ขอออกโฉนด ด้วยเอกสาร สค1

Hot
วชิระ
16 ต.ค. 2557
เข้าชม 88

ขอออกโฉนด ด้วยเอกสาร สค1
เมื่อ3ปีที่แล้ว เคยไปติดต่อที่กรมที่ดิน จ.ราชบุรี

ทางกรมที่ดินแจ้งว่า ที่ดินตามเอกสารสค1 ไม่มีในระวางแผนที่ของกรมที่ดิน
ซึ่งในระวางแผนที่จะเป็นแม่น้ำ ทำให้ไม่สามารถออกโฉนดให้ได้

แต่ผมเข้าใจว่า ที่บริเวณนั้นเป็นที่งอกริมตลิ่ง เพราะปัจจุบันบ้านที่ปลูกมีอายุ มากกว่า 30ปี มีบ้านเลขที่ น้ำไฟ และตัวบ้านห่างจากแม่น้ำ 10-20 เมตร
ผมจะดำเนินการอย่างไรเพื่อขอออกโฉนดได้บ้างครับ ขอทราบขั้นตอนครับ

ต้องไปร้องต่อศาลปกครองหรือเปล่าครับ ขอบคุณสำหรับคำตอบครับ
ความคิดเห็นที่ 1
Normal
0


false
false
false








MicrosoftInternetExplorer4


                การขอออกโฉนดที่ดิน
ผู้ขอต้องมีสภาพบุคคล (บุคคลธรรมดา, นิติบุคคล)
มีการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน และเป็นที่ดินที่ไม่ต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดิน
ตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)
ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน ข้อ ๑๔

                   กรณีที่ดินของท่าน
หากมีการตรวจพิสูจน์ตำแหน่งที่ดินแล้วปรากฏว่า ที่ดินตามหลักฐาน ส.ค. ๑
เป็นตำแหน่งเดียวกันกับลำน้ำ ต้องพิจารณาว่าเป็นการแจ้ง ส.ค. ๑ ในแม่น้ำหรือไม่ หากเป็นการแจ้ง ส.ค. ๑ ในแม่น้ำ ถือเป็นการแจ้ง ส.ค.
๑ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากทับลำน้ำสาธารณประโยชน์

                  กรณีเป็นการแจ้ง ส.ค. ๑
ในที่ดินเดิม ต้องพิจารณาว่าเป็นที่พังลงน้ำหรือที่งอก

                   กรณีเป็นที่พังลงน้ำต้องดูข้อเท็จจริงว่า เจ้าของที่ดินมีการหวงกันในที่ดินดังกล่าวหรือไม่

                        กรณีมีการหวงกัน
ที่ดินดังกล่าวยังถือว่าเป็นของเจ้าของที่ดินสามารถขอออกโฉนดที่ดินได้

                        กรณีไม่มีการหวงกัน
ที่ดินดังกล่าวถือเป็นลำน้ำสาธารณประโยชน์และเป็นที่ดินต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดิน

                   กรณีการออกโฉนดที่งอกริมตลิ่ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๘
บัญญัติว่า “ที่ดินแปลงใดเกิดที่งอกริมตลิ่ง
ที่งอกย่อมเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่ดินแปลงนั้น” มีหลักเกณฑ์การออกโฉนดที่ดินที่งอกริมตลิ่ง
ดังนี้

                   ๑. ที่ดินที่จะออกโฉนดที่ดินที่งอกริมตลิ่งได้จะต้องเป็นที่งอกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติไม่ใช่เกิดจากการกระทำให้ตื้นเขินงอกขึ้น
เป็นอันพ้นจากการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินและอยู่ในลักษณะที่จะพึงออกโฉนดที่ดินได้

                   ๒. ที่งอกริมตลิ่งเจ้าของที่ดินที่เกิดที่งอกย่อมมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินอยู่แล้ว
จึงไม่ต้องแจ้งการครอบครองที่ดินก็ออกโฉนดที่ดินให้ได้
หากที่งอกที่เกิดจากที่ดินที่ไม่มีเจ้าของ ที่งอกนั้นย่อมไม่มีเจ้าของด้วยและตกเป็นของรัฐตามมาตรา
๒ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

