- หน้าแรก
- ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
- การขึ้นทะเบียน ใบ ส.ค.๑
ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
ขอความอนุเคราะห์ แนะนำเรื่องขั้นตอนการออกใบ ส.ค.๑ ด้วยค่ะ
๑,ก่อนจะได้รับใบ ส.ค.๑ มีขั้นตอนในการดำเนินการอย่างไร
๒,การขึ้นทะเบียนใบ ส.ค.๑ ต้องขึ้นทะเบียนก่อน หรือ หลังได้รับแล้ว
คือไม่เขัาใจค่ะ ขอกรุณาช่วยแนะนำดิฉันด้วยค่ะ
๑,ก่อนจะได้รับใบ ส.ค.๑ มีขั้นตอนในการดำเนินการอย่างไร
๒,การขึ้นทะเบียนใบ ส.ค.๑ ต้องขึ้นทะเบียนก่อน หรือ หลังได้รับแล้ว
คือไม่เขัาใจค่ะ ขอกรุณาช่วยแนะนำดิฉันด้วยค่ะ
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
ด้านบน
แผนผังเว็บไซต์
- บริการกรมที่ดิน
-
ความรู้เกี่ยวกับกรมที่ดิน
- กฎหมายน่ารู้
- การเผยแพร่กฎหมายตามมาตรา 77
- ความเป็นมาของการออกโฉนดที่ดิน
- การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
- ที่สาธารณประโยชน์
- การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน
- สารานุกรมที่ดิน
- ประมวลกฎหมายที่ดินรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
- ยุทธศาสตร์และแผนงาน
-
ข่าวกรมที่ดิน
-
ข่าวความเคลื่อนไหว
- ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
- ข่าวกองการเจ้าหน้าที่
- ข่าวรายงานการใช้จ่ายงบประมาณ
- ข่าวกรมที่ดิน
-
ข่าวความเคลื่อนไหว
0
false
false
false
MicrosoftInternetExplorer4
ส.ค.๑ คือ แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน ปัจจุบันตามกฎหมายไม่มีการรับแจ้ง ส.ค.๑ แล้ว ตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ. ๒๔๙๗ บัญญัติว่า
"ให้ผู้ที่ได้ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ
โดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน แจ้งการครอบครองที่ดินต่อนายอำเภอท้องที่
ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนด
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
การแจ้งการครอบครองตามความในมาตรานี้
ไม่ก่อให้เกิดสิทธิขึ้นใหม่แก่ผู้แจ้งแต่ประการใด"
ดังนั้น
ส.ค.๑ ไม่ใช่หนังสือแสดงสิทธิที่ดินเพราะไม่ใช่หลักฐานที่ทางราชการออกให้เพียงแต่เป็นการแจ้งการครอบครองที่ดินของราษฎรเท่านั้น
เพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่า ผู้แจ้ง ส.ค.๑ ได้ครอบครองที่ดินแปลงใดอยู่ที่ดินที่มี ส.ค.๑ ผู้ครอบครองจึงมีแต่สิทธิครอบครองซึ่งสามารถโอนกันได้เพียงแต่แสดงเจตนาสละการครอบครองและส่งมอบการถือครองที่ดินให้ผู้รับโอนเท่านั้น
และผู้ครอบครองที่ดินตามหลักฐาน ส.ค.๑ สามารถยื่นคำขอเพื่อพิสูจน์สิทธิในการออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้
๒ กรณี คือ
กรณีที่
๑ นำมาเป็นหลักฐานในการนำเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินตามโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน
กรณีที่
๒ นำมาเป็นหลักฐานในการยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย
ณ สำนักงานที่ดินในพื้นที่
องค์ประกอบของที่ดินที่จะนำมาแจ้งการครอบครอง (ส.ค. ๑) มีดังนี้
๑. ผู้แจ้งจะต้องได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินแล้ว
๒. การครอบครองและการทำประโยชน์
จะต้องมีมาก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ คือ ก่อนวันที่
๑ ธันวาคม ๒๔๙๗
๓. ที่ดินที่นำมาแจ้งนั้น จะต้องยังไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน
กล่าวคือ ยังไม่มีโฉนดที่ดิน โฉนดแผนที่ โฉนดตราจอง หรือตราจองที่ตราว่า
"ได้ทำประโยชน์แล้ว"
๔. การแจ้งจะต้องแจ้งภายในกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่
๑ ธันวาคม ๒๔๙๗ ถ้าไม่แจ้งถือว่าเจตนาสละสิทธิครอบครองที่ดิน เว้นแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะได้มีคำสั่งผ่อนผันให้เป็นการเฉพาะราย (ปัจจุบันไม่มีการผ่อนผันแล้ว)
Normal
0
false
false
false
MicrosoftInternetExplorer4
/* Style Definitions */
table.MsoNormalTable
{mso-style-name:ตารางปกติ;
mso-tstyle-rowband-size:0;
mso-tstyle-colband-size:0;
mso-style-noshow:yes;
mso-style-parent:"";
mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt;
mso-para-margin:0cm;
mso-para-margin-bottom:.0001pt;
mso-pagination:widow-orphan;
font-size:10.0pt;
font-family:"Times New Roman";
mso-bidi-font-family:"Times New Roman";
mso-ansi-language:#0400;
mso-fareast-language:#0400;
mso-bidi-language:#0400;}
วิธีการแจ้งการครอบครองที่ดิน
(ส.ค. ๑)
ระเบียบการแจ้งและรับแจ้งที่ดินที่มีผู้ครอบครองอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กำหนดวิธีการแจ้งและรับแจ้งการครอบครองที่ดินไว้ตามคำสั่งที่
๑๒๔๔/๒๔๙๗) ลงวันที่
๙ พฤศจิกายน ๒๔๙๗ ดังนี้
๑.
