วิธีการรังวัดและการลงระวาง นส.3 อะไรคือการทำประโยชน์
Hot
29 Jun 2015
เข้าชม 60
เนื่องด้วยในการรังวัดเพื่อขอออกโฉนดของ นส.3 เลขที่ 63 ตำบลฉลุง หมู่ที่ 4 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งมีที่ดินข้างเคียงเป็นโฉนดทั้งหมด ทางด้านทิศตะวันออกและทิศใต้ค้นพบหลักหมุดทั้งหมด ส่วนทางด้านทิศตะวันตกติดเขตที่ดินของหนองน้ำสาธารณะประโยชน์ค้นพบเพียง 1 หลักเดิมในแปลงที่ดิน และอีก 3 จุดในฝั่งตรงกันข้าม และมีหลักใหม่ปรากฎ อีก 1 หลักทางด้านหน้า เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือครองทำให้เวลาไปรังวัดเจ้าของผู้ถือครองไปชี้เขตที่หลักหมุดใหม่ เมื่อมีการลงระวางตรวจสอบโดยช่างรังวัด เจ้าพนักงานปกครองท้องถิ่น (ตัวแทนอบต.และผู้ใหญ่บ้าน) ได้เนื้อที่ทั้งหมด 9 ไร่ จากจำนวนที่ดินเดิมคือ 20 ไร่ 2 งาน แล้วปรากฎมีแถบที่ดินเหลือระหว่างที่ดินหนองน้ำสาธารณะประโยชน์ ซึ่งไม่ใช่เป็นการงอกใหม่ของที่ดินริมน้ำ แต่เป็นความเข้าใจผิดของคนชี้เขต เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นเป็นคนบอกว่าหลักหมุดใหม่ คือหลักหมุดที่แท้จริงของแปลงดิน แต่ผู้ครอบครองได้ทำประโยชน์ในแถบที่ดินตรงนั้นมาก่อน คือ มีการขุดบ่อน้ำและปลูกต้นตะไคร้ไว้ แต่เจ้าหน้าที่วาดระวางแผนที่เป็นเส้นตรง และบอกว่าให้ยกที่ดินที่เหลือเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์ ส่วนบ่อน้ำนั้น แม้เมื่อออกโฉนดแล้ว เราก็สามารถใช้บ่อน้ำในที่สาธารณะประโยชน์ได้ เป็นความจริงและเหมาะสมหรือไม่ อย่างไรคะ การยกบ่อน้ำและต้นตะไคร้ทั้งหมดให้สาธารณะประโยชน์ ดฺิฉันก็ยินดี แต่ทำอย่างไรก็ไม่หายสงสัยเสียทีว่า การที่เราขุดบ่อน้ำในที่ดินและการปลูกต้นตะไคร้นั้น ไม่ได้ถือว่าเป็นการทำประโยชน์ในที่ดินหรือคะ และการรังวัดและลงระวางระหว่างจุดนั้น จำเป็นต้องทำเป็นเส้นตรงเป็นความจริงหรือไม่คะ มันสงสัยไม่หายค่ะ
อีกเรื่อง คือ มีการวาดระวางแผนที่ที่ดินผิด ทำให้ที่ดินในระวางมีเนื้อที่เหลือเพียงประมาณ 1 ไร่ มีทางเข้าเพียง 5 เมตร ในขณะที่ผลการรังวัดตรวจสอบถึง 3 ครั้งใน ระยะเวลา 3 ปี (ไปทำการรังวัดปีละครั้งๆ ละ 1 วันต่อปี) พบว่ามีเนื้อที่เหลือหากไม่นับแถบที่ดินที่จะต้องยกให้เป็นที่สาธารณะประโยชน์คือ 9 ไร่ มีทางเข้าด้านหน้าจากเขตโฉนดทางทิศตะวันออกมาสุดเขตที่หลักหมุดใหม่ยาว 75 เมตร ไม่ตรงกับความเป็นจริง มีการวาดระวางของหนองน้ำสาธารณะประโยชน์ผิดตำแหน่งไปทับที่ดินที่ถือครองเกือบทั้งหมด พอจะให้แก้ไขโดยอ้างกฎหมายหนังสือกรมที่ดินที่ มท 0609/2 ว 9864 ลงวันที่ 30 เมษายน 2524 เรื่องการแก้ไขรูปแผนที่ที่ลงผิดพลาดฯ หัวหน้าช่างรังวัดว่า กฎหมายฉบับนี้จะแก้ไขได้เฉพาะการลงระวางแปลงที่ดินที่ครอบครองที่เป็น นส.3 ก เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการลงตำแหน่งของหนองน้ำสาธารณะประโยชน์ที่ผิดตำแหน่ง (แม้รูปร่างและขนาดจะเท่าเดิม) เป็นความจริงหรือคะ และให้ดิฉันลงลายมือชื่อในหนังสือบันทึกถ้อยคำ ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2558 โดยให้ผู้ใหญ่บ้าน อบต. และช่างรังวัดเป็นพยาน (ในวันที่ไปตรวจสอบเนื้อที่ดินและระวางเพื่อขอแก้ไขในวันที่ 25 มิถุนายน 2558) เพื่อขอทำการระงับการรังวัดไว้ชั่วคราวนั้น แท้ที่จริง ดิฉัน จำเป็นต้องทำหนังสือระงับการรังวัดเพราะเหตุนี้ด้วยหรือคะ ซึ่งดิฉัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.ต่างก็ได้ลงลายมือชื่อไว้ให้ในหนังสือที่เขียนด้วยลายมือโดยทางสำนักงานที่ดิน แต่ทางหัวหน้าช่างบอกว่าจะดำเนินการออกหนังสือเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเพื่อให้ไปตรวจสอบซ้ำในแปลงที่ดินอีกครั้งอีกประมาณ 1 เดือนข้างหน้า และจะให้ช่างรังวัดขึ้นรูปให้ดูหลังจากนั้นอีก 1 สัปดาห์ ถ้าจะขอแก้ไขให้ถูกต้องยังทันอีกหรือไม่คะ
สรุปประเด็นคำถามอีกครั้งนะคะ ข้อสงสัยคือ
1. บ่อน้ำและต้นตะไคร้ ไม่ถือว่าเป็นการทำประโยชน์จริงหรือคะ
2. การรังวัดและลงระวางต้องทำเป็นเส้นตรงเท่านั้นหรือคะ
3. การขอแก้ไขตามหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท 0609/2 ว 9864 ลงวันที่ 30 เมษายน 2524 เรื่องการแก้ไขรูปแผนที่ที่ลงผิดพลาดฯ ใช้ได้กับ น.ส.3 ด้วยหรือไม่คะ และใช้กับการลงระวางตำแหน่งที่ผิดพลาดของที่หนองน้ำสาธารณะประโยชน์ได้ด้วยหรือไม่คะ
4. ขณะนี้ยังไม่มีการออกโฉนดอย่างเป็นทางการ และจะมีการไปรังวัดชี้เขตอีกครั้งในเดือนหน้าโดยผู้เกี่ยวข้องทุกส่วน ผู้ครอบครองจะสามารถทักท้วงเพื่อขอแก้ไขระวางที่ร่างคร่าวๆมาให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และท้องถิ่น รวมทั้งดิฉันตรวจสอบแล้วนี้ได้อีกหรือไม่คะ
5. การที่พบว่ามีระวางลงตำแหน่งของหนองน้ำสาธารณะประโยชน์ผิด ผู้ยื่นคำร้องขอรังวัด จำเป็นต้องทำบันทึกถ้อยคำขอระงับการรังวัดไว้เป็นการชั่วคราวด้วยหรือคะ ไม่ค่อยเข้าใจเลยค่ะ แต่ลงลายมือชื่อไว้ให้แล้วค่ะ ไม่ทราบทำแล้วจะมีผลอย่างไรคะ
