- Home
- ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
- ที่ดินที่ปลูกบ้านเป็นที่ว่างเปล่า
ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
Q1707-001342
ที่ดินที่ปลูกบ้านเป็นที่ว่างเปล่า
Hot
ที่ดินที่ปลูกบ้านเป็นที่ว่างเปล่าแต่อยู่อาศัยมาเกิน 30 ปี
ถ้าต้องการทำเรื่องขอโฉนดที่ดินต้องทำไงค่ะ
และต้องเสียค่าใข้จ่ายในการดำเนินการออกโฉนดไหมค่ะ
แต่ที่ดินที่อยู่หน้าบ้านก็ออกโฉนดได้แล้ว
ถ้าต้องการทำเรื่องขอโฉนดที่ดินต้องทำไงค่ะ
และต้องเสียค่าใข้จ่ายในการดำเนินการออกโฉนดไหมค่ะ
แต่ที่ดินที่อยู่หน้าบ้านก็ออกโฉนดได้แล้ว
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
ด้านบน
แผนผังเว็บไซต์
- บริการกรมที่ดิน
-
ความรู้เกี่ยวกับกรมที่ดิน
- กฎหมายน่ารู้
- การเผยแพร่กฎหมายตามมาตรา 77
- ความเป็นมาของการออกโฉนดที่ดิน
- การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
- ที่สาธารณประโยชน์
- การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน
- สารานุกรมที่ดิน
- ประมวลกฎหมายที่ดินรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
- ยุทธศาสตร์และแผนงาน
-
ข่าวกรมที่ดิน
-
ข่าวความเคลื่อนไหว
- ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
- ข่าวกองการเจ้าหน้าที่
- ข่าวรายงานการใช้จ่ายงบประมาณ
- ข่าวกรมที่ดิน
-
ข่าวความเคลื่อนไหว
โดยพิจารณาจากหลักฐานที่ดิน หากที่ดินอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกโฉนดที่ดิน คือ ผู้มีสิทธิในที่ดินได้ครอบครองและทำประโยชน์แล้ว
และไม่เป็นที่ดินที่ต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ.
๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ เช่น ที่ดินสงวนหวงห้าม
ที่ดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน ที่เขา ที่ภูเขา ที่เกาะ ป่าไม้ถาวร ป่าสงวนแห่งชาติ
เป็นต้น ตามหลักเกณฑ์ดังนี้<o:p></o:p>
กรณีมีหลักฐานในที่ดิน
เช่น ส.ค. ๑ น.ส. ๓ น.ส. ๓ ข. น.ส. ๓ ก. น.ค.๓ กสน.๕ ใบจอง ใบเหยียบย่ำ สามารถขอออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะรายได้ตามมาตรา ๕๙
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยยื่นคำขอที่สำนักงานที่ดินที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่
หรือนำทำการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ และ ๕๘ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน<o:p></o:p>
กรณีไม่มีหลักฐานในที่ดิน <o:p></o:p>
๑. กรณีเป็นที่ดินที่เจ้าของที่ดินเดิมได้ครอบครองทำประโยชน์มาก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ
(วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๗)
และที่ดินดังกล่าวต้องไม่เป็นที่ดินต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินตามกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ รวมทั้งต้องไม่เป็นที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน สามารถออกโฉนดที่ดินได้
๒ วิธี คือ <o:p></o:p>
๑.๑ โดยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินตามมาตรา
๕๘ ทวิ วรรคสอง (๒) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน<o:p></o:p>
๑.๒ โดยขอออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙
ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ณ
สำนักงานที่ดินจังหวัด/สำนักงานที่ดินสาขาท้องที่ที่ที่ดินตั้งอยู่
ซึ่งกรณีนี้เจ้าของที่ดินจะต้องเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติตามมาตรา
๒๗ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน กล่าวคือ เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศกำหนดท้องที่และวันเริ่มต้นของการสำรวจรังวัดทำแผนที่
เจ้าของที่ดินซึ่งครอบครองที่ดินโดยไม่มีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินและไม่มีหลักฐานสำหรับที่ดิน
ถ้าประสงค์จะได้สิทธิในที่ดินนั้น ให้แจ้งการครอบครองที่ดินต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ณ
ที่ดินนั้นตั้งอยู่ภายในกำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันปิดประกาศ หรือได้มานำหรือส่งตัวแทนมานำพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการสำรวจรังวัดตามวันและเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศกำหนด และในการออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายตามมาตรา
