- Home
- ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
- โฉนดที่ดินจากพื้นที่ตกสำรวจ
ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
1511-127636
โฉนดที่ดินจากพื้นที่ตกสำรวจ
Hot
เนื่องจากในอดีตผู้ใหญ่บ้านได้ประกาศให้ลงชื่อในกรณีพื้นที่ตกสำรวจ เพื่อที่จะออกโฉนดที่ดิน ซึ่งก็ได้ดำเนินการลงชื่อเรียบร้อย (ตั้งแต่สมัยคุณตา) มีเอกสารยืนยัน แต่ยังไม่มีการออกไปสำรวจจากทางหน่วยงานราชการ ต่อมามีการประกาศให้ลงชื่ออีก ซึ่ง ก็ดำเนินการอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีการมาสำรวจเช่นเดิม และพ่อได้ดำเนินการไปสอบถามกับทางที่ดินจังหวัด และได้ดำเนินการแจ้งเรื่องกับทางที่ดินเรียบร้อยแล้วและก็มีใบเสร็จรับเงินค่าอะไรสักอย่างนี่ละคะ (แล้วให้รอารอคิว) จากวันนั้นจนถึงปัจจุบันนี้ไม่ต่ำกว่า 40 ปีแล้ว ที่ดินก็ยังไมได้ดำเนินการออกมาจัดทำโฉนด ผู้ใหญ่บ้านก็ประกาศอยู่บ่อยครั้ง ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ จากทางหน่วยงานราชการ โทรสอบถามที่ดินจังหวัด ได้คำตอบคือ ไม่มีแผนออกสำรวจ ณ อำเภอที่แจ้ง ปัจจุบันนี้คุณตาก็ได้เสียชีวิตไปกล้ว
ประเด็นคือ อยากจะเอาที่ดินไปค้ำประกันเพื่อจะขอกู้เงินมาสร้างบ้านให้พ่อแม่ จะต้องดำเนินการอย่างไรได้บ้างคะ จึงจะได้โฉนดที่ดินมา ที่ดินอยู่อำเภอเมืองนะคะ พ่อแม่ก็แก่เฒ่าแล้ว พอจะมีหนทางเป็นไปได้ไหมคะ
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบนะคะ ^-^
ปล.เสียภาษีที่ดินทุกปีนะคะ
ประเด็นคือ อยากจะเอาที่ดินไปค้ำประกันเพื่อจะขอกู้เงินมาสร้างบ้านให้พ่อแม่ จะต้องดำเนินการอย่างไรได้บ้างคะ จึงจะได้โฉนดที่ดินมา ที่ดินอยู่อำเภอเมืองนะคะ พ่อแม่ก็แก่เฒ่าแล้ว พอจะมีหนทางเป็นไปได้ไหมคะ
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบนะคะ ^-^
ปล.เสียภาษีที่ดินทุกปีนะคะ
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
ด้านบน
แผนผังเว็บไซต์
-
บริการกรมที่ดิน
- บริการประชาชน
- บริการช่างรังวัดเอกชน
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
- สถิติการให้บริการ
- คู่มือการให้บริการประชาชน
-
ความรู้เกี่ยวกับกรมที่ดิน
- กฎหมายน่ารู้
- การเผยแพร่กฎหมายตามมาตรา 77
- ความเป็นมาของการออกโฉนดที่ดิน
- การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
- ที่สาธารณประโยชน์
- การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน
- สารานุกรมที่ดิน
- ประมวลกฎหมายที่ดินรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
0
false
false
false
MicrosoftInternetExplorer4
การขอออกโฉนดที่ดินสามารถดำเนินการได้ทั้งการขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายและการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน
โดยพิจารณาจากหลักฐานที่ดิน และที่ดินอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกโฉนดที่ดิน คือ
ได้ครอบครองและทำประโยชน์แล้วและไม่เป็นที่ดินที่ต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินตามกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ เช่น ที่ดินสงวนหวงห้าม
ที่ดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน ที่เขา ที่ภูเขา ที่เกาะ ป่าไม้ถาวร ป่าสงวนแห่งชาติ เป็นต้น
ตามหลักเกณฑ์ดังนี้
กรณีมีหลักฐานในที่ดิน เช่น
ส.ค.๑ น.ส.๓ น.ส. ๓ ข. น.ส.๓ ก. นค.๓ กสน.๕ หรือใบจอง สามารถขอออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะรายได้ตามมาตรา ๕๙
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยยื่นคำขอที่สำนักงานที่ดินที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่
หรือนำทำการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินตาม มาตรา ๕๘ และ ๕๘ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
กรณีไม่มีหลักฐานในที่ดิน
๑.
