ขอหารือกรณีการรับมรดกที่ดินตามพินัยกรรม
Hot
16 Mar 2018
เข้าชม 210
เรียน ท่านอธิบดีกรมที่ดิน
ดิฉันขอหารือกรณีการรับมรดกที่ดินตามพินัยกรรม
ด้วยบิดาของดิฉัน มีลูกทั้งหมด จำนวน 6 คน ประกอบด้วย
1. พี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 1
2. พี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 2
3. พี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 3
4. พี่สาว(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 4
5. พี่สาว(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 5
6. ดิฉัน (เกิดปี 2521 ปัจจุบันอายุ 39 ปี)
บิดาของดิฉัน ท่านได้ทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2527
บิดาของดิฉัน ท่านได้ถึงแก่ความตาย ด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2528 (ตอนนั้นดิฉันอายุ 7 ปี)
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองที่บิดาของดิฉันทำไว้ดังกล่าว มีเงื่อนไขในการเปิดพินัยกรรมว่า จะเปิดได้ต่อเมื่อดิฉันอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์แล้ว (ปี 2541) เท่านั้น
โดยเมื่อต้นปี 2560 (ดิฉันอายุ 38 ปี) ดิฉันได้ไปติดต่อทางที่ว่าการอำเภอ ในการขอเปิดพินัยกรรม
เหตุที่เพิ่งมาติดต่อเปิดพินัยกรรม เนื่องจากเพิ่งมีโอกาสได้ทราบจากผู้ที่เป็นพยานในการทำพินัยกรรม ว่า บิดาได้ทำพินัยกรรมไว้ โดยระบุว่า มอบที่ดินให้มารดาของดิฉัน พี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 3 และดิฉันเอง
ส่วนผู้จัดการมรดกที่ระบุในพินัยกรรมนั้น ได้ถึงแก่ความตายไปแล้ว หลังจากบิดาของดิฉันถึงแก่ความตาย ประมาณ 3 ปี (ตอนนั้นดิฉันอายุ 10 ปี) แต่พยานในการการทำพินัยกรรม 2 ท่าน ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่
เมื่อดิฉัน พร้อมมารดา และพี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 3 ได้ไปติดต่อขอได้เปิดพินัยกรรมและเปิดพินัยกรรมเรียบร้อยแล้ว โดยพินัยกรรมมีข้อความระบุในพินัยกรรม พอสรุป ว่า
“หากถึงแก่ความตายไปแล้ว ยอมยกที่ดิน นส 3 ก.
- แปลงที่ 1 ยกให้มารดาของดิฉัน จำนวน 1 ไร่ 1 งาน (เนื้อที่ทั้งหมด -ไม่ทราบ-)
- แปลงที่ 2 ยกให้ดิฉัน จำนวน 7 ไร่ 1 งาน 90 ตารางวา และ
ยกให้พี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 3 จำนวน 7 ไร่ 1 งาน 90 ตารางวา
(เนื้อที่ทั้งหมด 14 ไร่ 2 งาน 80 ตารางวา)
บุคคลที่ไม่มีชื่อระบุในพินัยกรรมนี้ ห้ามเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่ระบุไว้ในพินัยกรรมฉบับนี้”
แต่ ณ ขณะนั้นเอกสารหลักฐานที่ดิน นส 3 ก ทั้ง 2 แปลง ยังไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด กับใคร
ที่ดิน นส 3 ก แปลงที่ 1
ไม่ทราบว่าฉบับเจ้าของที่ดินอยู่ที่ใด กับใคร
ที่ดิน นส 3 ก แปลงที่ 2
เมื่อปลายปี 2560 ดิฉันได้รับแจ้งจากพี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 3 ว่า ได้ทราบเบื้องต้น ว่า
มีการนำไปจำนองค้ำประกันเงินกู้สหกรณ์การเกษตร จึงให้พี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 3 ไปติดต่อสอบถามทางสหกรณ์การเกษตร และได้ทราบว่า ที่ดิน นส 3 ก แปลงดังกล่าว ได้มีการชำระหนี้เงินกู้กับสหกรณ์การเกษตรเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่ไม่มีใครมาดำเนินการไถ่ถอน เท่านั้น พี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 3 จึงได้ไปดำเนินการติดต่อไถ่ถอนจำนองที่ดินดังกล่าว แต่กลับพบว่า เอกสารหลักฐานที่ดิน นส 3 ก. ได้กลายเป็นโฉนดที่ดิน(ในช่วงที่ยังไม่ได้ไถ่ถอนจำนอง) ไปแล้ว (วันออกโฉนด วันที่ 4 กันยายน 2532) (ตอนนั้นดิฉันอายุ 11 ปี) และผู้มีชื่อระบุเป็นเจ้าของที่ดิน กลับกลายเป็น รายชื่อ ลูกทั้ง 6 คน (โดยรายชื่อไม่ได้เรียงลำดับตามอายุ ผู้มีรายชื่อลำดับที่ 1 กลับเป็นพี่ชาย(ต่างมาดากับดิฉัน) คนที่ 3 โดยที่พี่ชายพี่ชาย(ต่างมาดากับดิฉัน) คนที่ 3 นี้ท่านก็บอกว่า ไม่ทราบเรื่องมาก่อนด้วยซ้ำ ก็เพิ่งมาเห็นพร้อมกัน) แทนที่จะเป็นชื่อบิดาของดิฉัน
