ผู้จัดสรรฯไม่ยอมส่งมอบทรัพย์ฯเพื่อให้จัดตั้งนิติบุคคล มีทางไหนจะตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านได้บ้างคะ?

Hot
พุธ
20 Sep 2019
เข้าชม 119

โครงการหมู่บ้านจัดสรร สร้างเมื่อประมาณปีพ.ศ.2555 ปัจจุบันขายหมดโครงการมาหลายปีแล้ว แต่ผู้จัดสรรฯไม่ยอมส่งหนังสือแจ้งฯและไม่ยอมส่งมอบทรัพย์ฯเพื่อให้จัดตั้งนิติบุคคลฯ และยังคงเก็บค่าบำรุงสาธารณูปโภคจากลูกบ้านต่อไปเรื่อยๆ แต่การดูแลสาธารณูปโภคกลับลดระดับตกต่ำลง เช่น รปภ.บางวันก็มีบางทีไม่มีไปหลายสัปดาห์ เหมือนจ้างมารายวันเฉพาะเวลาที่ลูกบ้านร้องเรียน ถนนในหมู่บ้านทรุดโทรมแตกร้าว ไม่ตัดแต่งต้นไม้จนระเกะระกะกีดขวางทางสัญจร แต่การเก็บเงินค่าบำรุงฯยังคงได้รับจากลูกบ้านไปครบถ้วนเต็มจำนวนทุกเดือน เหมือนส่อเจตนาเบียดบังเอาเงินค่าบำรุงฯไปใช้ส่วนตัว ลูกบ้านไม่ประสงค์จะให้ผู้จัดสรรฯทำแบบนี้ต่อไป และต้องการจัดตั้งนิติบุคคลฯเพื่อให้เกิดความชอบธรรม
แบบนี้มีหนทางไหนที่บรรดาลูกบ้านจะใช้สิทธิจัดตั้งนิติบุคคลได้บ้างคะ?
ความคิดเห็นที่ 1
พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน
พ.ศ. ๒๕๔๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

มาตรา ๔๔
วรรคแรก (๑) บัญญัติว่า “ผู้จัดสรรที่ดินจะพ้นจากหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามมาตรา
๔๓ เมื่อได้มีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ภายหลังจากครบกำหนดระยะเวลาที่ผู้จัดสรรที่ดินรับผิดชอบการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามมาตรา
๒๓ (๕) แล้ว...”

มาตรา ๗๐
วรรคสี่ “ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือผู้รับโอนใบอนุญาตตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่
๒๘๖ ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ หรือผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภค มิได้ปฏิบัติหน้าที่ในการบำรุงรักษากิจการอันเป็นสาธารณูปโภค
ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนที่ดินแปลงย่อยตามแผนผังโครงการ
อาจยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา
เพื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้”  

                   ระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง
ว่าด้วยการโอนสาธารณูปโภคให้แก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น
และการขออนุมัติดำเนินการเพื่อการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค หรือดำเนินการจดทะเบียนโอนทรัพย์สินให้เป็นสาธารณประโยชน์
พ.ศ. ๒๕๕๙

ข้อ ๖ วรรคแรก “ในกรณีที่ผู้จัดสรรที่ดินประสงค์จะพ้นจากหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามมาตรา
๔๔ ให้ยื่นความประสงค์ต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบสาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นตามแผนผังและโครงการว่ายังคงมีสภาพดังเช่นที่ได้จัดทำขึ้น”

……………………..

วรรคสาม “เมื่อตรวจสอบแล้วเห็นว่าระบบสาธารณูปโภคยังคงสภาพดังเช่นที่ได้จัดทำขึ้นให้บันทึกผลการตรวจสอบไว้เป็นหลักฐาน
ทั้งนี้ หลักฐานการตรวจสอบให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันออกหลักฐานเป็นต้นไป .....”

ข้อ ๗ “ผู้จัดสรรที่ดินที่คณะกรรมการได้ตรวจสอบแล้ว
เห็นว่าได้ดูแลบำรุงรักษาสาธารณูปโภคให้ยังคงสภาพดังเช่นที่ได้จัดทำขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาตภายหลังจากครบกำหนดระยะเวลาที่ผู้จัดสรรที่ดินต้องรับผิดชอบการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามมาตรา
๒๓ (๕) และมีผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนแปลงย่อยตามแผนผังและโครงการแล้ว
ให้ดำเนินการ ดังนี้...”

พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๗๐ วรรคสี่ ได้วางหลักเกณฑ์ไว้ว่า
กรณีโครงการจัดสรรที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่
๒๘๖ ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๕ ซึ่งผู้จัดสรรที่ดินละทิ้งหน้าที่ในการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคในโครงการ
ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนที่ดินแปลงย่อยตามแผนผังโครงการสามารถรวมตัวกันเพื่อดำเนินการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้

 แต่จากกรณีคำถามเป็นโครงการจัดสรรที่ดินที่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ ดังนั้น โครงการจัดสรรที่ดินที่จะเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้นั้น ผู้จัดสรรที่ดินต้องดูแลบำรุงรักษาสาธารณูปโภคในโครงการครบกำหนดระยะเวลา (เช่น ๑ ปี, ๒ ปี) ตามที่ระบุในโครงการและวิธีการจัดสรรที่ดินแล้ว และมีผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนที่ดินแปลงย่อยตามแผนผังและโครงการตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๔๔
วรรคแรก (๑) และระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางฯ พ.ศ.๒๕๕๙ ข้อ ๗ ที่กำหนด นอกจากนี้โครงการจัดสรรที่ดินดังกล่าวนั้น
ต้องได้รับหลักฐานการตรวจสอบจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินตามระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางฯ
พ.ศ. ๒๕๕๙ ข้อ ๖ ผู้จัดสรรที่ดินจึงจะมีหนังสือแจ้งผู้ซื้อที่ดินจัดสรรทราบเพื่อดำเนินการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้

ส่วนกรณีสาธารณูปโภคในโครงการชำรุดเสียหาย
ผู้จัดสรรที่ดินไม่ดูแลบำรุงรักษาสาธารณูปโภค ภาระหน้าที่ในการดูแลบำรุงดังกล่าวยังคงเป็นหน้าที่ของผู้จัดสรรที่ดินต่อไป
แต่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรสามารถแจ้งต่อคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัด
(ผ่านเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด/เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่)
เพื่อจะได้ดำเนินการแก้ไขปัญหากรณีดังกล่าวต่อไป

 

   
ตอบโดย: สำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
24 Sep 2019
rss image

Supported browsers Google Chrome, Firefox, Safari, Microsoft Edge. © สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2567 - กรมที่ดิน

w3c html image w3c css image
ด้านบน