- Home
- ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
- ทำไมต้องโอนเป็นทอดๆ
ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
ต้องการโอนที่ดินเป็นของตัวเอง ใบเป็นชื่อของทวด ตอนนี้ ทวด ปู่ และพ่อเสียแล้ว ไปที่ดิน จนท.บอกว่าต้องโอนจากทวดเป็นของปู่ จากปู่เป็นของพ่อ แล้วจึงสามารถโอนจากพ่อเป็นของผมได้ อยากทราบว่าทำไมถึงโอนจากทวดเป็นของผมเลยไม่ได้ครับ ทั้งๆที่ผมเป็นผู้จัดการมรดก
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
ด้านบน
แผนผังเว็บไซต์
-
บริการกรมที่ดิน
- บริการประชาชน
- บริการช่างรังวัดเอกชน
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
- สถิติการให้บริการ
- คู่มือการให้บริการประชาชน
-
ความรู้เกี่ยวกับกรมที่ดิน
- กฎหมายน่ารู้
- การเผยแพร่กฎหมายตามมาตรา 77
- ความเป็นมาของการออกโฉนดที่ดิน
- การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
- ที่สาธารณประโยชน์
- การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน
- สารานุกรมที่ดิน
- ประมวลกฎหมายที่ดินรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
1. ตามหลักกฎหมาย เมื่อบุคคลใดตาย มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่ทายาททุกคน ได้แก่ ผู้สืบสันดาน ผู้บุพการี และคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดก ตามมาตรา 1629 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เว้นแต่เจ้ามรดกจะได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใดไว้โดยเฉพาะ ซึ่งทายาทโดยธรรมจะต้องรับมรดกไปตามลำดับ กรณีตามคำถามของท่าน หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าที่ดินมีชื่อของทวดเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ดังนั้น เมื่อทวดเสียชีวิตปู่ของท่านจึงเป็นทายาทโดยธรรมลำดับแรกที่สิทธิรับมรดกของทวด และหากปรากฏว่าปู่ของท่านเสียชีวิตในภายหลัง บิดาของท่านก็จะเป็นทายาทโดยธรรมลำดับแรกที่มีสิทธิรับมรดกของปู่ และเมื่อปรากฏว่าบิดาของท่านได้เสียชีวิตลงภายหลังจากที่ปู่เสียชีวิตแล้ว ท่านก็เป็นทายาทโดยธรรมลำดับแรกที่มีสิทธิรับมรดกของบิดา
2. ตามหลักการทางทะเบียน การได้มาโดยทางมรดกในที่ดินนั้นเป็นการได้มาโดยทางอื่นนอกจากนิติกรรมอย่างหนึ่ง ดังนั้น ถ้าทายาทต้องการจะจดทะเบียนการได้มาเพื่อจะเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง) ก็จะต้องไปจดทะเบียนการได้มาตามมาตรา 81, 82 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินเสียก่อน เพราะเจ้ามรดกยังมีชื่อในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ทายาทยังไม่มีชื่อในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน จึงยังไม่มีสิทธิที่จะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมใดๆ ให้ใครได้ คือต้องลงชื่อทายาทหรือผู้จัดการมรดกลงในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินนั้นๆ เสียก่อนจึงจะมีสิทธิเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนในที่ดินแปลงนั้นได้ กรณีของท่านจึงไม่อาจโอนมรดกจากทวดมาเป็นของท่านได้เลยแต่จะต้องดำเนินการไปตามลำดับดังที่กล่าวมาแล้ว
3. แม้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว อำนาจในการจัดการและแบ่งปันทรัพย์มรดกทั้งหมดย่อมเป็นของผู้จัดการมรดกตามคำสั่งแต่ผู้เดียว ทายาททั้งหลายย่อมหมดสิทธิที่จะเข้าจัดการมรดกก็ตาม แต่ผู้จัดการมรดกก็จะต้องจัดการมรดกให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งกรณีตามคำถามของท่าน หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าศาลได้มีคำสั่งตั้งให้ท่านเป็นผู้จัดการมรดกของทวด ปู และบิดาของท่านแล้ว เมื่อท่านได้ยื่นคำขอและแสดงหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จดทะเบียนโอนมรดกที่ดินแปลงดังกล่าวให้กับท่านได้ตามลำดับของทายาท แต่หากในการขอรับโอนมรดกของเจ้ามรดกรายใดที่ศาลไม่ได้มีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก ท่านก็จะต้องดำเนินการตามมาตรา 81 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ พร้อมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หลักฐานการตายของเจ้ามรดก หลักฐานการเป็นทายาท และจะต้องนำทายาทที่มีสิทธิรับมรดกทุกคนไปให้ถ้อยคำยินยอม หรือนำหลักฐานการไม่ขอรับมรดกไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ กรณีทายาทคนใดตายก็ต้องนำหลักฐานการตายไปแสดง เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอแล้วจะประกาศมีกำหนด 30 วัน หากครบกำหนดประกาศไม่มีผู้ใดคัดค้าน พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะจดทะเบียนโอนมรดกให้ได้