ทางสาธารณะประโยชน์
Hot
5 ก.ค. 2557
เข้าชม 385
5 กรกฎาคม พ.ศ.2557
เรื่อง ทางสาธารณะประโยชน์ 2 เส้น
เรียน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และหัวหน้าช่างรังวัด
เนื่องจาก ประมาณ ปี 2554 ช่างรังวัด 2 ท่าน คือ 1. คุณสุรเชษฐ ได้ทำการรังวัดที่ดิน น.ส. 3 ก เลขที่ 46 ต.คลองวาฬ ออกเมื่อปี 2521 (หรือ 2522 ถ้าจำไม่ผิด) โดยได้จัดทำแผนที่ชี้ตำแหน่งที่ดินในระวางประเภทโฉนด หรือเปรียบเทียบกับใบระวางโฉนด โดยไม่ได้เปรียบเทียบกับระวางของ น.ส. 3 ก ที่ชื่อ ระวาง "ห้วยยาง" โดยเป็นกรณีพิพาทแย่งที่ดินรายหนึ่ง มีโจทก์จำเลย -- จำเลยไปบุกรุกที่ดินโดยแจ้งว่าเป็นของตนเอง เป็นที่ดินตกหล่นเมื่อครั้งมีโครงการเดินสำรวจออกโฉนด แต่โจทก์มีหลักฐานดีกว่า คือ เป็น น.ส. 3 ก ฉบับดังกล่าว โจทก์ก็นำเรื่องไปแจ้งความ จนเรื่องเข้าสู่ศาลและคดีเสร็จสิ้นแล้ว โดยช่างรังวัดคือ คุณสุรเชษฐได้จัดทำแผนที่และชี้หลักฐานพร้อมให้การในศาล ว่า "ระวางโฉนด" มี น.ส. 3 ก เลขที่ 46 อยู่ในระวางจริง และตรงกับตัวหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ที่ดินฝ่ายทะเบียน ชื่อคุณ พันธวิทย์ รับรองสำเนา โดยในหลักฐาน น.ส. 3 ก ฉบับสำนักงานที่ดิน ด้านทิศเหนือติดกับทางสาธารณะประโยชน์ ซึ่งปัจจุบันไม่มีแล้วเนื่องจากมีการออกโฉนดทับทางสาธารณะประโยชน์ และทับซ้อนกับที่ดินแปลงดังกล่าว (โจทก์เล่าให้ฟัง) 2. ในปีเดียวกัน ช่างรังวัดอีกท่านหนึ่ง คุณธีรนันท์ ซึ่งเป็นช่างรังวัดและเป็นหัวหน้าฝ่ายควบคุมและรักษาหลักฐานที่ดินด้วย ได้ไปทำการรังวัดที่ดินติดกันซึ่งเป็นโฉนดด้านในเป็นลักษณะที่ดินตาบอด แต่ช่างบอกว่าที่ดินโฉนดอีกแปลง (ที่ทับซ้อนกับ น.ส. 3 ก เลขที่ 46 ประมาณ 1 ไร่) ได้ทำการแบ่งแยก "หักแบ่งทางสาธารณะประโยชน์" แล้วแต่ยังไม่เสร็จ โดยลักษณะเหมือนผ่าเข้าไปในที่ดิน น.ส. 3 ก เดิม โดยปัจจุบันที่ดิน น.ส. 3 ก รูปร่างที่ดินต่างจากที่ดินที่ช่างท่านแรก คือ คุณสุรเชษฐ วัด แต่ประเด็นคือ ที่ดินบริเวณนั้นมีทางสาธารณประโยชน์ 2 เส้นทางที่สามารถเข้าไปในที่ดินตาบอดด้านใน 2 แปลงได้ คำถาม คือ ทางสาธารณะประโยชน์เส้นแรก ถูกโฉนดไม่ทราบว่าเป็นแปลงไหนทับ เพราะ คุณสุรเชษฐรังวัด น.ส. 3 ก ที่ถูกที่โฉนดทับสุดมุมด้านทิศเหนือโฉนดดังกล่าว หรือเข้ามุมกันพอดี แสดงว่าต้องถูกโฉนดอีกแปลงทับ คือ โฉนดที่ออกมาจาก น.ส. 3 เลขที่ 234 ต.