- หน้าแรก
- ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
- ผู้จัดการมรดก
ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
พ่อบวชเป็นพระ มีลูก 4 คน พ่อให้ลูกคนที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกในที่ดินจำนวน 2 แปลง / แปลงที่ 1เป็นบ้าน ให้ ลูกคนที่ 3 และ 4 / แปลงที่ 2 เป็นสวน ให้ทั้ง 4 คน โดยระบุให้ลูกคนที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกทั้ง 2 แปลง กรณีนี้ ลูกคนที่ 3 ปัจจุบันบวชเป็นพระโดยไม่มีการสึก และ ลูกคนที่ 4 อายุ 38 ปีแล้วแต่ความคิด ความอ่าน การกระทำไม่เหมือนคนปกติเที่ยบได้กับเด็กอายุ 10 ปี เกรงว่าจะเกิดปัญหาได้ในอนาคต....
ขอถามว่า จะดำเนินการอย่างไรได้ ถ้าหากว่า ผู้จัดการมรดกจะทำการเปลี่ยนแปลงเสียใหม่ โดยให้ที่ดินทั้งหมดอยู่ในการครอบครองของ ลูกคนที่ 1 และ 2 ดำเนินการได้โดยตนเองจากที่ดิน ? หรือ ต้องร้องขอต่อศาลในกรณีอย่างนี้? ขอบคุณครับ..
ขอถามว่า จะดำเนินการอย่างไรได้ ถ้าหากว่า ผู้จัดการมรดกจะทำการเปลี่ยนแปลงเสียใหม่ โดยให้ที่ดินทั้งหมดอยู่ในการครอบครองของ ลูกคนที่ 1 และ 2 ดำเนินการได้โดยตนเองจากที่ดิน ? หรือ ต้องร้องขอต่อศาลในกรณีอย่างนี้? ขอบคุณครับ..
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
ด้านบน
แผนผังเว็บไซต์
- บริการกรมที่ดิน
-
ความรู้เกี่ยวกับกรมที่ดิน
- กฎหมายน่ารู้
- การเผยแพร่กฎหมายตามมาตรา 77
- ความเป็นมาของการออกโฉนดที่ดิน
- การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
- ที่สาธารณประโยชน์
- การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน
- สารานุกรมที่ดิน
- ประมวลกฎหมายที่ดินรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
- ยุทธศาสตร์และแผนงาน
-
ข่าวกรมที่ดิน
-
ข่าวความเคลื่อนไหว
- ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
- ข่าวกองการเจ้าหน้าที่
- ข่าวรายงานการใช้จ่ายงบประมาณ
- ข่าวกรมที่ดิน
-
ข่าวความเคลื่อนไหว
๑. กรณีพ่อยังมีชีวิตอยู่ พ่อสามารถเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดการโอนมรดกในพินัยกรรมได้
๒. กรณีพ่อได้เสียชีวิตแล้ว ทรัพย์มรดกย่อมตกได้แก่ทายาทตามที่กำหนดไว้ตามพินัยกรรม การที่ผู้จัดการมรดกจะจัดการมรดกเป็นประการอื่นใดได้ก็ต่อเมื่อปรากฏว่าลูกคนที่ ๓ และลูกคนที่ ๔ ได้สละมรดกในส่วนของตนโดยแสดงเจตนาสละมรดกเป็นหนังสือให้ไว้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ (ฝ่ายปกครอง) หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ตามมาตรา ๑๖๑๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ดินมรดกในส่วนของทายาทที่สละมรดกจะกลับมาเป็นกองมรดกของพ่อที่ตกได้แก่ทายาทโดยธรรมทุกคน ซึ่งผู้จัดการมรดกมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่จะนำมาแบ่งปันให้แก่ทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดกได้ ตามมาตรา ๑๗๑๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่หากลูกคนที่ ๔ มีสติปัญญาเทียบได้กับเด็กอายุ ๑๐ ปี จะสละมรดกได้ก็ต่อเมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องต่อศาลเพื่อมีคำสั่งให้ลูกคนที่ ๔ เป็นผู้ไร้ความสามารถและขอตั้งผู้อนุบาล หรือเป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถและขอตั้งผู้พิทักษ์ แล้วแต่กรณี เพื่อให้ลูกคนที่ ๔ ขอสละมรดกโดยได้รับความยินยอมจากผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ แล้วแต่กรณี และได้รับอนุมัติจากศาลแล้ว ตามมาตรา ๒๘ มาตรา ๓๒ และมาตรา ๑๖๑๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ถ้าคำตอบข้างต้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือต้องการทราบข้อมูลใดเพิ่มเติม ท่านสามารถแจ้งข้อเท็จจริงและสอบถามปัญหาเกี่ยวกับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมได้ที่สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน โทรศัพท์ ๐ ๒๑๔๑ ๕๗๖๓ – ๔