การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามคำพิพากษาของศาล
Hot
10 Feb 2015
เข้าชม 164
ประเด็นปัญหา :
บริษัทฯ เป็นเจ้าของโครงการอาคารชุด (?โจทก์?) ประกอบด้วยอาคารที่พักอาศัย 3 อาคาร และอาคารสโมสร 1 อาคาร รวมเป็น 4 อาคาร บริษัทฯ ได้ก่อสร้างอาคาร 4 อาคาร ตามลำดับดังนี้ คือ (1) อาคารชุด เอ, (2) อาคารชุด บี, (3) อาคารสโมสร และ (4) อาคารชุด ซี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หลังจากก่อสร้างอาคารสโมสรแล้วเสร็จ นิติบุคคลอาคารชุด เอ, นิติบุคคลอาคารชุด บี และนิติบุคคลอาคารชุด ซี (?จำเลยทั้งสาม?) และโจทก์ได้ร่วมกันบริหารดูแลจัดการอาคารสโมสรดังกล่าว โดยผู้พักอาศัยในอาคารชุด เอ, อาคารชุด บี และอาคารชุด ซี ได้ใช้อาคารสโมสรร่วมกัน ต่อมา บริษัทฯ และจำเลยทั้งสาม ได้ประชุมร่วมกัน โดยจำเลยทั้งสาม มีมติเห็นชอบและยอมรับขั้นตอนในการรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน อาคารสโมสรและทรัพย์ส่วนควบอื่น ดังกล่าว ในอัตราหนึ่งในห้าส่วน โดยที่จำเลยทั้งสามไม่ต้องชำระค่าใช้จ่ายและภาระผูกพันใด ๆ โดยโจทก์จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการโอนกรรมสิทธิ์ดังกล่าวเองทั้งหมด
หลังจากนั้น จำเลยทั้งสามไม่ได้ดำเนินการรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน อาคารสโมสรและทรัพย์ส่วนควบอื่น โจทก์จึงได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสามต่อศาลเพื่อขอให้จดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนของตนนิติบุคคลละหนึ่งในห้าส่วนของอาคารสโมสร และในที่สุดศาลได้มีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสามจดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนของตนนิติบุคคลละหนึ่งในห้าส่วนของที่ดิน อาคารสโมสรและทรัพย์ส่วนควบอื่น หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา
คำถาม :
1. กรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสามจดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนของตนนิติบุคคลละหนึ่งส่วนในห้าส่วนของที่ดิน อาคารสโมสรและทรัพย์ส่วนควบอื่น ถือเป็นนิติกรรมสำหรับการจดทะเบียนประเภทให้ถือกรรมสิทธิ์รวม (โอนตามคำสั่งศาล) ถูกต้องหรือไม่?
2. การจดทะเบียนประเภทให้ถือกรรมสิทธิ์รวม (โอนตามคำสั่งศาล) จะถือเป็นการจดทะเบียนประเภทไม่มีทุนทรัพย์ ถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากโจทก์ได้ก่อสร้างอาคารสโมสรเพื่อให้จำเลยทั้งสาม ใช้เป็นทรัพย์ส่วนกลางระหว่างอาคารชุด ตามคำพรรณาในแผ่นพับโฆษณา
3. อาคารสโมสรดังกล่าวได้ก่อสร้างแล้วเสร็จภายหลังการจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดแล้ว ซึ่งมิได้เป็นทรัพย์ส่วนกลางที่มีอยู่ในขณะที่จดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดของแต่ละอาคาร โจทก์ตามคำพิพากษาสามารถจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์รวมหนึ่งในห้าส่วนของที่ดิน อาคารสโมสรและทรัพย์ส่วนควบอื่น ๆ โดยไม่มีค่าตอบแทน ให้แก่จำเลยทั้งสามใช้เป็นทรัพย์ส่วนกลางระหว่างอาคารชุดของแต่ละนิติบุคคลอาคารชุดไว้ใช้หรือเพื่อประโยชน์ร่วมกันของเจ้าของร่วมทุกคน ถูกต้องหรือไม่?