ดังนั้น ดิฉัน จึงขอหารือดังนี้
1. ที่ดิน นส 3 ก แปลงที่ 1
ตามพินัยกรรมยกให้มารดาของดิฉันนั้น (ปัจจุบันมารดาของดิฉัน อายุมากแล้วและมีความพิการเดินไม่สะดวก)
หากจะรับมรดกตามพินัยกรรมดังกล่าว มีแนวทางและขั้นตอนการดำเนินการอย่างไรและใช้เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง
เนื่องจาก ณ ปัจจุบันนี้ ยังไม่พบ เอกสารหลักฐานที่ดิน นส 3 ก แปลงดังกล่าวแต่อย่างใด มารดาของดิฉันต้องไปติดต่อดำเนินการในขั้นตอนก่อนหลังอย่างไร
2. ที่ดิน นส 3 ก แปลงที่ 2
ตามพินัยกรรมยกให้ดิฉัน และพี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 3 หากจะรับมรดกตามพินัยกรรมดังกล่าว
แนวทางและขั้นตอนการดำเนินการอย่างไรและใช้เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง
เนื่องจาก ณ ปัจจุบันนี้ เอกสารหลักฐานที่ดิน นส 3 ก ดังกล่าว กลับกลายเป็นโฉนดที่ดิน มีชื่อระบุ ลูกทั้ง 6 คน
เป็นเจ้าของที่ดิน(ในช่วงที่ยังไม่ได้ไถ่ถอนจำนอง) ไปแล้ว ดิฉันและพี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 3 ต้องไปติดต่อดำเนินการในขั้นตอนก่อนหลังอย่างไร
ทั้งนี้ หากท่านประสงค์เอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการพิจารณา โปรดติดต่อได้ที่เบอร์โทร 088 3156598
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาและโปรดให้ความอนุเคราะห์ชี้แนะแนวทางและขั้นตอนปฏิบัติให้ทราบด้วย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการติดต่อดำเนินการต่อไป จะขอบพระคุณยิ่ง
นางอัญชนา แง่มสุราช
ดิฉันขอหารือกรณีการรับมรดกที่ดินตามพินัยกรรม
ด้วยบิดาของดิฉัน มีลูกทั้งหมด จำนวน 6 คน ประกอบด้วย
1. พี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 1
2. พี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 2
3. พี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 3
4. พี่สาว(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 4
5. พี่สาว(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 5
6. ดิฉัน (เกิดปี 2521 ปัจจุบันอายุ 39 ปี)
บิดาของดิฉัน ท่านได้ทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2527
บิดาของดิฉัน ท่านได้ถึงแก่ความตาย ด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2528 (ตอนนั้นดิฉันอายุ 7 ปี)
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองที่บิดาของดิฉันทำไว้ดังกล่าว มีเงื่อนไขในการเปิดพินัยกรรมว่า จะเปิดได้ต่อเมื่อดิฉันอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์แล้ว (ปี 2541) เท่านั้น
โดยเมื่อต้นปี 2560 (ดิฉันอายุ 38 ปี) ดิฉันได้ไปติดต่อทางที่ว่าการอำเภอ ในการขอเปิดพินัยกรรม
เหตุที่เพิ่งมาติดต่อเปิดพินัยกรรม เนื่องจากเพิ่งมีโอกาสได้ทราบจากผู้ที่เป็นพยานในการทำพินัยกรรม ว่า บิดาได้ทำพินัยกรรมไว้ โดยระบุว่า มอบที่ดินให้มารดาของดิฉัน พี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 3 และดิฉันเอง
ส่วนผู้จัดการมรดกที่ระบุในพินัยกรรมนั้น ได้ถึงแก่ความตายไปแล้ว หลังจากบิดาของดิฉันถึงแก่ความตาย ประมาณ 3 ปี (ตอนนั้นดิฉันอายุ 10 ปี) แต่พยานในการการทำพินัยกรรม 2 ท่าน ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่
เมื่อดิฉัน พร้อมมารดา และพี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 3 ได้ไปติดต่อขอได้เปิดพินัยกรรมและเปิดพินัยกรรมเรียบร้อยแล้ว โดยพินัยกรรมมีข้อความระบุในพินัยกรรม พอสรุป ว่า
“หากถึงแก่ความตายไปแล้ว ยอมยกที่ดิน นส 3 ก.