กรณีเป็นที่ดินที่เจ้าของที่ดินเดิมได้ครอบครองทำประโยชน์มาก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ
(วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๗)
และที่ดินดังกล่าวต้องไม่เป็นที่ดินต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินตามกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ รวมทั้งต้องไม่เป็นที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน สามารถออกโฉนดที่ดินได้
๒ วิธี คือ
๑.๑ โดยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินตามมาตรา
๕๘ ทวิ วรรคสอง (๒) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
๑.๒ โดยขอออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะรายตามมาตรา
๕๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินจังหวัด/สำนักงานที่ดินสาขาท้องที่ที่ดินตั้งอยู่
ซึ่งกรณีนี้เจ้าของที่ดินจะต้องเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติตามมาตรา
๒๗ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน กล่าวคือ เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศกำหนดท้องที่และวันเริ่มต้นของการสำรวจรังวัดทำแผนที่
เจ้าของที่ดินซึ่งครอบครองที่ดินโดยไม่มีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินและไม่มีหลักฐานสำหรับที่ดิน
ถ้าประสงค์จะได้สิทธิในที่ดินนั้น ให้แจ้งการครอบครองที่ดินต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ณ
ที่ดินนั้นตั้งอยู่ภายในกำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันปิดประกาศ
หรือได้มานำหรือส่งตัวแทนมานำพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการสำรวจรังวัดตามวันและเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศกำหนด
กรณีที่ดินมีการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมาก่อนประมวลกฎหมายที่ดิน
หากได้เคยมีโครงการการเดินสำรวจออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน แต่เจ้าของที่ดินไม่ไปนำเดินสำรวจ
ถือว่าเจ้าของที่ดินสละสิทธิในที่ดินและไม่ใช่ผู้ซึ่งปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน จะไม่สามารถออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเป็นการเฉพาะรายตามมาตรา
๕๙ ทวิ ได้
๒.
กรณีเป็นที่ดินที่เจ้าของที่ดินเดิมได้ครอบครองทำประโยชน์ภายหลังวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ
(วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๗) สามารถขอออกโฉนดที่ดินได้เพียงวิธีเดียว คือ โดยการเดินสำรวจตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๓)
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีนี้โฉนดที่ดิน จะถูกกำหนดห้ามโอนสิบปี
เว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดกหรือโอนให้แก่ทบวงการเมือง
องค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล
รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งโดยพระราชบัญญัติหรือโอนให้แก่สหกรณ์เพื่อชำระหนี้
โดยได้รับอนุมัติจากนายทะเบียนสหกรณ์
กรณีตาม ๑,๒ จะออกโฉนดที่ดินได้ไม่เกิน ๕๐ ไร่ ถ้าขอออกเกิน ๕๐ ไร่
จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด
ตามระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒)
ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ตามคำถามที่ดินของท่าน
ไม่ชัดเจนว่ามีหลักฐานในที่ดินหรือไม่ เป็นที่ดินต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินหรือไม่
และตามที่ท่านระบุว่ามีการเสียค่าใช้จ่าย ไม่ชัดเจนว่าเป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องใด
กรณีคำขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะราย จะมีการยื่นคำขอที่สำนักงานที่ดินและเก็บค่าธรรมเนียมในการรับคำขอและค่ามัดจำรังวัด กรณีเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน
จะเก็บค่าธรรมเนียมเมื่อมีการรับโฉนดที่ดินแล้ว
หรือเมื่อมีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินครั้งแรก ทั้งนี้ หากที่ดินของท่านเป็นไปตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น ท่านสามารถขอออกโฉนดที่ดินได้
ดังนี้
กรณีเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน ท่านสามารถสอบถามโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙
ได้จากศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดร้อยเอ็ด – ยโสธร - มหาสารคาม สถานที่ตั้ง เลขที่ ๒๔๘, ๒๕๐ ถนนรณชัยชาญยุทธ
ตำบลในเมือง อำเภอเมืองจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ๔๕๐๐๐ โทร. ๐-๔๓๕๑-๕๒๙๐
ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ เป็นต้นไป
กรณีขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะราย ท่านสามารถยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะราย และสอบถามค่าใช้จ่ายได้ ณ
สำนักงานที่ดินจังหวัดมหาสารคาม โทร. ๐-๔๓๗๗-๗๕๑๐
....................................................
/* Style Definitions */
table.MsoNormalTable
{mso-style-name:ตารางปกติ;
mso-tstyle-rowband-size:0;
mso-tstyle-colband-size:0;
mso-style-noshow:yes;
mso-style-parent:"";
mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt;
mso-para-margin:0cm;
mso-para-margin-bottom:.0001pt;
mso-pagination:widow-orphan;
font-size:10.0pt;
font-family:"Times New Roman";
mso-bidi-font-family:"Times New Roman";
mso-ansi-language:#0400;
mso-fareast-language:#0400;
mso-bidi-language:#0400;}
body {
background: #FFF;
}