ใบมรณะบัตรปู่ย่า เพื่อโอนมรดกของพ่อ

Hot
thirawan
19 Sep 2015
เข้าชม 205

บิดาได้เช่าซื้ออาคารชุดไว้ และเสียชีวิตก่อนจะชำระหมด ต่อมาข้าพเจ้าได้ส่งชำระกับธนาคารจนสามารถไถ่ถอนจำนองออกมาได้ แต่เมื่อมาทำเรื่องโอนที่สำนักงานที่ดิน ทางสำนักงานที่ดินแจ้งว่า ต้องมีเอกสารหล้กฐานต่อไปนี้
1. ใบมรณะบัตรของปู่กับย่า
2. ภรรยา (คุณแม่)
3. ลูกๆ ของเจ้าของมรดก
** เอาแค่ 3 ข้อนี้เท่านั้น พี่น้องของเจ้ามรดกไม่เกี่ยวใช่หรือไม่? ถ้าต้องเอามาด้วยคงต้องตามหากันตาเหลือก**
กรณีไม่สามารถคัดสำเนาใบมรณะบัตรของปู่กับย่า ซึ่งเสียไปประมาณ 60 ปี เสียที่จังหวัดยโสธร จะมีวิธีการใดมาใช้ทดแทนใบมรณะบัตรได้บ้าง เช่น
1. สามารถให้คุณอา (น้องของเจ้ามรดกคนใดคนหนึ่งเซ็นต์รับรองการเสียขีวิตของปู่กับย่าได้หรือไม่)
2. ปัจจุบันสำนักงานเขตทุกที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ ซึ่งจะมีข้อมูลของผู้ที่มียังชีวิตอยู่ในปัจจุบัน อยู่ในทะเบียนราษฎร์ แต่หากค้นแล้วไม่พบข้อมูลของบุคคลที่เราค้นหา สามารถนำเอกสารดังกล่าวมายืนยันการเสียชีวิตก่อนที่จะมีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ในปี 2538 ได้หรือไม่ (เนื่องจากเสียไปนานมากแล้ว)
ความคิดเห็นที่ 1
คำตอบ                     ตามคำถามเข้าใจว่าเป็นการถามเรื่องการรับมรดก  จึงขอตอบโดยหลักการ  ดังนี้

                   ๑. เมื่อบิดาถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้  อาคารชุดดังกล่าวย่อมตกได้แก่ทายาท   โดยธรรมของบิดาเจ้ามรดก  ได้แก่  บุพการี  ผู้สืบสันดาน  และคู่สมรสของเจ้ามรดก  ตามมาตรา  ๑๖๒๙  แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  บุคคลดังกล่าวยื่นคำขอโอนมรดก  ณ  สำนักงานที่ดินท้องที่  พร้อมด้วย หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด  ใบมรณบัตร  ใบปลอดหนี้จากนิติบุคคลอาคารชุด  หลักฐานการเป็นทายาท  โดยให้ทายาท  ที่ไม่ขอรับมรดกไปให้ถ้อยคำไม่ขอรับมรดกหรือนำหลักฐานการไม่รับมรดกของทายาทนั้นไปแสดงต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่  เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอและประกาศการรับมรดกมีกำหนด  ๓๐  วัน  เมื่อครบกำหนดประกาศไม่มีทายาทที่มีสิทธิรับมรดกคนใดคัดค้าน  พนักงานเจ้าหน้าที่จะจดทะเบียนโอนมรดกให้แก่ผู้ขอรับโอนมรดก  ตามนัยมาตรา  ๘๑  แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

                   ๒.  ตามระเบียบกรมที่ดิน  ว่าด้วยการจดทะเบียนสิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้มาโดยทางมรดก  พ.ศ. ๒๕๔๗  ข้อ  ๑๓  กำหนดว่า  “ในกรณีที่เจ้ามรดกถึงแก่กรรมเมื่ออายุมากแล้วและผู้ขอรับมรดกแจ้งว่าไม่อาจนำหลักฐานการตายของบิดามารดาเจ้ามรดกซึ่งมีอายุมาก  เช่น  อายุร่วมร้อยปีและ      ถึงแก่กรรมไปแล้วมาแสดงได้  ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกถ้อยคำผู้ขอไว้เป็นหลักฐานว่า  หากปรากฏ     ในภายหลังว่าถ้อยคำที่ให้ไว้เป็นเท็จเพราะปิดบังทายาท  การจดทะเบียนโอนมรดกดังกล่าวอาจถูกเพิกถอนหรือแก้ไขได้ตามมาตรา  ๖๑  แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน  และผู้ขอจะต้องมีความผิดอาญาฐานแจ้งความเท็จ   ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา  ตลอดจนต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ  ที่เกิด  จากการปิดบังทายาทนั้นด้วยแล้วจึงดำเนินการผู้ขอต่อไปโดยไม่ต้องให้ผู้ขอไปขอหนังสือรับรองการตายของบุคคลดังกล่าวมาแสดงอีก”  ดังนั้น  หากข้อเท็จจริงตามคำถามอยู่ในหลักเกณฑ์ตามระเบียบนี้  พนักงานเจ้าหน้าที่   ก็ชอบที่จะดำเนินการตามระเบียบดังกล่าวได้

                   หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม  สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่สำนักสำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน  กรมที่ดิน  โทร.  ๐  ๒๑๔๑  ๕๗๖๓-๔
ตอบโดย: สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน
23 Sep 2015
rss image

Supported browsers Google Chrome, Firefox, Safari, Microsoft Edge. © สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2567 - กรมที่ดิน

w3c html image w3c css image
ด้านบน