- Home
- ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
- อบต.ไม่รับโอนสาธารณูปโภคของหมู่บ้าน ได้หรือไม่?
ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
Q2505-007922
อบต.ไม่รับโอนสาธารณูปโภคของหมู่บ้าน ได้หรือไม่?
ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรไม่สามารถจดจัดตั้งนิติฯ ได้
ล่วงเลยเกิน 180 วัน ผู้จัดสรรจึงดำเนินการโอน
สาธารณูปโภคตามบัญชี ให้เป็นสาธารณะ
แต่ไม่สามารถโอนได้เพราะทาง อบต.
ไม่ออกหนังสือรับทราบให้
1) อบต.ทำได้หรือไม่
2) สาธารณูปโภคของ มบ.จะอยู่ในความรับผิดของใครต่อไป
ล่วงเลยเกิน 180 วัน ผู้จัดสรรจึงดำเนินการโอน
สาธารณูปโภคตามบัญชี ให้เป็นสาธารณะ
แต่ไม่สามารถโอนได้เพราะทาง อบต.
ไม่ออกหนังสือรับทราบให้
1) อบต.ทำได้หรือไม่
2) สาธารณูปโภคของ มบ.จะอยู่ในความรับผิดของใครต่อไป
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
ด้านบน
แผนผังเว็บไซต์
- บริการกรมที่ดิน
-
ความรู้เกี่ยวกับกรมที่ดิน
- กฎหมายน่ารู้
- การเผยแพร่กฎหมายตามมาตรา 77
- ความเป็นมาของการออกโฉนดที่ดิน
- การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
- ที่สาธารณประโยชน์
- การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน
- สารานุกรมที่ดิน
- ประมวลกฎหมายที่ดินรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
- ยุทธศาสตร์และแผนงาน
-
ข่าวกรมที่ดิน
-
ข่าวความเคลื่อนไหว
- ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
- ข่าวกองการเจ้าหน้าที่
- ข่าวรายงานการใช้จ่ายงบประมาณ
- ข่าวกรมที่ดิน
-
ข่าวความเคลื่อนไหว
ว่าด้วยการโอนสาธารณูปโภคให้แก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น
และการขออนุมัติดำเนินการเพื่อการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค หรือดำเนินการจดทะเบียนโอนทรัพย์สินให้เป็นสาธารณประโยชน์
พ.ศ. 2559 ข้อ 19 กำหนดว่า “การจดทะเบียนโอนทรัพย์สินให้เป็นสาธารณประโยชน์
ต้องแสดงรายละเอียดพร้อมเอกสารหลักฐาน ดังนี้ (4) หลักฐานการรับทราบจากหน่วยงานที่จะรับโอนทรัพย์สินอันเป็นสาธารณูปโภคให้เป็นสาธารณประโยชน์” และพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543
มาตรา 43 กำหนดว่า “สาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต
เช่น ถนน สวน สนามเด็กเล่น ให้ตกอยู่ในภาระจำยอม เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรร และให้เป็นหน้าที่ของผู้จัดสรรที่จะบำรุงรักษาสาธารณูปโภคดังกล่าวให้คงสภาพดังเช่นที่ได้จัดทำขึ้นนั้นต่อไป
และจะกระทำการใดอันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวกมิได้” มาตรา 44 กำหนดว่า “ผู้จัดสรรที่ดินจะพ้นจากหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามมาตรา
43 เมื่อได้มีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด
ภายหลังจากครบกำหนดระยะเวลาที่ผู้จัดสรรที่ดินรับผิดชอบการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามมาตรา
23 (5) แล้วตามลำดับ ดังต่อไปนี้ (1)
ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามพระราชบัญญัตินี้ หรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นเพื่อรับโอนทรัพย์สินดังกล่าวไปจัดการและดูแลบำรุงรักษาภายในเวลาที่
ผู้จัดสรรที่ดินกำหนด
ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้จัดสรรที่ดิน
(2) ผู้จัดสรรที่ดินได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค
หรือดำเนินการจดทะเบียนโอนทรัพย์สินดังกล่าวให้เป็นสาธารณประโยชน์” ซึ่งกรณีผู้จัดสรรประสงค์จะโอนที่ดินซึ่งเป็นสาธารณูปโภคในโครงการให้เป็นสาธารณประโยชน์
จะต้องแสดงหลักฐานการรับทราบจากหน่วยงานที่จะรับโอน กรรมการกฤษฎีกาได้ตีความหนังสือดังกล่าวว่าถือเป็นคำยินยอมจากหน่วยงานผู้รับโอน
ตามความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา
เรื่องเสร็จที่ 795/2554 ดังนั้น เมื่อผู้ซื้อที่ดินจัดสรรไม่สามารถดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา
44 ได้ หน้าที่การบำรุงรักษาสาธารณูปโภคในโครงการดังกล่าวจะเป็นของผู้จัดสรรที่ดิน