(ข้อมูลเพิ่มเติม ที่ดินแปลงดังกล่าวมีบ้าน 1 หลัง ไม่สามารถขอแปลนและบ้านเลขที่ได้ รวมทั้งเสียภาษีก็ไม่ได้ค่ะ เนื่องจากเจ้าหน้าที่บอกว่าให้รอโฉนดฉบับที่ปรากฎเนื้อที่ดินจริงค่ะ และเจ้าของที่ดินข้างเคียงได้ลงลายมือชื่อไว้ให้แล้วตั้งแต่การนำรังวัดครั้งที่แล้วค่ะ และทั้งเจ้าหน้าที่ปกครองและท้องถิ่นได้เห็นสภาพที่ดินจริง ซึ่งมีบ้านอยู่แล้ว 1 หลัง มีบ่อน้ำและต้นตะไคร้ตั้งแต่วันที่ทำการรังวัดครั้งที่แล้วคือ วันที่ 21 มกราคม 2558 และได้ไปร่วมกันตรวจสอบเนื้อที่ดินและระวางพร้อมกันเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2558ค่ะ และทุกฝ่ายจะต้องไปลงทำการรังวัดเพื่อชี้เขตจริงซ้ำอีกครั้งในเดือนหน้าตามสัญญาด้วยวาจาของหัวหน้าช่างรังวัดค่ะ)
ขอความกรุณาช่วยตอบข้อสงสัยของผู้ไม่รู้อย่างดิฉันด้วยนะคะ การยกที่ดิน บ่อน้ำ พืชผลหรือสิ่งของต่างๆให้เป็นสาธารณะประโยชน์นั้นดิฉันยินดี เพียงแต่ขอทราบข้อมูลที่ถูกต้องแท้จริง และไม่ใช่ทำไปเพื่อผลประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่งนะคะ
การขอทำรังวัดที่ดินนส.3 เพื่อออกโฉนดนั้น ยุ่งยากและยาวนานขนาดนี้เลยหรือคะ ขอความกรุณาช่วยตอบให้ผู้ไม่รู้อย่างดิฉัน หายสงสัยด้วย จักเป็นพระคุณยิ่งค่ะ
อีกเรื่อง คือ มีการวาดระวางแผนที่ที่ดินผิด ทำให้ที่ดินในระวางมีเนื้อที่เหลือเพียงประมาณ 1 ไร่ มีทางเข้าเพียง 5 เมตร ในขณะที่ผลการรังวัดตรวจสอบถึง 3 ครั้งใน ระยะเวลา 3 ปี (ไปทำการรังวัดปีละครั้งๆ ละ 1 วันต่อปี) พบว่ามีเนื้อที่เหลือหากไม่นับแถบที่ดินที่จะต้องยกให้เป็นที่สาธารณะประโยชน์คือ 9 ไร่ มีทางเข้าด้านหน้าจากเขตโฉนดทางทิศตะวันออกมาสุดเขตที่หลักหมุดใหม่ยาว 75 เมตร ไม่ตรงกับความเป็นจริง มีการวาดระวางของหนองน้ำสาธารณะประโยชน์ผิดตำแหน่งไปทับที่ดินที่ถือครองเกือบทั้งหมด พอจะให้แก้ไขโดยอ้างกฎหมายหนังสือกรมที่ดินที่ มท 0609/2 ว 9864 ลงวันที่ 30 เมษายน 2524 เรื่องการแก้ไขรูปแผนที่ที่ลงผิดพลาดฯ หัวหน้าช่างรังวัดว่า กฎหมายฉบับนี้จะแก้ไขได้เฉพาะการลงระวางแปลงที่ดินที่ครอบครองที่เป็น นส.3 ก เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการลงตำแหน่งของหนองน้ำสาธารณะประโยชน์ที่ผิดตำแหน่ง (แม้รูปร่างและขนาดจะเท่าเดิม) เป็นความจริงหรือคะ และให้ดิฉันลงลายมือชื่อในหนังสือบันทึกถ้อยคำ ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2558 โดยให้ผู้ใหญ่บ้าน อบต. และช่างรังวัดเป็นพยาน (ในวันที่ไปตรวจสอบเนื้อที่ดินและระวางเพื่อขอแก้ไขในวันที่ 25 มิถุนายน 2558) เพื่อขอทำการระงับการรังวัดไว้ชั่วคราวนั้น แท้ที่จริง ดิฉัน จำเป็นต้องทำหนังสือระงับการรังวัดเพราะเหตุนี้ด้วยหรือคะ ซึ่งดิฉัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.