บริษัทฯ เป็นเจ้าของโครงการอาคารชุด (?โจทก์?) ประกอบด้วยอาคารที่พักอาศัย 3 อาคาร และอาคารสโมสร 1 อาคาร รวมเป็น 4 อาคาร บริษัทฯ ได้ก่อสร้างอาคาร 4 อาคาร ตามลำดับดังนี้ คือ (1) อาคารชุด เอ, (2) อาคารชุด บี, (3) อาคารสโมสร และ (4) อาคารชุด ซี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หลังจากก่อสร้างอาคารสโมสรแล้วเสร็จ นิติบุคคลอาคารชุด เอ, นิติบุคคลอาคารชุด บี และนิติบุคคลอาคารชุด ซี (?จำเลยทั้งสาม?) และโจทก์ได้ร่วมกันบริหารดูแลจัดการอาคารสโมสรดังกล่าว โดยผู้พักอาศัยในอาคารชุด เอ, อาคารชุด บี และอาคารชุด ซี ได้ใช้อาคารสโมสรร่วมกัน ต่อมา บริษัทฯ และจำเลยทั้งสาม ได้ประชุมร่วมกัน โดยจำเลยทั้งสาม มีมติเห็นชอบและยอมรับขั้นตอนในการรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน อาคารสโมสรและทรัพย์ส่วนควบอื่น ดังกล่าว ในอัตราหนึ่งในห้าส่วน โดยที่จำเลยทั้งสามไม่ต้องชำระค่าใช้จ่ายและภาระผูกพันใด ๆ โดยโจทก์จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการโอนกรรมสิทธิ์ดังกล่าวเองทั้งหมด
หลังจากนั้น จำเลยทั้งสามไม่ได้ดำเนินการรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน อาคารสโมสรและทรัพย์ส่วนควบอื่น โจทก์จึงได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสามต่อศาลเพื่อขอให้จดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนของตนนิติบุคคลละหนึ่งในห้าส่วนของอาคารสโมสร และในที่สุดศาลได้มีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสามจดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนของตนนิติบุคคลละหนึ่งในห้าส่วนของที่ดิน อาคารสโมสรและทรัพย์ส่วนควบอื่น หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา
คำถาม :
1. กรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสามจดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนของตนนิติบุคคลละหนึ่งส่วนในห้าส่วนของที่ดิน อาคารสโมสรและทรัพย์ส่วนควบอื่น ถือเป็นนิติกรรมสำหรับการจดทะเบียนประเภทให้ถือกรรมสิทธิ์รวม (โอนตามคำสั่งศาล) ถูกต้องหรือไม่?
2. การจดทะเบียนประเภทให้ถือกรรมสิทธิ์รวม (โอนตามคำสั่งศาล) จะถือเป็นการจดทะเบียนประเภทไม่มีทุนทรัพย์ ถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากโจทก์ได้ก่อสร้างอาคารสโมสรเพื่อให้จำเลยทั้งสาม ใช้เป็นทรัพย์ส่วนกลางระหว่างอาคารชุด ตามคำพรรณาในแผ่นพับโฆษณา
3. อาคารสโมสรดังกล่าวได้ก่อสร้างแล้วเสร็จภายหลังการจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดแล้ว ซึ่งมิได้เป็นทรัพย์ส่วนกลางที่มีอยู่ในขณะที่จดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดของแต่ละอาคาร โจทก์ตามคำพิพากษาสามารถจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์รวมหนึ่งในห้าส่วนของที่ดิน อาคารสโมสรและทรัพย์ส่วนควบอื่น ๆ โดยไม่มีค่าตอบแทน ให้แก่จำเลยทั้งสามใช้เป็นทรัพย์ส่วนกลางระหว่างอาคารชุดของแต่ละนิติบุคคลอาคารชุดไว้ใช้หรือเพื่อประโยชน์ร่วมกันของเจ้าของร่วมทุกคน ถูกต้องหรือไม่?
ความคิดเห็นที่ 1
คำตอบ กรณีการจดทะเบียนตามคำพิพากษาของศาล กรมที่ดินได้วางทางปฏิบัติในกรณีดังกล่าวแล้ว ตามคำสั่งที่ ๑๒/๒๕๐๑ เรื่อง โอนตามคำสั่งศาล ซึ่งการที่จะพิจารณาว่าเป็นประเภทมีทุนทรัพย์หรือไม่มีทุนทรัพย์ ย่อมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเป็นเรื่อง ๆ ไป ในชั้นนี้จึงขอแนะนำให้ท่านนำคำพิพากษาอันถึงที่สุดและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปยื่นคำขอ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาตามลำดับชั้น ซึ่งหากพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วมีข้อขัดข้องไม่อาจพิจารณาให้เป็นที่ยุติได้ ก็ชอบที่จะส่งเรื่องหารือกรมที่ดินต่อไป หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน กรมที่ดิน โทร. ๐ ๒๑๔๑ ๕๗๖๓ - ๔
13 Feb 2015
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1