- แปลงที่ 1 ยกให้มารดาของดิฉัน จำนวน 1 ไร่ 1 งาน (เนื้อที่ทั้งหมด -ไม่ทราบ-)
- แปลงที่ 2 ยกให้ดิฉัน จำนวน 7 ไร่ 1 งาน 90 ตารางวา และ
ยกให้พี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 3 จำนวน 7 ไร่ 1 งาน 90 ตารางวา
(เนื้อที่ทั้งหมด 14 ไร่ 2 งาน 80 ตารางวา)
บุคคลที่ไม่มีชื่อระบุในพินัยกรรมนี้ ห้ามเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่ระบุไว้ในพินัยกรรมฉบับนี้”
แต่ ณ ขณะนั้นเอกสารหลักฐานที่ดิน นส 3 ก ทั้ง 2 แปลง ยังไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด กับใคร
ที่ดิน นส 3 ก แปลงที่ 1
ไม่ทราบว่าฉบับเจ้าของที่ดินอยู่ที่ใด กับใคร
ที่ดิน นส 3 ก แปลงที่ 2
เมื่อปลายปี 2560 ดิฉันได้รับแจ้งจากพี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 3 ว่า ได้ทราบเบื้องต้น ว่า
มีการนำไปจำนองค้ำประกันเงินกู้สหกรณ์การเกษตร จึงให้พี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 3 ไปติดต่อสอบถามทางสหกรณ์การเกษตร และได้ทราบว่า ที่ดิน นส 3 ก แปลงดังกล่าว ได้มีการชำระหนี้เงินกู้กับสหกรณ์การเกษตรเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่ไม่มีใครมาดำเนินการไถ่ถอน เท่านั้น พี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 3 จึงได้ไปดำเนินการติดต่อไถ่ถอนจำนองที่ดินดังกล่าว แต่กลับพบว่า เอกสารหลักฐานที่ดิน นส 3 ก. ได้กลายเป็นโฉนดที่ดิน(ในช่วงที่ยังไม่ได้ไถ่ถอนจำนอง) ไปแล้ว (วันออกโฉนด วันที่ 4 กันยายน 2532) (ตอนนั้นดิฉันอายุ 11 ปี) และผู้มีชื่อระบุเป็นเจ้าของที่ดิน กลับกลายเป็น รายชื่อ ลูกทั้ง 6 คน (โดยรายชื่อไม่ได้เรียงลำดับตามอายุ ผู้มีรายชื่อลำดับที่ 1 กลับเป็นพี่ชาย(ต่างมาดากับดิฉัน) คนที่ 3 โดยที่พี่ชายพี่ชาย(ต่างมาดากับดิฉัน) คนที่ 3 นี้ท่านก็บอกว่า ไม่ทราบเรื่องมาก่อนด้วยซ้ำ ก็เพิ่งมาเห็นพร้อมกัน) แทนที่จะเป็นชื่อบิดาของดิฉัน
ดังนั้น ดิฉัน จึงขอหารือดังนี้
1. ที่ดิน นส 3 ก แปลงที่ 1
ตามพินัยกรรมยกให้มารดาของดิฉันนั้น (ปัจจุบันมารดาของดิฉัน อายุมากแล้วและมีความพิการเดินไม่สะดวก)
หากจะรับมรดกตามพินัยกรรมดังกล่าว มีแนวทางและขั้นตอนการดำเนินการอย่างไรและใช้เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง
เนื่องจาก ณ ปัจจุบันนี้ ยังไม่พบ เอกสารหลักฐานที่ดิน นส 3 ก แปลงดังกล่าวแต่อย่างใด มารดาของดิฉันต้องไปติดต่อดำเนินการในขั้นตอนก่อนหลังอย่างไร
2. ที่ดิน นส 3 ก แปลงที่ 2
ตามพินัยกรรมยกให้ดิฉัน และพี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 3 หากจะรับมรดกตามพินัยกรรมดังกล่าว
แนวทางและขั้นตอนการดำเนินการอย่างไรและใช้เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง
เนื่องจาก ณ ปัจจุบันนี้ เอกสารหลักฐานที่ดิน นส 3 ก ดังกล่าว กลับกลายเป็นโฉนดที่ดิน มีชื่อระบุ ลูกทั้ง 6 คน
เป็นเจ้าของที่ดิน(ในช่วงที่ยังไม่ได้ไถ่ถอนจำนอง) ไปแล้ว ดิฉันและพี่ชาย(ต่างมารดากับดิฉัน) คนที่ 3 ต้องไปติดต่อดำเนินการในขั้นตอนก่อนหลังอย่างไร