ต่างก็ได้ลงลายมือชื่อไว้ให้ในหนังสือที่เขียนด้วยลายมือโดยทางสำนักงานที่ดิน แต่ทางหัวหน้าช่างบอกว่าจะดำเนินการออกหนังสือเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเพื่อให้ไปตรวจสอบซ้ำในแปลงที่ดินอีกครั้งอีกประมาณ 1 เดือนข้างหน้า และจะให้ช่างรังวัดขึ้นรูปให้ดูหลังจากนั้นอีก 1 สัปดาห์ ถ้าจะขอแก้ไขให้ถูกต้องยังทันอีกหรือไม่คะ
สรุปประเด็นคำถามอีกครั้งนะคะ ข้อสงสัยคือ
1. บ่อน้ำและต้นตะไคร้ ไม่ถือว่าเป็นการทำประโยชน์จริงหรือคะ
2. การรังวัดและลงระวางต้องทำเป็นเส้นตรงเท่านั้นหรือคะ
3. การขอแก้ไขตามหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท 0609/2 ว 9864 ลงวันที่ 30 เมษายน 2524 เรื่องการแก้ไขรูปแผนที่ที่ลงผิดพลาดฯ ใช้ได้กับ น.ส.3 ด้วยหรือไม่คะ และใช้กับการลงระวางตำแหน่งที่ผิดพลาดของที่หนองน้ำสาธารณะประโยชน์ได้ด้วยหรือไม่คะ
4. ขณะนี้ยังไม่มีการออกโฉนดอย่างเป็นทางการ และจะมีการไปรังวัดชี้เขตอีกครั้งในเดือนหน้าโดยผู้เกี่ยวข้องทุกส่วน ผู้ครอบครองจะสามารถทักท้วงเพื่อขอแก้ไขระวางที่ร่างคร่าวๆมาให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และท้องถิ่น รวมทั้งดิฉันตรวจสอบแล้วนี้ได้อีกหรือไม่คะ
5. การที่พบว่ามีระวางลงตำแหน่งของหนองน้ำสาธารณะประโยชน์ผิด ผู้ยื่นคำร้องขอรังวัด จำเป็นต้องทำบันทึกถ้อยคำขอระงับการรังวัดไว้เป็นการชั่วคราวด้วยหรือคะ ไม่ค่อยเข้าใจเลยค่ะ แต่ลงลายมือชื่อไว้ให้แล้วค่ะ ไม่ทราบทำแล้วจะมีผลอย่างไรคะ
(ข้อมูลเพิ่มเติม ที่ดินแปลงดังกล่าวมีบ้าน 1 หลัง ไม่สามารถขอแปลนและบ้านเลขที่ได้ รวมทั้งเสียภาษีก็ไม่ได้ค่ะ เนื่องจากเจ้าหน้าที่บอกว่าให้รอโฉนดฉบับที่ปรากฎเนื้อที่ดินจริงค่ะ และเจ้าของที่ดินข้างเคียงได้ลงลายมือชื่อไว้ให้แล้วตั้งแต่การนำรังวัดครั้งที่แล้วค่ะ และทั้งเจ้าหน้าที่ปกครองและท้องถิ่นได้เห็นสภาพที่ดินจริง ซึ่งมีบ้านอยู่แล้ว 1 หลัง มีบ่อน้ำและต้นตะไคร้ตั้งแต่วันที่ทำการรังวัดครั้งที่แล้วคือ วันที่ 21 มกราคม 2558 และได้ไปร่วมกันตรวจสอบเนื้อที่ดินและระวางพร้อมกันเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2558ค่ะ และทุกฝ่ายจะต้องไปลงทำการรังวัดเพื่อชี้เขตจริงซ้ำอีกครั้งในเดือนหน้าตามสัญญาด้วยวาจาของหัวหน้าช่างรังวัดค่ะ)
