อบต.ไม่รับโอนสาธารณูปโภคของหมู่บ้าน ได้หรือไม่?

สิริชัย วงศ์วิวัฒน์
16 May 2025
เข้าชม 20

ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรไม่สามารถจดจัดตั้งนิติฯ ได้
ล่วงเลยเกิน 180 วัน ผู้จัดสรรจึงดำเนินการโอน
สาธารณูปโภคตามบัญชี ให้เป็นสาธารณะ

แต่ไม่สามารถโอนได้เพราะทาง อบต.
ไม่ออกหนังสือรับทราบให้

1) อบต.ทำได้หรือไม่
2) สาธารณูปโภคของ มบ.จะอยู่ในความรับผิดของใครต่อไป
ความคิดเห็นที่ 1
กรณีคำถาม ระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง
ว่าด้วยการโอนสาธารณูปโภคให้แก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น
และการขออนุมัติดำเนินการเพื่อการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค หรือดำเนินการจดทะเบียนโอนทรัพย์สินให้เป็นสาธารณประโยชน์
พ.ศ. 2559 ข้อ 19 กำหนดว่า “การจดทะเบียนโอนทรัพย์สินให้เป็นสาธารณประโยชน์
ต้องแสดงรายละเอียดพร้อมเอกสารหลักฐาน ดังนี้ (4) หลักฐานการรับทราบจากหน่วยงานที่จะรับโอนทรัพย์สินอันเป็นสาธารณูปโภคให้เป็นสาธารณประโยชน์” และพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543
มาตรา 43 กำหนดว่า “สาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต
เช่น ถนน สวน สนามเด็กเล่น ให้ตกอยู่ในภาระจำยอม เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรร และให้เป็นหน้าที่ของผู้จัดสรรที่จะบำรุงรักษาสาธารณูปโภคดังกล่าวให้คงสภาพดังเช่นที่ได้จัดทำขึ้นนั้นต่อไป
และจะกระทำการใดอันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวกมิได้” มาตรา 44 กำหนดว่า “ผู้จัดสรรที่ดินจะพ้นจากหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามมาตรา
43 เมื่อได้มีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด
ภายหลังจากครบกำหนดระยะเวลาที่ผู้จัดสรรที่ดินรับผิดชอบการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามมาตรา
23 (5) แล้วตามลำดับ ดังต่อไปนี้ (1)
ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามพระราชบัญญัตินี้ หรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นเพื่อรับโอนทรัพย์สินดังกล่าวไปจัดการและดูแลบำรุงรักษาภายในเวลาที่

ผู้จัดสรรที่ดินกำหนด
ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้จัดสรรที่ดิน
(2) ผู้จัดสรรที่ดินได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค
หรือดำเนินการจดทะเบียนโอนทรัพย์สินดังกล่าวให้เป็นสาธารณประโยชน์” ซึ่งกรณีผู้จัดสรรประสงค์จะโอนที่ดินซึ่งเป็นสาธารณูปโภคในโครงการให้เป็นสาธารณประโยชน์
จะต้องแสดงหลักฐานการรับทราบจากหน่วยงานที่จะรับโอน กรรมการกฤษฎีกาได้ตีความหนังสือดังกล่าวว่าถือเป็นคำยินยอมจากหน่วยงานผู้รับโอน
ตามความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา
เรื่องเสร็จที่ 795/2554 ดังนั้น เมื่อผู้ซื้อที่ดินจัดสรรไม่สามารถดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา
44 ได้ หน้าที่การบำรุงรักษาสาธารณูปโภคในโครงการดังกล่าวจะเป็นของผู้จัดสรรที่ดิน
ตอบโดย: สำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
20 May 2025
rss image

Supported browsers Google Chrome, Firefox, Safari, Microsoft Edge. © สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2567 - กรมที่ดิน

w3c html image w3c css image
ด้านบน