เลี่ยงจัดสรร

ลลิสา โนไนท์
8 Apr 2025
เข้าชม 35

นาย ก. ได้ยื่นคำขอรังวัดแบ่งแยกในนามเดิมและแบ่งหักเป็นทางสาธารณประโยชน์ โฉนดทื่ดิน A จำนวน 9 แปลงรวมแปลงคงเหลือ เมื่อปี 2539 และนาย ก. ได้ยื่นคำขอรังวัดแบ่งแยกในนามเดิม จากโฉนดที่ดิน A เรื่อยมาและได้มีการจำหน่ายไปแล้วบางส่วน ต่อมาเมื่อปี 2567 ได้ยื่นคำขอรังวัดแบ่งแยกในนามเดิมโฉนดที่ดิน B จำนวน 8 แปลงรวมแปลงคงเหลือ โดยโฉนดที่ดิน B ได้แบ่งแยกมาจาก โฉนดที่ดิน A ฝั่งตรงข้ามของทางสาธารณประโยชน์ที่นาย ก. ได้ยื่นแบ่งไว้เมื่อปี 2539 มีชื่อนาย ก. 3 แปลง โดยแปลงแยกมาจากโฉนด C เมื่อปี 2567 โดยโฉนดที่ดิน C ได้แบ่งแยกมาจาก โฉนดที่ดิน A จึงอยากสอบถามว่านาย A ต้องเข้าจัดสรร ตาม พรบ.จัดสรรที่ดิน 2543 หรือไม่
ความคิดเห็นที่ 1
การกระทำที่ถือว่าเป็นการจัดสรรที่ดินตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน
พ.ศ. 2543 จะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ดังนี้

1. ได้มีการจำหน่ายที่ดินที่ได้แบ่งเป็นแปลงย่อยรวมกันตั้งแต่สิบแปลงขึ้นไป
ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งจากที่ดินแปลงเดียวกัน หรือแบ่งจากที่ดินหลายแปลงที่มีพื้นที่ติดต่อกันและ

2.
การจำหน่ายนั้น ผู้จัดสรรที่ดิน ได้รับทรัพย์สินหรือประโยชน์เป็นค่าตอบแทน 

หรือ 3. ได้มีการจำหน่ายที่ดินที่ได้แบ่งเป็นแปลงย่อยจากที่ดินแปลงเดียวกันหรือแบ่งจากที่ดินหลายแปลงที่มีพื้นที่ติดต่อกันไว้ไม่ถึงสิบแปลงโดยได้รับทรัพย์สินหรือประโยชน์เป็นค่าตอบแทน
และต่อมา

ได้มีการจำหน่ายที่ดินที่ได้แบ่งเป็นแปลงย่อยจากที่ดินแปลงเดิมเพิ่มเติมภายในสามปีเมื่อรวมกันแล้วมีจำนวนตั้งแต่สิบแปลงขึ้นไป

                   กรณีตามคำถาม หากที่ดิน
ได้มีการจำหน่ายที่ดินที่ได้แบ่งเป็นแปลงย่อยจากที่ดินแปลงเดียวกันหรือแบ่งจากที่ดินหลายแปลงที่มีพื้นที่ติดต่อกันไว้ไม่ถึงสิบแปลงโดยได้รับทรัพย์สินหรือประโยชน์

เป็นค่าตอบแทน และต่อมาได้มีการจำหน่ายที่ดินที่ได้แบ่งเป็นแปลงย่อยจากที่ดินแปลงเดิมเพิ่มเติมภายในสามปีเมื่อรวมกันแล้วมีจำนวนตั้งแต่สิบแปลงขึ้นไป จะเข้าหลักเกณฑ์การจัดสรรที่ดินตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน
พ.ศ. 2543
ตอบโดย: สำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
11 Apr 2025
rss image

Supported browsers Google Chrome, Firefox, Safari, Microsoft Edge. © สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2567 - กรมที่ดิน

w3c html image w3c css image
ด้านบน