ทั้งนี้ หากท่านประสงค์เอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการพิจารณา โปรดติดต่อได้ที่เบอร์โทร 088 3156598
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาและโปรดให้ความอนุเคราะห์ชี้แนะแนวทางและขั้นตอนปฏิบัติให้ทราบด้วย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการติดต่อดำเนินการต่อไป จะขอบพระคุณยิ่ง
นางอัญชนา แง่มสุราช
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
๑. ในการรับมรดกตามพินัยกรรม (ไม่มีผู้จัดการมรดก) มีขั้นตอนดังนี้ ทายาทที่มีสิทธิรับมรดกตามพินัยกรรม ยื่นคำขอจดทะเบียนรับมรดกต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนและตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ผู้ขอนำมาแสดงแล้วเห็นว่าถูกต้อง ก่อนจดทะเบียนโอนมรดกจะต้องดำเนินการประกาศขอจดทะเบียนโอนมรดกมีกำหนดสามสิบวัน เมื่อครบกำหนดประกาศแล้วไม่มีการคัดค้าน พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการจดทะเบียนโอนมรดกให้กับคุณแม่ของท่านต่อไป หากคุณแม่ของท่านในฐานะทายาทที่มีสิทธิรับมรดกตามพินัยกรรมไม่สามารถไปดำเนินการด้วยตนเองได้ก็สามารถทำหนังสือมอบอำนาจให้ท่านไปดำเนินการแทนก็ได้ สำหรับเอกสารที่ใช้ประกอบด้วย ต้นฉบับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน (หากคุณแม่ของท่านไม่ทราบว่าฉบับเจ้าของที่ดินอยู่ที่ใด กับใคร ในชั้นนี้ ขอแนะนำให้คุณแม่ของท่านไปยื่น คำขอขอตรวจหลักฐานที่ดินดังกล่าว ณ สำนักงานที่ดินที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่เสียก่อนว่าเป็นเช่นใด) ต้นฉบับพินัยกรรม ใบมรณะบัตรของคุณพ่อ หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน และทะเบียนสมรส ของคุณแม่ของท่าน และบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ฉบับจริงของท่าน
๒. สำหรับกรณีที่พินัยกรรมของคุณพ่อยกที่ดินให้กับท่านและทายาทที่มีสิทธิรับมรดกตามพินัยกรรมคนอื่นแต่ปรากฏว่าที่ดินดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงชื่อเจ้าของที่ดินจากคุณพ่อเป็นบุคคลอื่นไป ในชั้นนี้ ขอแนะนำให้ท่านและทายาทที่มีสิทธิรับมรดกตามพินัยกรรมคนอื่นไปยื่นคำขอขอตรวจหลักฐานที่ดินดังกล่าว ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่เสียก่อนว่าเป็นเช่นใด หากเห็นว่ามีการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเจ้าของที่ดินดังกล่าวไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ท่านและทายาทที่มีสิทธิรับมรดกตามพินัยกรรมคนอื่นชอบที่จะไปใช้สิทธิทางศาลต่อไป
ท่านสามารถ Download หนังสือมอบอำนาจและดูตัวอย่างการเขียนหนังสือมอบอำนาจได้ที่เว็บไซต์กรมที่ดิน หน้าเลือก Download หนังสือมอบอำนาจ หรือหากท่านมีความประสงค์จะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน กรมที่ดิน โทร ๐-๒๑๔๑-๕๗๖๓-๔