สค.1ทับที่ป่าไม้ และ นสล.
Hot
10 เม.ย. 2558
เข้าชม 201
กรณี มีการ พิพาท ใน สค.1 ต่อมา ศาลมีคำพิพากษาตามยอม และให้ จนท.รังวัด วัดเขตแดนเเป็นหลักฐาน ต่อมาที่ดินดังกล่าว ได้ยื่นขอออกโฉนด จนท.รังวัด ระบุ ทับที่ ป่าไม้ และ นสล. กรณีดังกล่าว สามารถเป็นไปได้หรือไม่ เพราะเหตุใด (ข้องใจว่า ทำไม ในขั้นตอนของศาล จีงไม่คัดค้าน มาคัดค้านตอนขอออกโฉนด)และหากทับจริง จะปฎิบัติอย่างไรต่อคำพิพากษาศาล
ความคิดเห็นที่ 1
กรณีตามข้อหารือ ส.ค.๑ เป็นหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน ซึ่งผู้แจ้งอ้างเป็นของตนเองไว้กับทางราชการ ส่วนข้อเท็จจริงที่ดินแปลงดังกล่าวจะเป็นสิทธิของผู้แจ้งอย่างแท้จริงหรือไม่ จะต้องมีการตรวจสอบพิสูจน์สิทธิในที่ดินตามพยานหลักฐานเสียก่อน (เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกา ที่ ๖๗๖/๒๕๐๙) ดังนั้น บางกรณีที่ดินตามหลักฐานดังกล่าวอาจเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตสงวนหรือหวงห้ามตามกฎหมาย เช่น เป็นที่สาธารณประโยชน์ หรืออยู่ในเขตป่าไม้ ฯลฯ ซึ่งในชั้นการพิจารณาของศาล หากปรากฏว่าประเด็นการพิจารณาเป็นการโต้แย้งสิทธิกันระหว่างเอกชนกับเอกชนโดยไม่มีประเด็นเกี่ยวกับสถานะตามกฎหมายของที่ดินว่า เป็นที่ดินของเอกชนหรือของรัฐ และศาลไม่ได้เรียกผู้มีอำนาจดูแลที่ดินของรัฐ เช่น นายอำเภอหรือองค์กรปกครองท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้มีอำนาจดูแลที่สาธารณประโยชน์ร่วมกัน เข้าร่วมในกระบวนการพิจารณา ประเด็นในการพิจารณาในคดีดังกล่าวก็จะไม่ได้พิจารณาไปถึงสถานะตามกฎหมายของที่ดินแปลงนั้น และคำพิพากษาตามยอมจะมีผลผูกพันเฉพาะคู่ความในคดีเท่านั้น ไม่มีผลถึงบุคคลภายนอก ต่อมาหากผู้มีสิทธิครอบครองที่ดิน ตาม ส.ค.๑ นำหลักฐานดังกล่าวมาขอออกโฉนดที่ดิน กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ บัญญัติว่า ที่ดินที่จะขอออกโฉนดที่ดินต้องเป็นที่ดินที่ผู้มีสิทธิในที่ดินได้ครอบครองและทำประโยชน์แล้ว และเป็นที่ดินที่สามารถออกโฉนดที่ดินได้ตามกฎหมาย แต่ห้ามไม่ให้ออกโฉนดที่ดินสำหรับ ที่ดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน (ทางน้ำ,ทางหลวง,ที่ชายตลิ่ง ฯลฯ) ที่เขา ที่ภูเขา พื้นที่ที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้ามตามมาตรา ๙ (๒) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ฯลฯ ดังนั้น จึงจำเป็นจะต้องมีการตรวจสอบและพิสูจน์สิทธิในที่ดินระหว่างเอกชนกับรัฐ ประกอบกับการแจ้งการครอบครองตามหลักฐาน ส.ค.๑ ไม่มีการลงระวางแผนที่ จึงเป็นไปได้ว่าที่บริเวณดังกล่าวอาจเป็นเขตป่าไม้ หรืออยู่ในที่ดิน น.ส.ล. และหากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักกฎหมาย กรมที่ดิน เบอร์โทรศัพท์. ๐ ๒๑๔๑ ๕๖๘๗
7 พ.ค. 2558
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1