ขั้นตอนการขอเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองที่ดิน
Hot
14 Feb 2017
เข้าชม 257
ข้าพเจ้ามีปัญหาใคร่สอบถามเพื่อความกระจ่าง และถือเป็นแนวปฏิบัติที่ถูกต้อง มีที่นาอยู่หนึ่งแปลง โดยมีชื่อของมารดาข้าพเจ้า และน้องสาวร่วมกัน เมื่อประมาณสามปีที่แล้วก่อนที่น้าสาวจะเสียชีวิตได้โอนส่วนที่เป็นของตนให้กับลูกสาว ลูกสาวได้นำไปทำเป็นโฉนด และเป็นผู้ถือโฉนดฉบับจริง ต่อมามาดาของข้าพเจ้าได้เสียชีวิตโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมใดไว้ ญาติพี่น้องชองข้าพเจ้าได้มีมติให้ข้าพเจ้าเป็นผู้จัดการมรดกเพื่อจะได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อจากมารดามาเป็นชื่อของพเจ้า ข้าพเจ้าได้ดำเนินการขอเป็นผู้จัดการมรดกโดยคำสั่งศาล เมื่อวันที่ 16 พ.ย 2559 ข้าพเจ้าได้ไปติดต่อสำนักงานที่ดินที่เป็นที่ตั้งของที่ดิน ได้รับคำแนะนำว่าให้ติดต่อผู้ถือโฉนดฉบับจริงมาเพื่อดำเนินการ แก้ไขและแบ่งยก ข้าพเจ้าได้ติดต่อผู้ถือโฉนดแล้วแต่ได้รับการปฏิเสธ ไม่ยอมนำโฉนดมาทำการแบ่งแยก ข่วงหลังโทรศัพท์ไปก็ไม่ยอมรับสาย ข้าพเจ้าได้เข้าไปขอคำปรึกษากับที่ดินจังหวัดขอนแก่นว่าหากผู้ถือโฉนดฉบับจริงไม่ยอมนำโฉนดมาให้สำนักงานที่ดินทำการแบ่งแยก ข้าพเจ้าจะต้องปฏิบัติอย่างไร ก็ได้รับแนะนำว่าให้ไปแจ้งความประสงค์ขอจดทะเบียนเป็นผู้จัดการมรดก ตามมาตรา 81 ทางเจ้าหน้าที่ที่ดินจะทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ถือโฉนดให้นำโฉนดมาทำการแบ่งแยกตามอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงาน วันที่ 22 ธ.ค 2559 ข้าเจ้าได้นำหลักฐานที่มีอยู่ไปยังสำนักงานที่ดินที่เป็นที่ตั้งของที่ดิน และแจ้งความประสงค์ขอจดทะเบียนเป็นผู้จัดการมรดกตามที่ได้รับคำแนะนำมา เจ้าหน้าที่ที่ดินแจ้งว่าไม่สามารถดำเนินการตามมาตรา 81 ได้ กรณีของข้าพเจ้าเข้าข่าย มาตรา 82 เจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจออกหมายเรียกให้ผู้ถือโฉนดนำโฉนดมาดำเนินการได้ ต้องใช้คำสั่งศาลเท่านั้น ข้าพเจ้ารู้สึกสับสนว่า กรณีของข้าเจ้าควรดำเนินการต่ออย่างไรจึงจะถูกต้อง เพราะข้าพเจ้าไม่อยากขึ้นโรงขึ้นศาลหวังว่าจะได้รับข้อเสนอแนะ และขั้นตอนปฏิบัติสามารถนำไปอ้างอิงได้ ข้าเจ้าขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี่
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
สามารถกระทำได้ ๒ วิธี
๑. การรับมรดกตามมาตรา ๘๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และ
๒. การรับมรดกโดยมีผู้จัดการมรดกตามมาตรา ๘๒ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งในการรับมรดกตามมาตรา ๘๑
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ประกอบระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการจดทะเบียนสิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้มาโดยทางมรดก พ.ศ. ๒๕๔๘ (แก้ไขเพิ่มเติมถึงปัจจุบัน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๗) ได้วางแนวทางปฏิบัติไว้ในข้อ ๑๖ ว่า
เมื่อผู้ขอจดทะเบียนมรดกแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่า หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตกอยู่กับผู้อื่นไม่สามารถนำมาขอจดทะเบียนได้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอไว้และตรวจสอบหลักฐานหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินฉบับสำนักงานที่ดิน เมื่อเห็นว่าถูกต้องแล้วก็ให้ดำเนินการประกาศมรดกไปก่อน โดยบันทึกถ้อยคำผู้ขอให้จัดการนำหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินนั้นมายื่นในวันจดทะเบียน
แต่ถ้าในวันนัดจดทะเบียนยังไม่สามารถนำมาได้อีก จึงให้พนักงานเจ้าหน้าที่เรียกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินจากผู้ยึดถือมาดำเนินการต่อไป ส่วนในการรับมรดกโดยมีผู้จัดการมรดกตามมาตรา ๘๒ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจเรียกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินจากผู้ยึดถือมาดำเนินการได้
ดังนั้น
หากท่านในฐานะผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล
ต้องการที่จะจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกและโอนมรดกตามมาตรา
๘๒ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน แต่ไม่สามารถนำโฉนดที่ดินมาดำเนินการจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกและโอนมรดกได้
เนื่องจากโฉนดที่ดินดังกล่าวอยู่กับผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมอีกคนหนึ่ง พนักงานเจ้าหน้าที่จึงไม่มีอำนาจเรียกโฉนดที่ดินดังกล่าวจากผู้ยึดถือมาดำเนินการให้ได้ เป็นเรื่องที่ท่านในฐานะจัดการมรดกตามคำสั่งศาลต้องไปดำเนินการจัดการเพื่อให้ได้โฉนดที่ดินดังกล่าวมาดำเนินการต่อไป แต่หากท่านต้องการที่จะขอรับโอนมรดกตามมาตรา ๘๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยสละสิทธิในการใช้อำนาจของผู้จัดการมรดก
พนักงานเจ้าหน้าที่ก็มีอำนาจเรียกโฉนดที่ดินดังกล่าวจากผู้ยึดถือมาดำเนินการให้ได้ <o:p></o:p>
หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน กรมที่ดิน
โทร. ๐ ๒๑๔๑ ๕๗๖๓ - ๔<o:p></o:p>