เมื่อได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินแล้วให้นายอำเภอ
หรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ รีบประกาศให้ผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินทราบว่า
มีหน้าที่แจ้งการครอบครองที่ดินต่อนายอำเภอท้องที่ภายในกำหนดเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ
๒. ให้นายอำเภอมอบแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (แบบ ส.ค.
๑) แก่กำนันเจ้าของท้องที่ประมาณจำนวนให้พอแก่การที่จะใช้
และให้นายอำเภอแนะนำกำนันให้รีบแจกแบบแจ้งแก่ผู้ได้ครอบครองที่ดินอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับโดยเร็ว
๓. แบบแจ้งการครอบครองที่ดินสำหรับที่ดินแปลงหนึ่ง
ให้ทำ ๑ ฉบับ มี ๒ ตอน ตอนที่ ๑ สำหรับเก็บไว้ที่อำเภอท้องที่
ตอนที่ ๒ สำหรับมอบคืนให้แก่ผู้แจ้งไปเป็นหลักฐาน การมอบคืนให้ผู้แจ้งหรือกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านลงลายมือชื่อรับไว้ในตอนที่
๑ มุมขวาล่างพร้อมด้วย วัน เดือน ปี
๔. ถ้าผู้ครอบครองที่ดินไม่ประสงค์จะไปยื่นแบบแจ้งการครอบครองที่ดินด้วยตนเองให้กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้รับแบบแจ้งการครอบครองที่ดินจากเจ้าของที่ดิน
แล้วรวบรวมส่งอำเภอเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่รับแจ้ง และคืนตอนที่ ๒ ให้แล้ว ให้กำนัน
ผู้ใหญ่บ้าน นำไปคืนผู้แจ้งโดยด่วน
๕. เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแบบแจ้งการครอบครองที่ดินแล้วให้ลงรับในช่องเลขที่โดยขึ้นเลขที่
๑ ในหมู่บ้านหนึ่งไปจนหมดหมู่บ้านนั้นแล้วจึงขึ้นเลขที่ ๑ ใหม่ และลงลายมือชื่อผู้รับ
พร้อมด้วย วัน เดือน ปี ถ้าเป็นที่ดินในเขตเทศบาลให้ขึ้นเลขที่ ๑ ในตำบลหนึ่งไปจนหมดตำบลนั้น
และให้นายอำเภอประทับตราประจำตำแหน่งประจำต่อรอยปรุตรงที่พิมพ์ไว้ว่า
"ประทับตรา"
ทั้งสองแห่ง
๖. ให้นายอำเภอทำทะเบียนการครอบครองที่ดินขึ้นไว้ตำบลละ
๑ เล่ม แบ่งหน้าออกเป็นหมู่บ้านตามจำนวนหมู่บ้านในตำบลนั้นๆ ให้พอสมควรกับจำนวนที่ดินในหมู่หนึ่งๆ
โดยคัดรายการจาก แบบ ส.ค.
๑ มาลงติดต่อกันไป เรียงลำดับจนหมดจำนวนที่รับแจ้งไว้ตามคำอธิบายการกรอกทะเบียนการครอบครองท้ายคำสั่งนี้
ทะเบียนนี้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ณ ที่ว่าการอำเภอ และให้คัดขึ้นอีกชุด ส่งไปยังกรมที่ดิน
๗.
