ตั้งสำนักปฏิบัติธรรม
8 พ.ย. 2557
เข้าชม 29
เนื่องจากมีพระภิกษุวัดโพธิ์ศรีแก้ว บ้านทุ่งโพธิ์ ตำบลหนองสนม อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ไปพำนักอยู่ที่ป่าช้าบ้านทุ่งโพธิ์ ซึ่งเป็นที่สาธารณประโยชน์ในการกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย มีความประสงค์ที่จะขอจัดตั้งเป็นสำนักปฏิบัติธรรม จะขอให้อนุญาตตั้งเป็นสำนักปฏิบัติธรรม ขึ้นในที่ดินสาธารณประโยชน์ (ป่าช้านบ้านทุ่งโพธิ์) แห่งนี้ได้หรือไม่ประการใด ขอรบกวนทางกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ได้ชี้แจงถึงระเบียบ ข้อกฎหมาย ข้อบังคับ เกี่ยวกับที่ดินของทางราชการให้ทราบด้วย
เดิมที่ดินแห่งนี้ (ป่าช้าบ้านทุ่งโพธิ์) เป็นที่ดินที่พ่อใหญ่อุ่น มณีวรรณ ชาวอุบล อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านทุ่งโพธิ์มีศรัทธาในพระป่า พระธุดงค์ กัมมัฏฐาน ได้สละที่ดินซึ่งเป็นที่นาของตนเองมีป่าไม้รกทึบ เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรมของพระป่า พระธุดงค์ สร้างเป็นที่พักสงฆ์มีศาลา กุฏิ แล้วนิมนต์หลวงปู่สีลา อิสฺสโร จากวัดป่าอิสรธรรม บ้านวาใหญ่ ต.วาใหญ่ อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร นิมนต์หลวงปู่อุ่น อุตฺตโม จากวัดอุดมรัตนาราม ต.อากาศ อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร ให้มาพำนักเป็นการชั่วคราวเพื่อโปรดชาวบ้านทุ่งโพธิ์ในเวลามีงานทำบุญ งานวันสำคัญทางศาสนา ที่ดินของพ่อใหญ่อุ่น ฯ จะอยู่ติดกับป่าช้า ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีการปักเขตที่สาธารณประโยชน์
ต่อมาพระครู............ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรีแก้ว และเจ้าคณะตำบลหนองสนม (มหานิกาย) กลัวว่าพระธรรมยุต พระป่า พระธุดงค์ จะเข้าไปยึดเอาสถานที่แห่งนั้นมาสร้างเป็นวัด จึงให้ผู้นำหมู่บ้านสำรวจและปักป้ายปักเขตเป็นที่สาธารณประโยชน์
เมื่อปี 2533-2534 มีพระธรรมยุต มาพักอยู่ที่เสนาสนะป่า ที่ป่าช้าแห่งนี้ ทำให้พระมหานิกาย ไม่พอใจ ไปปลุกระดมชาวบ้านหาว่า วัดหามบ้าน (วัดโพธิ์ศรีแก้วอยู่ทางตะวันออกของหมู่บ้านทุ่งโพธิ์ ส่วนป่าช้าแห่งนี้อยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน) จึงอยู่ในลักษณะที่วัดขนาบอยู่ 2 ข้างของหมู่บ้าน เหมือนกับวัดทั้งสองหาบหมู่บ้านเอาไว้ หาว่าเป็นลักษณะที่ไม่ถูกต้อง ไม่ดี ไม่งาม อะไรต่าง ๆ นานา ทำให้คุณแม่ใหญ่วัง ยันนี เสียสละที่ดินของตนเอง 6 ไร่ ให้สร้างเป็นวัดป่าทุ่งโพธิ์ ตอนนี้ เป็นวัดถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
ย้อนมาที่ป่าช้าสาธารณประโยชน์บ้านทุ่งโพธิ์ ขณะนี้มีพระจากวัดโพธิ์ศรีแก้วออกมาพำนักอยู่จำพรรษา 1 รูป มีการสร้างกุฏิ เสนาสนะ ต่าง ๆ ขึ้นในป่าช้าแห่งนี้ และอีกรูปมีแนวความคิดว่าอยากจะสร้างเป็นสำนักปฏิบัติธรรม
อาตมาจึงอยากจะถามว่า การสร้างเป็นสำนักปฏิบัติธรรม จะต้องมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินแห่งนี้หรือไม่ ซึ่งจะผิดกับการสร้างสถานีอนามัย สร้างโรงเรียน สถานพยาบาล ฯลฯ อย่างไร ? ขอศึกษาเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ระเบียบ บังคับ ข้อปฏิบัติเสียก่อน
จะเป็นการบุกรุกที่สาธารณประโยชน์หรือไม่? หากมีคนไปฟ้องต่อศาลปกครองให้ เทศบาลตำบลหนองสนม เป็นจำเลยที่ 1 นายอำเภอวานรนิวาส เป็นจำเลยที่ 2 ในฐานที่ไม่ห้ามปราม ไม่สั่งให้พระภิกษุออกจากที่สาธารณประโยชน์ เป็นการละเลยหน้าที่ ไม่เอาใจใส่ ไม่ดูแล ตามอำนาจหน้าที่ ? เรื่องนี้ต้องขอศึกษาดูข้อมูล ดูผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเสียก่อน
เดิมที่ดินแห่งนี้ (ป่าช้าบ้านทุ่งโพธิ์) เป็นที่ดินที่พ่อใหญ่อุ่น มณีวรรณ ชาวอุบล อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านทุ่งโพธิ์มีศรัทธาในพระป่า พระธุดงค์ กัมมัฏฐาน ได้สละที่ดินซึ่งเป็นที่นาของตนเองมีป่าไม้รกทึบ เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรมของพระป่า พระธุดงค์ สร้างเป็นที่พักสงฆ์มีศาลา กุฏิ แล้วนิมนต์หลวงปู่สีลา อิสฺสโร จากวัดป่าอิสรธรรม บ้านวาใหญ่ ต.วาใหญ่ อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร นิมนต์หลวงปู่อุ่น อุตฺตโม จากวัดอุดมรัตนาราม ต.อากาศ อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร ให้มาพำนักเป็นการชั่วคราวเพื่อโปรดชาวบ้านทุ่งโพธิ์ในเวลามีงานทำบุญ งานวันสำคัญทางศาสนา ที่ดินของพ่อใหญ่อุ่น ฯ จะอยู่ติดกับป่าช้า ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีการปักเขตที่สาธารณประโยชน์