                   ๓. การออกโฉนดที่ดินที่งอกริมตลิ่ง
ให้จังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการอย่างน้อย ๓ นาย
ออกไปตรวจสอบสภาพที่ดินว่าเป็นที่ดินที่ตื้นเขินตามธรรมชาติจนมีสภาพเป็นที่งอกตามมาตรา
๑๓๐๘ หรือไม่ อย่างไร

                   ๔. การออกโฉนดที่ดินที่งอกริมตลิ่ง
หากปรากฏที่งอกเป็นแถวเป็นแนวยาวติดต่อกันแล้ว
ให้จังหวัดสั่งเจ้าหน้าที่จัดการวางแนวเขตที่งอกนั้นไว้เพื่อตัดปัญหาเรื่องเขตที่ริมตลิ่งและเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ขอรายอื่นๆ
และให้อยู่ในดุลยพินิจของจังหวัดที่จะพิจารณาว่าที่ดินบริเวณนั้นสมควรจะมีการวางแนวเขตที่งอกริมตลิ่งหรือไม่
อย่างไร

Normal
0


false
false
false








MicrosoftInternetExplorer4


                 ๕. ที่งอกริมตลิ่งที่เกิดจากที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ
มีสภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทที่ดินรกร้างว่างเปล่า ตามมาตรา ๑๓๐๔ (๑)
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และยังไม่อาจถือได้ว่าเป็นป่าสงวนแห่งชาติจนกว่าจะได้ดำเนินการออกกฎกระทรวง
และปฏิบัติการอื่นตามที่พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ กำหนดไว้

                   ๖. ที่ดินที่งอกจากทางสาธารณประโยชน์
ย่อมเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามมาตรา
๑๓๐๔ (๒) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๓๙๓/๒๕๒๓
ซึ่งบุคคลใดจะมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินนั้นไม่ได้

                   ๗. กรณีที่งอกที่เกิดจากที่ดินรกร้างว่างเปล่า
การจะออกโฉนดที่ดินต้องเป็นไปตามมาตรา ๕๘, ๕๘ ทวิ, ๕๙ และ ๕๙ ทวิ

                   ดังนั้น
การที่จะพิจารณาว่าที่ดินของท่านสามารถออกโฉนดที่ดินได้หรือไม่ เพียงใด  จึงข้ออยู่กับข้อเท็จจริง

..............................................




/* Style Definitions */
table.MsoNormalTable
{mso-style-name:ตารางปกติ;
mso-tstyle-rowband-size:0;
mso-tstyle-colband-size:0;
mso-style-noshow:yes;
mso-style-parent:"";
mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt;
mso-para-margin:0cm;
mso-para-margin-bottom:.0001pt;
mso-pagination:widow-orphan;
font-size:10.0pt;
font-family:"Times New Roman";
mso-bidi-font-family:"Times New Roman";
mso-ansi-language:#0400;
mso-fareast-language:#0400;
mso-bidi-language:#0400;}




/* Style Definitions */
table.MsoNormalTable
{mso-style-name:ตารางปกติ;
mso-tstyle-rowband-size:0;
mso-tstyle-colband-size:0;
mso-style-noshow:yes;
mso-style-parent:"";
mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt;
mso-para-margin:0cm;
mso-para-margin-bottom:.0001pt;
mso-pagination:widow-orphan;
font-size:10.0pt;
font-family:"Times New Roman";
mso-bidi-font-family:"Times New Roman";
mso-ansi-language:#0400;
mso-fareast-language:#0400;
mso-bidi-language:#0400;}

body {
background: #FFF;
}
ตอบโดย: สำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญ
7 พ.ย. 2557
rss image

รองรับการใช้งานได้ดีบนบราวเซอร์ Google Chrome, Firefox, Safari, Microsoft Edge. © สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2567 - กรมที่ดิน

w3c html image w3c css image
ด้านบน