- Home
- ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
- การโอนที่ดินของพ่อแม่ให้ลูกทั้ง 2 คน
ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
Q1911-005202
การโอนที่ดินของพ่อแม่ให้ลูกทั้ง 2 คน
Hot
รบกวนขอสอบถามเรื่องเกี่ยวกับการโอนที่ดินของพ่อแม่ให้ลูกค่ะ
ในกรณีที่พ่อเสียชีวิตแล้ว 1 ปีแล้ว โฉนดต้องทำอย่างไรบ้าง มีชื่อทั้งชื่อพ่อและชื่อแม่ในโฉนด
ในกรณีที่แม่ :-
1. ถ้าแม่ต้องการโอนเป็นชื่อลูกทั้ง 2 คน ต้องทำอย่างไรบ้่าง
2. ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ?
3. มีค่าโอนที่ดินเท่าไหร่
ขอบคุณสำหรับคำตอบและคำแนะนำอย่างมากค่ะ
.
ในกรณีที่พ่อเสียชีวิตแล้ว 1 ปีแล้ว โฉนดต้องทำอย่างไรบ้าง มีชื่อทั้งชื่อพ่อและชื่อแม่ในโฉนด
ในกรณีที่แม่ :-
1. ถ้าแม่ต้องการโอนเป็นชื่อลูกทั้ง 2 คน ต้องทำอย่างไรบ้่าง
2. ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ?
3. มีค่าโอนที่ดินเท่าไหร่
ขอบคุณสำหรับคำตอบและคำแนะนำอย่างมากค่ะ
.
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
ด้านบน
แผนผังเว็บไซต์
-
บริการกรมที่ดิน
- บริการประชาชน
- บริการช่างรังวัดเอกชน
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
- สถิติการให้บริการ
- คู่มือการให้บริการประชาชน
-
ความรู้เกี่ยวกับกรมที่ดิน
- กฎหมายน่ารู้
- การเผยแพร่กฎหมายตามมาตรา 77
- ความเป็นมาของการออกโฉนดที่ดิน
- การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
- ที่สาธารณประโยชน์
- การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน
- สารานุกรมที่ดิน
- ประมวลกฎหมายที่ดินรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
๑. โฉนดที่ดินในส่วนที่มีชื่อแม่เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ จะต้องจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประเภทให้เฉพาะส่วน โดยให้นำต้นฉบับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน พร้อมต้นฉบับบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของแม่และลูกไปยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ และจะต้องเสียค่าธรรมเนียมดังนี้
๑.๑ ค่าธรรมเนียม อัตราร้อยละ ๐.๕ (ร้อยละ ๕๐ สตางค์) คำนวณจากราคาประเมินทุนทรัพย์ในส่วนที่โอน
๑.๒ อากรแสตมป์ อัตราร้อยละ ๐.๕ (ร้อยละ ๕๐ สตางค์) คำนวณจากราคาประเมินทุนทรัพย์ในส่วนที่โอนหรือราคาทุนทรัพย์ที่ผู้ขอแสดง แล้วแต่ราคาใดสูงกว่า คิดตามราคาสูง
๒. โฉนดที่ดินในส่วนที่มีชื่อพ่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ หากต้องการให้ลูกทั้งสองคนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์จะต้องจดทะเบียนสิทธิในประเภทโอนมรดกเฉพาะส่วน ซึ่งสามารถกระทำได้ ๒ วิธี ได้แก่ ๑. การรับมรดกตามมาตรา ๘๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และ ๒. การรับมรดกโดยมีผู้จัดการมรดกตามมาตรา ๘๒ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ในส่วนนี้ เมื่อพ่อเสียชีวิตแล้วโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์มรดกที่ดินของพ่อก็ย่อมตกได้แก่ทายาทโดยธรรมของพ่อ ตามมาตรา ๑๖๒๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้แก่ บุพการี บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย คู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น หากทายาทที่มีสิทธิรับมรดกคนใดประสงค์จะรับโอนมรดกที่ดินตามมาตรา ๘๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ก็ชอบที่จะไปยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ พร้อมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หลักฐานการตายของเจ้ามรดก หลักฐานการเป็นทายาท และจะต้องนำทายาทที่มีสิทธิรับมรดกทุกคนไปให้ถ้อยคำยินยอม หรือนำหลักฐานการไม่ขอรับมรดกไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ กรณีทายาทคนใดตายก็ต้องนำหลักฐานการตายไปแสดง เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอแล้วจะประกาศมีกำหนด ๓๐ วัน หากครบกำหนดประกาศไม่มีทายาทที่มีสิทธิรับมรดกคนใดคัดค้าน พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะจดทะเบียนโอนมรดกให้ไป โดยเสียค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ ๐.๕ (ร้อยละ ๕๐ สตางค์) คำนวณจากราคาประเมินทุนทรัพย์ในส่วนที่โอน อย่างไรก็ดี การรับมรดกดังกล่าวข้างต้นอีกทางหนึ่ง ท่านสามารถไปยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอตั้งผู้จัดการมรดก เมื่อศาลตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดกแล้ว ผู้จัดการมรดกก็สามารถจดทะเบียนโอนมรดกให้แก่ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกต่อไปได้ ทั้งนี้ ตามนัยมาตรา ๘๒ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทางโทรศัพท์ได้ที่สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน
กรมที่ดิน โทร ๐ ๒๑๔๑ ๕๗๖๓ – ๔