คลองวาฬ ส่วนทางสาธารณะประโยชน์เส้นที่สอง เมื่อปี 2554 ช่างรังวัดคือ คุณธีรนันท์ บอกว่ายังไม่เสร็จ แต่ว่าเจ้าของที่ดินรายหนึ่งด้านในซึ่งเป็นที่ดินตาบอดเป็นโฉนด สัปดาห์ที่แล้วได้ไปขอใบระวางแผนที่มา เจ้าหน้าที่ที่ดินได้แจ้งว่า คำว่า "แบ่งหักเป็นทางสาธารณะประโยชน์" ก็คือ ทางสาธารณะประโยชน์ สามารถใช้เส้นทางนี้เข้าในที่ดินได้ แต่เจ้าของที่ดินไม่เชื่อ ยังเชื่อคำพูดของคุณธีรนันท์เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ว่า ทางยังแบ่งแยกไม่เสร็จ ก็คือ ไม่สำเร็จ และปัจจุบันโฉนดแปลงนี้ได้เปลี่ยนเจ้าของ ทำให้สับสนว่า ตกลง "แบ่งหักเป็นทางสาธารณะประโยชน์" ก็คือ ทางสาธารณะประโยชน์ที่ทำเสร็จแล้วหรือไม่?? เพราะต้องการจะไปโอนที่ดิน โฉนดลูกด้านในซึ่งคุณธีรนันท์เป็นผู้ทำการรังวัด แต่ถ้าไม่มีทางเข้า ก็จะมีปัญหาและไม่อยากโอน ที่นี้รอมาหลายปีแล้ว ตกลงว่าทางทั้งสองเส้น ทางไหนเข้าได้ และโฉนดที่ออกทับทางสาธารณะประโยชน์ ขอให้เจ้าของปัจจุบันเขาคืนเฉพาะทางที่ทับไปได้หรือไม่ แต่ไม่ทราบว่าเป็นแปลงไหนที่ทับทาง หรือว่าต้องส่งเรื่องไปที่สำนักแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (สบร.)
จึงเรียนมาเพื่อให้แก้ไขและตรวจสอบ
ด้วยความนับถือ
ชาวบ้านตาดำๆ
เรื่อง ทางสาธารณะประโยชน์ 2 เส้น
เรียน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และหัวหน้าช่างรังวัด
เนื่องจาก ประมาณ ปี 2554 ช่างรังวัด 2 ท่าน คือ 1. คุณสุรเชษฐ ได้ทำการรังวัดที่ดิน น.ส. 3 ก เลขที่ 46 ต.คลองวาฬ ออกเมื่อปี 2521 (หรือ 2522 ถ้าจำไม่ผิด) โดยได้จัดทำแผนที่ชี้ตำแหน่งที่ดินในระวางประเภทโฉนด หรือเปรียบเทียบกับใบระวางโฉนด โดยไม่ได้เปรียบเทียบกับระวางของ น.ส. 3 ก ที่ชื่อ ระวาง "ห้วยยาง" โดยเป็นกรณีพิพาทแย่งที่ดินรายหนึ่ง มีโจทก์จำเลย -- จำเลยไปบุกรุกที่ดินโดยแจ้งว่าเป็นของตนเอง เป็นที่ดินตกหล่นเมื่อครั้งมีโครงการเดินสำรวจออกโฉนด แต่โจทก์มีหลักฐานดีกว่า คือ เป็น น.ส. 3 ก ฉบับดังกล่าว โจทก์ก็นำเรื่องไปแจ้งความ จนเรื่องเข้าสู่ศาลและคดีเสร็จสิ้นแล้ว โดยช่างรังวัดคือ คุณสุรเชษฐได้จัดทำแผนที่และชี้หลักฐานพร้อมให้การในศาล ว่า "ระวางโฉนด" มี น.ส. 3 ก เลขที่ 46 อยู่ในระวางจริง และตรงกับตัวหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ที่ดินฝ่ายทะเบียน ชื่อคุณ พันธวิทย์ รับรองสำเนา โดยในหลักฐาน น.ส. 3 ก ฉบับสำนักงานที่ดิน ด้านทิศเหนือติดกับทางสาธารณะประโยชน์ ซึ่งปัจจุบันไม่มีแล้วเนื่องจากมีการออกโฉนดทับทางสาธารณะประโยชน์ และทับซ้อนกับที่ดินแปลงดังกล่าว (โจทก์เล่าให้ฟัง) 2. ในปีเดียวกัน ช่างรังวัดอีกท่านหนึ่ง คุณธีรนันท์ ซึ่งเป็นช่างรังวัดและเป็นหัวหน้าฝ่ายควบคุมและรักษาหลักฐานที่ดินด้วย ได้ไปทำการรังวัดที่ดินติดกันซึ่งเป็นโฉนดด้านในเป็นลักษณะที่ดินตาบอด แต่ช่างบอกว่าที่ดินโฉนดอีกแปลง (ที่ทับซ้อนกับ น.ส. 3 ก เลขที่ 46 ประมาณ 1 ไร่) ได้ทำการแบ่งแยก "หักแบ่งทางสาธารณะประโยชน์" แล้วแต่ยังไม่เสร็จ โดยลักษณะเหมือนผ่าเข้าไปในที่ดิน น.ส. 3 ก เดิม โดยปัจจุบันที่ดิน น.ส. 3 ก รูปร่างที่ดินต่างจากที่ดินที่ช่างท่านแรก คือ คุณสุรเชษฐ วัด แต่ประเด็นคือ ที่ดินบริเวณนั้นมีทางสาธารณประโยชน์ 2 เส้นทางที่สามารถเข้าไปในที่ดินตาบอดด้านใน 2 แปลงได้ คำถาม คือ ทางสาธารณะประโยชน์เส้นแรก ถูกโฉนดไม่ทราบว่าเป็นแปลงไหนทับ เพราะ คุณสุรเชษฐรังวัด น.ส. 3 ก ที่ถูกที่โฉนดทับสุดมุมด้านทิศเหนือโฉนดดังกล่าว หรือเข้ามุมกันพอดี แสดงว่าต้องถูกโฉนดอีกแปลงทับ คือ โฉนดที่ออกมาจาก น.ส. 3 เลขที่ 234 ต.คลองวาฬ ส่วนทางสาธารณะประโยชน์เส้นที่สอง เมื่อปี 2554 ช่างรังวัดคือ คุณธีรนันท์ บอกว่ายังไม่เสร็จ แต่ว่าเจ้าของที่ดินรายหนึ่งด้านในซึ่งเป็นที่ดินตาบอดเป็นโฉนด สัปดาห์ที่แล้วได้ไปขอใบระวางแผนที่มา เจ้าหน้าที่ที่ดินได้แจ้งว่า คำว่า "แบ่งหักเป็นทางสาธารณะประโยชน์" ก็คือ ทางสาธารณะประโยชน์ สามารถใช้เส้นทางนี้เข้าในที่ดินได้ แต่เจ้าของที่ดินไม่เชื่อ ยังเชื่อคำพูดของคุณธีรนันท์เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ว่า ทางยังแบ่งแยกไม่เสร็จ ก็คือ ไม่สำเร็จ และปัจจุบันโฉนดแปลงนี้ได้เปลี่ยนเจ้าของ ทำให้สับสนว่า ตกลง "แบ่งหักเป็นทางสาธารณะประโยชน์" ก็คือ ทางสาธารณะประโยชน์ที่ทำเสร็จแล้วหรือไม่?? เพราะต้องการจะไปโอนที่ดิน โฉนดลูกด้านในซึ่งคุณธีรนันท์เป็นผู้ทำการรังวัด แต่ถ้าไม่มีทางเข้า ก็จะมีปัญหาและไม่อยากโอน ที่นี้รอมาหลายปีแล้ว ตกลงว่าทางทั้งสองเส้น ทางไหนเข้าได้ และโฉนดที่ออกทับทางสาธารณะประโยชน์ ขอให้เจ้าของปัจจุบันเขาคืนเฉพาะทางที่ทับไปได้หรือไม่ แต่ไม่ทราบว่าเป็นแปลงไหนที่ทับทาง หรือว่าต้องส่งเรื่องไปที่สำนักแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (สบร.)
จึงเรียนมาเพื่อให้แก้ไขและตรวจสอบ
ด้วยความนับถือ
ชาวบ้านตาดำๆ
ความคิดเห็นที่ 1
เรื่องนี้สำนักงานที่่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ยังไม่ทราบตำแหน่งที่ผู้ตั้งคำถามร้องเรียน เรื่องทางสาธารณะประโยชน์ที่แน่นอนได้ จึงไม่สามารถตอบคำถามตามที่ตั้งคำถามมาได้ ดังนั้นเพื่อความชัดเจน ถูกต้อง ตรงตามความประสงค์ของผู้ตั้งคำถาม จึงให้ผู้ตั้งคำถาม (ชาวบ้านตาดำๆ) ติดต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ในวันและเวลาราชการต่อไป
8 ก.ค. 2557
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1