- Home
- ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
- การจะเพิ่มชื่อในโฉนด
ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
Q2305-006159
การจะเพิ่มชื่อในโฉนด
Hot
อยากสอบถามว่า
1.นาย ก.เป็นเจ้าของโฉนดที่ดิน ต้องการเพิ่มชื่อลูก2คนเข้าในโฉนด ต้องทำอย่างไร มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ครับ
2.สมมุติว่านาย ก.เพิ่มชื่อลูก2คนเข้าในโฉนดแล้ว เกิด นาย ก.เสียชีวิต ต้องทำอย่างไรครับหรือแค่แจ้งคัดชื่อออกครับ
1.นาย ก.เป็นเจ้าของโฉนดที่ดิน ต้องการเพิ่มชื่อลูก2คนเข้าในโฉนด ต้องทำอย่างไร มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ครับ
2.สมมุติว่านาย ก.เพิ่มชื่อลูก2คนเข้าในโฉนดแล้ว เกิด นาย ก.เสียชีวิต ต้องทำอย่างไรครับหรือแค่แจ้งคัดชื่อออกครับ
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
ด้านบน
แผนผังเว็บไซต์
-
บริการกรมที่ดิน
- บริการประชาชน
- บริการช่างรังวัดเอกชน
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
- สถิติการให้บริการ
- คู่มือการให้บริการประชาชน
-
ความรู้เกี่ยวกับกรมที่ดิน
- กฎหมายน่ารู้
- การเผยแพร่กฎหมายตามมาตรา 77
- ความเป็นมาของการออกโฉนดที่ดิน
- การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
- ที่สาธารณประโยชน์
- การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน
- สารานุกรมที่ดิน
- ประมวลกฎหมายที่ดินรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
๑. กรณีเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย
๑.๑ ค่าธรรมเนียม อัตราร้อยละ ๐.๕ คำนวณจากราคาประเมินทุนทรัพย์เฉพาะส่วนที่จะให้เข้าถือกรรมสิทธิ์
๑.๒ อากรแสตมป์ อัตราร้อยละ ๐.๕ คำนวณจากราคาประเมินทุนทรัพย์เฉพาะส่วนที่จะให้เข้าถือกรรมสิทธิ์ หรือราคาทุนทรัพย์ที่ผู้ขอแสดง แล้วแต่ราคาใดสูงกว่าคิดตามราคาสูง
๑.๓ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย อัตราร้อยละ ๕ คำนวณจากราคาประเมินทุนทรัพย์ของบุตรแต่ละคน เฉพาะในส่วนที่เกิน ๒๐ ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น หากราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ไม่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย
๑.๔ ภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่เสีย
๒. กรณีเป็นบุตรไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะต้องเสียค่าธรรมเนียมและอากรแสตมป์ ตามหลักเกณฑ์ในข้อ ๑.๑ และ ๑.๒ และต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย โดยคำนวณจากราคาประเมินทุนทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ประมวลรัษฎากรกำหนด และภาษีธุรกิจเฉพาะ อัตราร้อยละ ๓.๓ (รวมภาษีท้องถิ่น) คำนวณจากราคาประเมินทุนทรัพย์ หรือราคาทุนทรัพย์ที่ผู้ขอแสดง แล้วแต่ราคาใดสูงกว่าคิดตามราคาสูง หากอยู่ในหลักเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ และถ้าเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้วจะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียอากรแสตมป์
ส่วนคำถามที่ว่าหากต่อมาพ่อเสียชีวิตโฉนดที่ดินในส่วนที่มีชื่อพ่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์..หากต้องการให้ลูกทั้งสองคนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์จะต้องจดทะเบียนสิทธิในประเภทโอนมรดกเฉพาะส่วน.ซึ่งสามารถกระทำได้ ๒ วิธี ได้แก่ ๑ การรับมรดกตามมาตรา ๘๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และ ๒ การรับมรดกโดยมีผู้จัดการมรดกตามมาตรา ๘๒ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน..ในส่วนนี้ เมื่อพ่อเสียชีวิตแล้วโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์มรดกที่ดินของพ่อก็ย่อมตกได้แก่ทายาทโดยธรรมของพ่อ ตามมาตรา ๑๖๒๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้แก่ บุพการรี บุตร คู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น..หากทายาทที่มีสิทธิรับมรดกคนใดประสงค์จะรับโอนมรดกที่ดินตามมาตรา ๘๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ก็ชอบที่จะไปยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ พร้อมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หลักฐานการตายของเจ้ามรดก หลักฐานการเป็นทายาท และจะต้องนำทายาทที่มีสิทธิรับมรดกทุกคนไปให้ถ้อยคำยินยอมหรือนำหลักฐานการไม่ขอรับมรดกไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ กรณีทายาทคนใดตายก็ต้องนำหลักฐานการตายไปแสดง เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอแล้วจะประกาศมีกำหนด ๓๐ วัน หากครบกำหนดประกาศไม่มีทายาทที่มีสิทธิรับมรดกคนใดคัดค้าน พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะจดทะเบียนโอนมรดกให้ไป..โดยเสียค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ ๐.๕ (ร้อยละ..๕๐..สตางค์) คำนวณจากราคาประเมินทุนทรัพย์ในส่วนที่โอน อย่างไรก็ดี การรับมรดกดังกล่าวข้างต้นอีกทางหนึ่ง ท่านสามารถไปยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอตั้งผู้จัดการมรดกเมื่อศาลตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดกแล้ว ผู้จัดการมรดกก็สามารถจดทะเบียนโอนมรตกให้แก่ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกต่อไปได้ ทั้งนี้ ตามนัยมาตรา ๘๒ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินๆ
หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน กรมที่ดิน โทรศัพท์หมายเลข ๐ ๒๑๔๑ ๕๗๖๓ – ๔