุคคลผู้แย่งสิทธิในที่ดินนั้นได้ครอบครองโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ เป็นเวลาสิบปีติดต่อกันและได้ไปยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้ตนได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ ตามมาตรา ๑๓๘๒ และจดทะเบียนการได้มาซึ่งสิทธินั้นกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๒๙๙ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แล้ว ผู้นั้นจึงจะได้กรรมสิทธิ์ที่ดินตามมาตรา ๑๓๘๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งแลtพาณิชย์ ๒.กรณีที่ดินนั้นมีหลักฐานอื่น เช่น น.ส.๓ ตามกฎหมายถือว่าเจ้าของที่ดินมีเพียงสิทธิครอบครองที่ดินเพียงเท่านั้น หากปรากฏว่าบุคคลผู้แย่งสิทธิในที่ดินนั้นได้ครอบครองโดยเจตนายึดถือเพื่อตนเอง ตามมาตรา ๑๓๖๗ แล้ว เจ้าของที่ดินจะต้องฟ้องเรียกที่ดินคืนภายใน ๑ ปี นับแต่วันที่ถูกแย่งการครอบครอง ซึ่งกรณีนี้เจ้าของที่ดินจะเสียสิทธิในที่ดินได้ หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า บุคคลดังกล่าวมีสิทธิครอบครองที่ดินนั้นและจดทะเบียนการได้มาซึ่งสิทธินั้นกับพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม มาตรา ๑๒๙๙ วรรคสอง หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อ สอบถามได้ที่ สำนักกฎหมาย กรมที่ดิน โทร ๐ ๒๑๔๑ ๕๖๘๗
22 Oct 2014
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1