มารดาสัญชาติไทยทำนิติกรรมยกให้ห้องชุดแก่บุตรต่างด้าวได้หรือไม่อย่างไร?

Hot
เฉลิมเกียรติ
8 เม.ย. 2558
เข้าชม 186

1. กรณีมารดาสัญชาติไทย เจ้าของกรรมสิทธิ้ห้องชุดประสงค์จะทำนิติกรรมยกให้ห้องชุดแก่บุตรซึ่งเป็นคนต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 19 (1) นั้น จะต้องดำเนินการอย่างไร? เพื่อขอดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน ณ สำนักงานที่ดินที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ คนต่างด้าวดังกล่าวยังจะต้องนำเงินตราต่างประเทศเข้าในราชอาณาจักร หรือ ถอนเงินจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ หรือ ถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 19 (5) โดยต้องแสดงแบบธุรกรรมการโอนเงิน และ/หรือเบิกถอนเงิน และ/หรือ หนังสือรับรองการทำธุรกรรมจากธนาคารที่เกี่ยวข้องอีกหรือไม่?
2. ประเภทของนิติกรรมที่จะจดทะเบียนกับสำนักงานที่ดินนั้น จะเป็นนิติกรรมประเภทใด กล่าวคือ นิติกรรมการให้ หรือ ซื้อขาย ในกรณีที่เป็นนิติกรรมซื้อขาย ผู้ยื่นคำขอจะต้องชำระค่าธรรมเนียมและภาษีที่เกี่ยวข้อง (ค่าธรรมเนียมการโอน, ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา, ภาษีธุรกิจเฉพาะ, อากรแสตมป์) แล้วแต่กรณี ตามปกติใช่หรือไม่?
3. สำหรับกรณีดังกล่าวนั้นสามารถปรับใช้ข้อเท็จจริงตามข้อ 1. ข้างต้น กับข้อหารือเรื่อง ?การรับมรดกห้องชุดของคนต่างด้าว? (สารบบแฟ้มที่ 13....208) และตามบันทึก สมท. ที่ มท 0515.2/36 ลงวันที่ 30 มกราคม 2552 เรื่อง หารือแนวทางปฏิบัติในการรับโอนมรดกห้องชุดของคนต่างด้าวผู้ถือกรรมสิทธิ์รวม กับนิติกรรมประเภทของการรับให้ห้องชุดกับกรณีนี้ได้หรือไม่?
4. ในกรณีที่สำนักงานที่ดินรับจดทะเบียนเป็นนิติกรรมประเภทซื้อขายแล้ว แต่ตามข้อเท็จจริงเป็นการยกให้ห้องชุด (โดยเสน่หาไม่มีค่าตอบแทน เพราะผู้รับให้เป็นบุตรของผู้ให้) ระหว่างมารดาสัญชาติไทยกับบุตรซึ่งเป็นคนต่างด้าว บุตรซึ่งอยู่ในฐานะผู้ซื้อห้องชุดดังกล่าวจะต้องชำระเงินค่าซื้อขายเป็นเงินสด และ/หรือแคชเชียร์เช็ค และ/หรือ ดร๊าฟท์ ของธนาคาร ให้กับมารดาในวันจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินหรือไม่? ทั้งนี้ เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนและเพื่อให้สอดคล้องกับการจดทะเบียนนิติกรรมซื้อขายหรือไม่? หากภายหลังปรากฏว่ากรมสรรพากรมาตรวจสอบพบว่านิติกรรมการซื้อขายดังกล่าวนั้นมิได้มีการชำระเงินค่าซื้อขายกันจริงแล้ว อาจจะถูกตีความว่าเป็นนิติกรรมซื้อขายอำพรางนิติกรรมยกให้ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ยื่นขอจดทะเบียนอาจจะถูกประเมินภาษีใหม่ รวมทั้งต้องเสียเบี้ยปรับ-เงินเพิ่มในภายหลังอีกหรือไม่?
ความคิดเห็นที่ 1
๑. คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ตามมาตรา ๑๙ (๑)แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.๒๕๒๒ ฯ สามารถรับให้ห้องชุดได้โดยถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินอัตราร้อยละสี่สิบเก้าของเนื้อที่ของห้องชุดทั้งหมดในอาคารชุดนั้น และให้แสดงเอกสารดังต่อไปนี้

    ๑.๑ หนังสือเดินทางแสดงสัญชาติของคนต่างด้าว และใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (แบบ ตม.๑๑  ตม.๑๕ ตม.๑๖ และ ตม.๑๗ แบบใดแบบหนึ่ง) ซึ่งออกให้โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ

    ๑.๒ ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวซึ่งออกให้โดยสถานีตำรวจท้องที่ที่คนต่างด้าวมีภูมิลำเนาอยู่

๒.  การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามข้อ ๑ จดทะเบียนในประเภทให้

๓.  กรณีตามข้อ ๑ เป็นเรื่องการรับให้ห้องชุด จึงไม่สามารถนำข้อหารือเรื่องการรับมรดก  ห้องชุดของคนต่างด้าวมาปรับใช้กับกรณีนี้

๔. หากเป็นกรณีตามข้อเท็จจริงในข้อ ๑ ต้องจดทะเบียนประเภทรับให้

ท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Website ของกรมที่ดิน หัวข้อ “ความรู้เกี่ยวกับที่ดิน” หัวข้อย่อย “ข้อมูลที่ดินเกี่ยวกับคนต่างด้าว” ในเรื่อง “ระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุด ของคนต่างด้าว และนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๗” หรือสอบถามได้ที่สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน โทร  ๐ ๒๑๔๑ ๕๗๖๙ – ๗๐ 

 
ตอบโดย: สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน
23 มิ.ย. 2558
rss image

รองรับการใช้งานได้ดีบนบราวเซอร์ Google Chrome, Firefox, Safari, Microsoft Edge. © สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2567 - กรมที่ดิน

w3c html image w3c css image
ด้านบน