การจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

Hot
นิติ
30 Nov 2016
เข้าชม 388

โครงการจัดสรรที่ดินที่ได้ขออนุญาตจัดสรรที่ดินตั้งแต่ ตุลาคม ๒๕๒๒ และต่อมาได้ขออนุญาตแก้ไขผังการจัดสรรที่ดินอีก ๕ ครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อ สิงหาคม ๒๕๕๖ อยากทราบว่า
๑. โครงการต้องจัดพื้นที่สำหรับเป็นที่ทำการนิติบุคคลหรือไม่
๒. โครงการจะต้องจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลบนพื้นที่ที่กันไว้หรือไม่ หากไม่จัดตั้งโรงเรียนอนุบาลโครงการจะต้องดำเนินการอย่างไรกับที่ดินที่ได้กันไว้
๓. โครงการต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมกรุงเทพมหานคร พ.ศ.๒๕๕๐ หรือไม่ (ที่ดินอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร)
๔. ถนนสายหลักเข้าโครงการเป็นถนนภาระจำยอมที่โครงการจดภาระจำยอมไว้กับเจ้าของที่ดิน เมื่อจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลแล้ว นิติบุคคลจะต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อจามีสิทธิใช้ถนนดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง
๕. เมื่อได้รับการจดทะเบียนจดตั้งนิติบุคคลเรียบร้อยแล้ว โครงการจะต้องโอนสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะให้นิติบุคคลภายในระยะเวลาเท่าไร
ความคิดเห็นที่ 1
โครงการจัดสรรที่ดินดังกล่าวได้ยื่นขออนุญาตทำการจัดสรรที่ดินตั้งแต่
พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งยื่นก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน
พ.ศ. ๒๕๔๓ ใช้บังคับ การพิจารณาเกี่ยวกับการอนุญาตใดๆ จึงต้องใช้กฎหมาย ที่มีผลบังคับอยู่ในขณะนั้น
กล่าวคือ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๖ ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๕                ประกาศคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง
เรื่อง กำหนดนโยบายการจัดพื้นที่ให้เป็นที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
หรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น ในการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม การจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและการจัดสรรที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรม
มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่   ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๘
เนื่องจากประกาศฉบับดังกล่าวไม่ให้ใช้บังคับเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินที่ได้ยื่นคำขออนุญาตไว้ก่อนประกาศนี้ใช้บังคับ
ดังนั้น โครงการจัดสรรที่ดินดังกล่าวจึงไม่ต้องจัดพื้นที่ให้เป็นที่ตั้งสำนักงานนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

                   ตามประกาศคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง เรื่อง
กำหนดนโยบายการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม
ข้อ ๕.๓ (๒) กำหนดว่า ในกรณีเป็นการจัดสรรที่ดินขนาดใหญ่ ผู้จัดสรรที่ดินจะต้องกันพื้นที่ไว้เป็นที่ตั้งโรงเรียนอนุบาล
ในกรณีที่ไม่สามารถจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการได้     ให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวจัดตั้งโรงเรียนประเภทอื่น
ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ
หากไม่สามารถจัดตั้งโรงเรียนประเภทอื่นได้ให้จัดทำบริการสาธารณะหรือสาธารณูปโภคอื่น
เช่น ศูนย์เด็กเล็ก สวน สนามเด็กเล่น สนามกีฬา เป็นต้น ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการฯ
ก่อนดำเนินการ

                   กรณีตามคำถาม ถนนทางเข้า -
ออกโครงการเป็นถนนภาระจำยอมซึ่งได้จดทะเบียนภาระจำยอมให้ไว้แก่เจ้าของโครงการจัดสรรที่ดิน
เมื่อมีการแบ่งจัดสรรที่ดินแปลงถนนดังกล่าวออกเป็นแปลงย่อยแล้ว   สิทธิในการใช้ถนนภาระจำยอมก็ยังคงมีอยู่เพื่อประโยชน์แก่ทุกส่วนของที่ดินแปลงย่อยที่แบ่งแยกออกไปแล้ว    ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๙๕
ซึ่งบัญญัติว่า “ถ้ามีการแบ่งแยกสามยทรัพย์
ท่านว่าภาระจำยอมยังคงมีอยู่เพื่อประโยชน์แก่ทุกส่วนที่แยกออกนั้น...”

                  
ตอบโดย: สำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
1 Dec 2016
rss image

Supported browsers Google Chrome, Firefox, Safari, Microsoft Edge. © สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2567 - กรมที่ดิน

w3c html image w3c css image
ด้านบน