การทำผิดกฎหมาย ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์
Hot
3 ส.ค. 2558
เข้าชม 151
อ้างถึง : ที่ มท 0517.3/ ว.17301 กรมที่ดิน ลวท 2 กรกฎาคม 2551
เรื่อง : การดำเนินการตามพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่4) พ.ศ.2551
ด้วยตามประกาศ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดแบบสัญญาจะซื้อจะขายและสัญญาซื้อขายห้องชุด ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.๒๕๒๒ กำหนดให้ใช้ สัญญาซื้อขายอาคารชุด (อช.22) ตามแบบ ข้อ ๖. ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์
ค่าภาษีเงินได้ ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าอากรแสตมป์ ในการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด
ผู้จะขายเป็นผู้จ่าย ส่วนค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในห้องชุด ผู้จะซื้อและผู้จะขายออกค่าใช้จ่ายคนละครึ่งหนึ่ง
แต่โครงการคอนโดรีเจ้นท์ โฮม 27 ( บางซ่อน) โทร.02-5867680-2 กำหนดค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์และค่าอาการในการโอนกรรมสิทธิ์ ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3 % (33,000 ) ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ ประเมินของกรมที่ดิน 2 % ( 20,000 ) ให้ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระทั้งหมด โดยมีหลักฐานเงื่อนไขการซื้อขายประกอบโบชัวร์ และสัญญา เป็นหลักฐาน
ในประเด็นนี้ถือว่าโครงการสามารถทำได้ไหมครับ เนื่องจากขัดกับ สัญญาซื้อขายอาคารชุด (อช.22)
และผิดกฎหมาย ที่ สำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0517.3/ ว.17301 กรมที่ดิน ลวท 2 กรกฎาคม 2551
แต่เมื่อ โทร.02-1415802-4 สำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยคุณสาริณี แจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่นิติกร กับแจ้งว่าไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบได้ ทั้งที่ผมเป็นประชาชนมาแจ้งข้องมูลว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย ตามที่ กระทรวงมหาดไทยออกกฎหมายควคุมอาคารชุดมา ไม่ทราบว่าในฐานะประชนชนต้องทำอย่างไร ในเมื่อมีการกระทำผิดกฎหมายและแจ้งเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อทำการตรวจสอบแล้วได้รับคำตอนเช่นนี้ครับ
เรื่อง : การดำเนินการตามพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่4) พ.ศ.2551
ด้วยตามประกาศ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดแบบสัญญาจะซื้อจะขายและสัญญาซื้อขายห้องชุด ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.๒๕๒๒ กำหนดให้ใช้ สัญญาซื้อขายอาคารชุด (อช.22) ตามแบบ ข้อ ๖. ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์
ค่าภาษีเงินได้ ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าอากรแสตมป์ ในการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด
ผู้จะขายเป็นผู้จ่าย ส่วนค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในห้องชุด ผู้จะซื้อและผู้จะขายออกค่าใช้จ่ายคนละครึ่งหนึ่ง
แต่โครงการคอนโดรีเจ้นท์ โฮม 27 ( บางซ่อน) โทร.02-5867680-2 กำหนดค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์และค่าอาการในการโอนกรรมสิทธิ์ ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3 % (33,000 ) ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ ประเมินของกรมที่ดิน 2 % ( 20,000 ) ให้ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระทั้งหมด โดยมีหลักฐานเงื่อนไขการซื้อขายประกอบโบชัวร์ และสัญญา เป็นหลักฐาน
ในประเด็นนี้ถือว่าโครงการสามารถทำได้ไหมครับ เนื่องจากขัดกับ สัญญาซื้อขายอาคารชุด (อช.22)
และผิดกฎหมาย ที่ สำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0517.3/ ว.17301 กรมที่ดิน ลวท 2 กรกฎาคม 2551
แต่เมื่อ โทร.02-1415802-4 สำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยคุณสาริณี แจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่นิติกร กับแจ้งว่าไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบได้ ทั้งที่ผมเป็นประชาชนมาแจ้งข้องมูลว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย ตามที่ กระทรวงมหาดไทยออกกฎหมายควคุมอาคารชุดมา ไม่ทราบว่าในฐานะประชนชนต้องทำอย่างไร ในเมื่อมีการกระทำผิดกฎหมายและแจ้งเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อทำการตรวจสอบแล้วได้รับคำตอนเช่นนี้ครับ
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551
มาตรา 6/2 วรรคหนึ่ง กำหนดให้ สัญญาจะซื้อจะขาย
หรือสัญญาซื้อขายห้องชุดระหว่างผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน
และอาคารตามมาตรา 6 กับผู้จะซื้อหรือผู้ซื้อห้องชุด
ต้องทำตามแบบสัญญาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
วรรคสอง กำหนดให้ สัญญาจะซื้อจะขายหรือสัญญา
ซื้อขายห้องชุดตามวรรคหนึ่งส่วนใด มิได้ทำตามแบบ
สัญญาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดและไม่เป็นธรรมต่อ
ผู้จะซื้อหรือผู้ซื้อห้องชุด สัญญาส่วนนั้นไม่มีผลใช้บังคับ
และมาตรา 63 กำหนดให้ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 6/2 จะต้อง
ระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท โดยประกาศ
กระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดแบบสัญญา
จะซื้อจะขายและสัญญาซื้อขายห้องชุดตามพระราช
บัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 ข้อ 1 กำหนดให้ สัญญา
จะซื้อจะขายห้องชุดระหว่างผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน
และอาคารกับผู้จะซื้อห้องชุด ให้เป็นไปตาม
แบบ อ.ช.22 ซึ่งตาม แบบ อ.ช.22 ข้อ 6 กำหนด
เรื่อง ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์
ค่าภาษีเงินได้ ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าอากร
แสตมป์ ในการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดผู้จะขายเป็น
ผู้จ่ายส่วนค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิ
และนิติกรรมในห้องชุด ผู้จะซื้อและผู้จะขายออกค่าใช้
จ่ายคนละครึ่งหนึ่ง ดังนั้น สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด
ต้องใช้ตามแบบ อ.ช.22 หากสัญญาดังกล่าวมีข้อความ
ที่ไม่เป็นไปตามแบบย่อมไม่มีผลบังคับ โดยผู้จะซื้อ
ซึ่งเป็นผู้ได้รับความเสียหายสามารถแจ้งความร้อง
ทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย
หรือแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดิน
ท้องที่ที่อาคารชุดตั้งอยู่ เพื่อให้พิจารณาดำเนินการ
ตามกฎหมายได้