ต่อมาพระครู............ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรีแก้ว และเจ้าคณะตำบลหนองสนม (มหานิกาย) กลัวว่าพระธรรมยุต พระป่า พระธุดงค์ จะเข้าไปยึดเอาสถานที่แห่งนั้นมาสร้างเป็นวัด จึงให้ผู้นำหมู่บ้านสำรวจและปักป้ายปักเขตเป็นที่สาธารณประโยชน์
เมื่อปี 2533-2534 มีพระธรรมยุต มาพักอยู่ที่เสนาสนะป่า ที่ป่าช้าแห่งนี้ ทำให้พระมหานิกาย ไม่พอใจ ไปปลุกระดมชาวบ้านหาว่า วัดหามบ้าน (วัดโพธิ์ศรีแก้วอยู่ทางตะวันออกของหมู่บ้านทุ่งโพธิ์ ส่วนป่าช้าแห่งนี้อยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน) จึงอยู่ในลักษณะที่วัดขนาบอยู่ 2 ข้างของหมู่บ้าน เหมือนกับวัดทั้งสองหาบหมู่บ้านเอาไว้ หาว่าเป็นลักษณะที่ไม่ถูกต้อง ไม่ดี ไม่งาม อะไรต่าง ๆ นานา ทำให้คุณแม่ใหญ่วัง ยันนี เสียสละที่ดินของตนเอง 6 ไร่ ให้สร้างเป็นวัดป่าทุ่งโพธิ์ ตอนนี้ เป็นวัดถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
ย้อนมาที่ป่าช้าสาธารณประโยชน์บ้านทุ่งโพธิ์ ขณะนี้มีพระจากวัดโพธิ์ศรีแก้วออกมาพำนักอยู่จำพรรษา 1 รูป มีการสร้างกุฏิ เสนาสนะ ต่าง ๆ ขึ้นในป่าช้าแห่งนี้ และอีกรูปมีแนวความคิดว่าอยากจะสร้างเป็นสำนักปฏิบัติธรรม
อาตมาจึงอยากจะถามว่า การสร้างเป็นสำนักปฏิบัติธรรม จะต้องมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินแห่งนี้หรือไม่ ซึ่งจะผิดกับการสร้างสถานีอนามัย สร้างโรงเรียน สถานพยาบาล ฯลฯ อย่างไร ? ขอศึกษาเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ระเบียบ บังคับ ข้อปฏิบัติเสียก่อน
จะเป็นการบุกรุกที่สาธารณประโยชน์หรือไม่? หากมีคนไปฟ้องต่อศาลปกครองให้ เทศบาลตำบลหนองสนม เป็นจำเลยที่ 1 นายอำเภอวานรนิวาส เป็นจำเลยที่ 2 ในฐานที่ไม่ห้ามปราม ไม่สั่งให้พระภิกษุออกจากที่สาธารณประโยชน์ เป็นการละเลยหน้าที่ ไม่เอาใจใส่ ไม่ดูแล ตามอำนาจหน้าที่ ? เรื่องนี้ต้องขอศึกษาดูข้อมูล ดูผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเสียก่อน
ความคิดเห็นที่ 1
ที่สาธารณประโยชน์ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ (๒) ถือว่าที่ดินดังกล่าวเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน บุคคลใดจะเข้าไปยืดถือ ครอบครองเป็นประโยชน์แต่เฉพาะตนมิได้ โดยมีนายอำเภอท้องที่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ร่วมกันในการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกัน ตามมาตรา ๑๒๒ แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ และรตะเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน พ.ศ. ๒๕๕๓ ดังนั้น ในข้อเท็จจริงดังกล่าวจะต้องพิจารณาก่อนว่าสำนักปฏฺบัติธรรมเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฏหมาย ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ หรือไม่ ซึ่งตามบทบัญญัติดังกล่าววัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ได้แก่ วัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาและสำนักสงฆ์ นอกจากนั้น เมื่อเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว จะต้องพิจาณาต่อไปว่าเป็นวัดที่ตั้งก่อนหรือหลังการเป็นที่สาธารณประโยชน์ หากเป็นวัดภายหลังการเป็นที่สาธรณประโยชน์ก็ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกเอกสารสิทธิได้ ส่วนกรณีการขอตั้งสำนักปฎิบัติธรรมนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ส่วนการขอใช้ประโยชน์ในที่ดินสาธารณประโยชน์ หากเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้วก็อาจให้จังหวัดหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ง ซึ่งเป็นทบวงการเมืองเป็นผู้ดำเนินการขอจัดหาผลประโยชน์ โดยการถอนสภาพที่ดินบริเวณดังกล่าว ตามมาตรา ๘ วรรคสอง (๑) และนำไปจัดหาผลประโยชน์ตามมาตรา ๑๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการถอนสภาพ การจัดขึ้นทะเบียน และการจัดหาผลประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๕๕๐
16 ธ.ค. 2557
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1