- หน้าแรก
- ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
- ไม่เข้าใจ
ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
ผมมีที่ดิน 4 ไร่ 1 แปลง เป็นที่สีเหลี่ยมคางหมู(มีหลักเขต 4 อันปัก 4 มุม)เพิ่งทำการรังวัดไปเมื่อต้นปีนี้ ซึ่งตอนรังวัดเจ้าของที่ดินข้างเคียง (ซ้าย/ขวา) ก็มาเซ็นรับทราบเรียบร้อยแล้วไม่มีปัญหาอะไร ที่นี้ผมรังวัดใหม่อีกรอบคือ ผมต้องการแบ่งที่ดิน 4 ไร่ของผมนี้เป็น 2 แปลง คือเป็นแปลงละ 2 ไร่
ผมขอรบกวนสอบถามดังนี้ครับ
1. ต้องแจ้งให้เจ้าของที่ข้างเคียงที่รังวัดครั้งแรก (ซ้าย/ขวา)มารับทราบอีกหรือครับ
2. การรังวัดครั้งใหม่นี้ใช้หลักเขตกี่หลัก (ผมเข้าใจว่าใช้เพียง 2 หลัก) และปักตรงไหนบ้าง
ขอบคุณครับ
ผมขอรบกวนสอบถามดังนี้ครับ
1. ต้องแจ้งให้เจ้าของที่ข้างเคียงที่รังวัดครั้งแรก (ซ้าย/ขวา)มารับทราบอีกหรือครับ
2. การรังวัดครั้งใหม่นี้ใช้หลักเขตกี่หลัก (ผมเข้าใจว่าใช้เพียง 2 หลัก) และปักตรงไหนบ้าง
ขอบคุณครับ
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
ด้านบน
แผนผังเว็บไซต์
-
บริการกรมที่ดิน
- บริการประชาชน
- บริการช่างรังวัดเอกชน
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
- สถิติการให้บริการ
- คู่มือการให้บริการประชาชน
-
ความรู้เกี่ยวกับกรมที่ดิน
- กฎหมายน่ารู้
- การเผยแพร่กฎหมายตามมาตรา 77
- ความเป็นมาของการออกโฉนดที่ดิน
- การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
- ที่สาธารณประโยชน์
- การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน
- สารานุกรมที่ดิน
- ประมวลกฎหมายที่ดินรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
ตามที่ท่านสอบถามถึงการแบ่งแยกโฉนดที่ดินโดยโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวได้มีการรังวัดใหม่และข้างเคียงได้มาเซ็นรับรองแนวเขตไว้แล้ว ภายหลังท่านได้มาขอแบ่งแยกใหม่เป็น 2 แปลง แปลงละ 2 ไร่ และท่านต้องการทราบถึงการแจ้งข้างเคียง จำนวนหลักเขตทีต้องใช้และตำแหน่งที่จะปักหลักเขต นั้น ทางสำนักงานที่ดินจังหวัดสระแก้ว ฝ่ายรังวัด ขอตอบข้อสงสัยของท่านดังนี้
1. กรณีโฉนดที่ดิน มีการรังใหม่และมีหลักฐานแผนที่แล้ว หลักเขตเก่าอยู่ครบและเจ้าของที่ดินข้างเคียงได้มารับรองเขตไว้ครั้งหนึ่งแล้วไม่ต้องมีหนังสือข้างเคียงมาระวังชี้แนวเขตและลงชื่อรับรองเขตอีก (ด้านซ้ายและขวา)
2.การรังวัดแบ่งแยกครั้งนี้กรณีหลักเขตเก่าอยู่ครบและท่านแบ่งแยกเป็นเส้นตรงใช้หลักเขตที่ดิน 2 หลัก
3.การปักหลักเขตที่ดินแปลงที่จะแบ่งแยก
- ท่าแบ่งแยกทางแนวขวาง (ซ้าย/ขวา) จะต้องปักด้านซ้ายและขวา
- ท่านแบ่งแยกแนวตั้งจะต้องปักด้านเหนือและใต้
ขอขอบคุณในข้อสังเกตของท่านและหวังว่าจะได้รับข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาการทำงานของเจ้าหน้าที่ต่อไป