๕๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินนี้ ก่อนที่จะมีการออกโฉนดที่ดินจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดในกรณีมีเหตุผลความจำเป็นก่อน ตามระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒
(พ.ศ. ๒๕๓๒) ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการออกโฉนดที่ดินให้กับผู้ขอต่อไป
กรณีที่ดินมีการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมาก่อนประมวลกฎหมายที่ดิน
หากได้เคยมีโครงการเดินสำรวจออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน แต่เจ้าของที่ดินไม่ไปนำเดินสำรวจ ถือว่าเจ้าของที่ดินสละสิทธิในที่ดินและไม่ใช่ผู้ซึ่งปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน จะไม่สามารถออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเป็นการเฉพาะรายตามมาตรา
๕๙ ทวิ ได้<o:p></o:p>
๒. กรณีเป็นที่ดินที่เจ้าของที่ดินเดิมได้ครอบครองทำประโยชน์ภายหลังวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ
(วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๗) สามารถขอออกโฉนดที่ดินได้เพียงวิธีเดียว คือ
โดยการเดินสำรวจตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๓) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีนี้โฉนดที่ดิน
จะถูกกำหนดห้ามโอนสิบปี เว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดกหรือโอนให้แก่ทบวงการเมือง
องค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล
รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งโดยพระราชบัญญัติหรือโอนให้แก่สหกรณ์เพื่อชำระหนี้
โดยได้รับอนุมัติจากนายทะเบียนสหกรณ์<o:p></o:p>
กรณีตามข้อ ๑ และ ๒ จะออกโฉนดที่ดินได้ไม่เกิน ๕๐ ไร่ ถ้าขอออกเกิน ๕๐ ไร่
จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด
ตามระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒)
ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ข้อเท็จจริงตามคำถาม ที่ดินของท่านไม่ชัดเจนว่ามีหลักฐานในที่ดินหรือไม่ และที่ดินต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินหรือไม่ ดังนั้น
หากปรากฏว่าที่ดินของท่านอยู่ในหลักเกณฑ์ที่สามารถขอออกโฉนดที่ดินได้
ท่านสามารถขอออกโฉนดที่ดินได้ตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น ดังนี้<o:p></o:p>
กรณีเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ขอให้ท่านสอบถามเรื่องโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจากผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันในพื้นที่
หรือศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดหนองคาย-บึงกาฬ-เลย สถานที่ตั้ง เลขที่ ๙๗๙/๑-๒ หมู่ที่ ๗
ถนนหนองคาย-โพนพิสัย ตำบลในเมือง อำเภอเมืองฯ จังหวัดหนองคาย
โทร. ๐-๔๒๐๘-๑๖๖๙ เพื่อติดต่อขอทราบข้อมูลว่า ที่ดินของท่าน
อยู่ในหลักเกณฑ์ที่สามารถเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินหรือไม่ และแจ้งความประสงค์ในการขอนำเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน
ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๙ เป็นต้นไป ทั้งนี้
การพิจารณาสั่งเจ้าหน้าที่ออกไปดำเนินการขึ้นอยู่กับข้อมูลและแผนงานโครงการ
โดยคำนึงถึงงบประมาณ ระยะเวลา และเป้าหมายเป็นหลัก หากพื้นที่ใดมีโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินพนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้กำนัน
ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ทราบและเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามโครงการฯ
หลักเกณฑ์ขั้นตอนการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน ผู้ใดมีหน้าที่นำเดินสำรวจฯ
และเอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการนำเดินสำรวจฯ <o:p></o:p>
กรณีขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะราย
ท่านสามารถยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะราย ตามมาตรา
๕๙ หรือ ๕๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน แล้วแต่กรณี และสอบถามค่าใช้จ่ายได้ ณ สำนักงานที่ดินในพื้นที่ โดยนำบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน
หลักฐานการเปลี่ยนคำนำหน้านาม ชื่อตัวชื่อสกุล (ถ้ามี) หลักฐานในที่ดิน เช่น ส.ค. ๑
น.ส. ๓ น.ส. ๓ ข. น.ส. ๓ ก. น.ค. ๓ กสน. ๕ ใบเหยียบย่ำ ใบจอง
หรือใบรับแจ้งความประสงค์จะได้สิทธิในที่ดินตามมาตรา
๒๗ ตรี พร้อมสำเนาไปเป็นหลักฐานประกอบการขอออกโฉนดที่ดิน<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
………………………………………………..<o:p></o:p>