ขอความกรุณาช่วยตอบข้อสงสัยของผู้ไม่รู้อย่างดิฉันด้วยนะคะ การยกที่ดิน บ่อน้ำ พืชผลหรือสิ่งของต่างๆให้เป็นสาธารณะประโยชน์นั้นดิฉันยินดี เพียงแต่ขอทราบข้อมูลที่ถูกต้องแท้จริง และไม่ใช่ทำไปเพื่อผลประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่งนะคะ
การขอทำรังวัดที่ดินนส.3 เพื่อออกโฉนดนั้น ยุ่งยากและยาวนานขนาดนี้เลยหรือคะ ขอความกรุณาช่วยตอบให้ผู้ไม่รู้อย่างดิฉัน หายสงสัยด้วย จักเป็นพระคุณยิ่งค่ะ
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
2. ต่อมาเมืองประมาณเดือนกรกฏาคม 2557 ไม่มีโครงการย้ายรูปแปลงที่ดินของรัฐในระวางแผนที่ โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดิน จากส่วนกลางได้ดำเนินการนำรูปแผนที่ น.ส.ล แปลงดังกล่าวลงที่หมายในระวางแผนที่ ระบบUTM(เป็นการลงระวางหลักจากที่ข้าพเจ้าได้ทำการรังวัดที่ดินของผู้ขอแล้ว)และเมื่อได้ตรวจสอบเขตที่ดินที่ผู้ขอต้องการนำรังวัดออกโฉนด กับตำแหน่งของ น.ส.ล แปลงดังกล่าว ปรากฏว่าทับซัอนกันในระวาง จึงได้จัดสร้างรูปแผนที่ของ น.ส.ล แปลงดังกล่าว จากตำหน่งของหลักเขตที่พบในที่ดินจริงและนำรูปแผนที่ น.ส.ล มาครอบรูปหาตำแหน่งที่ควรจะเป็นตำแหน่งที่แท้จริงในแผนที่ UTM ทำให้พบว่า การลงที่หมาย น.ส.ล ในระวางแผนที่นี้น่าจะคลาดเคลื่อนจากความเป็จริง จึ้งได้ให้ผู้ปกครองท้องที่คือผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 ผู้แทนนายอำเภอหาดใหญ่ และผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนตำบลฉลุง และผู้ขอรังวัดทราบ โดยได้ประสานงานให้มาพบกันที่สำนักงานที่ดินฯ เพื่อจะได้แสดงรายละเอียดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้ทราบ ซึ่งผู้เกี่ยวข้องดังกล่าวรวมทั้งผู้ขอได้ทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว ว่าน่าจะมีการลงระวางแผนที่ ตำแหน่งของหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ไว้คลาดเคลื่อน ทุกฝ่ายร่วมทั้งผู้ขอจึงมีความเห็นว่าจะต้องไปทำการรังวัดอีกครั้งหนึ่ง เพื่้อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ซึ่งได้นัดทำารรังวัดใหม่แล้ว ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2558 ส่วนที่ผู้ขอมีข้อสงสัยเรื่อการทำประโยชน์ และแนวเขตที่ทำประโยชน์ว่าจะขอทักท้วง หรือแก้ไขในแนวเขตนั้น เห็นว่าอยู่ที่ข้อเท็จจริงและการระวังชี้แนวเขตตามผลการรังวัดใหม่อีกครั้ง ในวันที่ 23 กรกฏาคม 2558 ซึ่งได้มีหนังสือแจ้ง ให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงที่เกี่ยวข้องให้ไปดำเนินการระวังชี้แนวเขตและตรวจสอบตามระเบียบ
body {
background: #FFF;
}