ให้อำเภอทำสารบบเก็บใบแจ้งไว้เป็นรายตำบล โดยเก็บเรียงตามลำดับหมู่บ้าน
ตำบลหนึ่งให้แยกเก็บเล่มหนึ่ง ถ้าตำบลใดมีใบแจ้ง (ส.ค.๑) มากเกินสมควร
ก็ให้เพิ่มสารบบเล่มต่อไปได้ตามความจำเป็น แล้วเขียนที่ป้ายสันสารบบ บอก ชื่อตำบล และหมู่บ้านไว้ให้เรียบร้อย
Normal
0
false
false
false
MicrosoftInternetExplorer4
/* Style Definitions */
table.MsoNormalTable
{mso-style-name:ตารางปกติ;
mso-tstyle-rowband-size:0;
mso-tstyle-colband-size:0;
mso-style-noshow:yes;
mso-style-parent:"";
mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt;
mso-para-margin:0cm;
mso-para-margin-bottom:.0001pt;
mso-pagination:widow-orphan;
font-size:10.0pt;
font-family:"Times New Roman";
mso-bidi-font-family:"Times New Roman";
mso-ansi-language:#0400;
mso-fareast-language:#0400;
mso-bidi-language:#0400;}
๘.
ในกรณีที่มีผู้ขอแจ้งการครอบครองที่ดินภายหลังกำหนดตามกฎหมายให้นายอำเภอสอบสวนเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณา
เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นสมควรก็ให้มีคำสั่งผ่อนผันเป็นการเฉพาะราย แล้วจึงนำลงทะเบียนการครอบครองที่ดินต่อไป
๙. ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานว่าการแจ้งการครอบครองที่ดินดังกล่าวนั้น
มีการผิดพลาดคลาดเคลื่อน ให้นายอำเภอสอบสวนเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาสั่งการเช่นเดียวกันแล้วให้แก้ทะเบียนการครอบครองที่ดินตามกรณี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กำหนดวิธีการแจ้งการครอบครองที่ดินไว้ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย
ลงวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๗ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้
๑. ให้ผู้ครอบครองที่ดินแจ้งการครอบครองที่ดินต่อนายอำเภอท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ด้วยตนเอง
หรือ โดยผู้แทนตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน แบบ ส.ค. ๑ ท้ายประกาศนี้ โดยมีกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านรับรองข้อความว่าถูกต้องตามความจริง
๒. ให้ผู้ครอบครองที่ดินยื่นแบบแจ้งการครอบครองที่ดินแปลงละ
๑ ฉบับ (๒ ตอน)
๓. เมื่อนายอำเภอได้รับแจ้งการครอบครองที่ดิน ให้ลงเลขที่รับ
แล้วลงลายมือชื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับในแบบ ส.ค. ๑ ทั้ง ๒ ตอน และประทับตราประจำต่อ
แล้วมอบแบบแจ้ง ตอนที่ ๒ ให้แก่ผู้แจ้งไป
๔. การแจ้งการครอบครองที่ดิน
ให้แจ้งได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๔๙๘ เป็นอันหมดเขต
๕. เมื่อพ้นกำหนดเวลาแจ้งตามความในข้อ
๔. ปรากฏว่าผู้ใดมิได้แจ้งและตนมีเหตุสมควรอันจะขอผ่อนผันให้รับแจ้งการครอบครองให้ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอสอบสวนพยานและหลักฐาน
แล้วเสนอความเห็นไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อพิจารณาสั่งการ
กรณีตามคำถาม
การออกแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) มีขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น และเมื่อมีการแจ้งการครอบครองที่ดินแล้วนายอำเภอจะจัดทำทะเบียนการครอบครองที่ดินโดยคัดรายการจาก แบบ ส.ค. ๑ มาลงติดต่อกันไป
เรียงลำดับจนหมดจำนวนที่รับแจ้งไว้ โดยทะเบียนการครอบครองนี้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ณ ที่ว่าการอำเภอ
๑ ชุด และให้คัดขึ้นอีก ๑ ชุด ส่งไปยังกรมที่ดิน
................................................
/* Style Definitions */
table.MsoNormalTable
{mso-style-name:ตารางปกติ;
mso-tstyle-rowband-size:0;
mso-tstyle-colband-size:0;
mso-style-noshow:yes;
mso-style-parent:"";
mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt;
mso-para-margin:0cm;
mso-para-margin-bottom:.0001pt;
mso-pagination:widow-orphan;
font-size:10.0pt;
font-family:"Times New Roman";
mso-bidi-font-family:"Times New Roman";
mso-ansi-language:#0400;
mso-fareast-language:#0400;
mso-bidi-language:#0400;}
body {
background: #FFF;
}