ต้องการซื้อขายที่ดินกรรมสิทธิรวม และมีชื่อผู้ตายอยู่ด้วยจะต้องปฏิบัติอย่างไรจะซื้อขายได้
Hot
16 ส.ค. 2558
เข้าชม 587
มีที่ดินพร้อมบ้าน เป็นโฉนดอยู่กลางเมือง มีรายชื่อหลายคนซึ่งเป็นพ่อแม่ พี่น้องท้องเดียวกันทั้งหมด ถ้าต้องการขาย มีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้การซื้อขายสำเร็จบริบูรณ์ได้
กรณีมีชื่อบิดารมารดา แต่ได้เสียชีวิตไปแล้ว อยู่ในโฉนดที่ดินแปลงนี้ จะต้องดำเนินการอย่างไร จะต้องนำเอกสารการตาย ใบมรณะบัตรของบิดา มารดามาด้วยในวันทำสัญญาซื้อขาย หรือจะต้องมาดำเนินการเอาชื่อออกก่อนวันซื้อขาย
กรณีที่สอง จะต้องมีหลักฐานการยินยอมของผู้ที่มีชื่อในโฉนดแปลงที่จะซื้อขายมาแสดงด้วยหรือไม่ (กรณีตกลงมีการซื้อขายกันแล้ว แต่มีบางคนไม่ยอมขาย มีแบบฟอร์มดังกล่าวหรือไม่ จะได้ทำก่อนที่จะมีการซื้อขาย) หลักฐานที่ว่านี้เรียกว่าหนังยืนยันการขาย จะต้องระบุรายละเอียดอย่างไร หรือไม่ซึ่งจะมีผลผูกมัดผู้ทำหนังสือจะต้องขาย
กรณีที่สาม ถ้ามีผู้มีกรรมสิทธิ์ร่วมบางคนขาย และบางคนไม่ขาย คนที่จะขายจะดำเนินการแบ่งแยกโฉนด จะต้องทำอย่างไร ใช้ระยะเวลาในการแบ่งแยก ค่าใช้จ่าย และทุกคนจะต้องยินยอมด้วยหรือไม่ ขอคำแนะนำด้วย
หมายเหตุ ที่ดินแปลงนี้ต้องการขาย แต่ผู้มีกรรมสิทธิ์ร่วมแบ่งเป็นสองพวก ขายกับไม่ขาย จะมีวิธีการอย่างไร สำหรับผู้ที่จะต้องการขาย คนที่ไม่อยากขายอยู่อาศัยในที่ดินแปลงดังกล่าว จัดสรรผลประโยชน์จากที่ดินแปลงนี้โดยให้เช่า โดยไม่แบ่งรายได้ที่ได้แก่ ผู้มีกรรมสิทธิ์คนอื่น ขอคำแนะนำด้วย ขอบคุณครับ และหวังว่าคำถามทั้งหมดนี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับ ผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินและ ต้องการขาย หรือแบ่งผลประโยชน์แต่ ติดเงื่อนไข หลักกฎหมายที่ดิน หรือกฏหมายอื่นด้วย แม้จะมีสิทธิ์ก็ตาม ขอบคุณท่านผู้ตอบของกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยมา ณ ที่นี้ด้วย
กรณีมีชื่อบิดารมารดา แต่ได้เสียชีวิตไปแล้ว อยู่ในโฉนดที่ดินแปลงนี้ จะต้องดำเนินการอย่างไร จะต้องนำเอกสารการตาย ใบมรณะบัตรของบิดา มารดามาด้วยในวันทำสัญญาซื้อขาย หรือจะต้องมาดำเนินการเอาชื่อออกก่อนวันซื้อขาย
กรณีที่สอง จะต้องมีหลักฐานการยินยอมของผู้ที่มีชื่อในโฉนดแปลงที่จะซื้อขายมาแสดงด้วยหรือไม่ (กรณีตกลงมีการซื้อขายกันแล้ว แต่มีบางคนไม่ยอมขาย มีแบบฟอร์มดังกล่าวหรือไม่ จะได้ทำก่อนที่จะมีการซื้อขาย) หลักฐานที่ว่านี้เรียกว่าหนังยืนยันการขาย จะต้องระบุรายละเอียดอย่างไร หรือไม่ซึ่งจะมีผลผูกมัดผู้ทำหนังสือจะต้องขาย
กรณีที่สาม ถ้ามีผู้มีกรรมสิทธิ์ร่วมบางคนขาย และบางคนไม่ขาย คนที่จะขายจะดำเนินการแบ่งแยกโฉนด จะต้องทำอย่างไร ใช้ระยะเวลาในการแบ่งแยก ค่าใช้จ่าย และทุกคนจะต้องยินยอมด้วยหรือไม่ ขอคำแนะนำด้วย
หมายเหตุ ที่ดินแปลงนี้ต้องการขาย แต่ผู้มีกรรมสิทธิ์ร่วมแบ่งเป็นสองพวก ขายกับไม่ขาย จะมีวิธีการอย่างไร สำหรับผู้ที่จะต้องการขาย คนที่ไม่อยากขายอยู่อาศัยในที่ดินแปลงดังกล่าว จัดสรรผลประโยชน์จากที่ดินแปลงนี้โดยให้เช่า โดยไม่แบ่งรายได้ที่ได้แก่ ผู้มีกรรมสิทธิ์คนอื่น ขอคำแนะนำด้วย ขอบคุณครับ และหวังว่าคำถามทั้งหมดนี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับ ผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินและ ต้องการขาย หรือแบ่งผลประโยชน์แต่ ติดเงื่อนไข หลักกฎหมายที่ดิน หรือกฏหมายอื่นด้วย แม้จะมีสิทธิ์ก็ตาม ขอบคุณท่านผู้ตอบของกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยมา ณ ที่นี้ด้วย
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
body {
background: #FFF;
}
-ประกาศรับมรดกตามมาตรา 81 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยผู้ขอซึ่ีงเป็นทายาทจะต้องนำหลักฐานการตายและเอกสารของทายาทต่างๆ เช่น ใบมรณะบัตรของเจ้ามรดก สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของทายาททุกคน หลักฐานการตายของบิดามารดาเจ้ามรดก(กรณีเสียชีวิตก่อนเจ้ามรดก) เป็นต้น มายื่นคำขอโอนมรดก ณ สำนักงานที่ดินฯ โดยประกาศมีกำหนด 30 วัน จึงจะสามารถจดทะเบียนโอนมรดกให้กับทายาทต่อไปได้
-ขอรับมรดกตามมาตรา 82 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยตั้งผู้จัดการมรดก หรือตั้งผู้จัดการมรดกอย่างเดียวก็ได้เพื่อจัดการกองมรดกดังกล่าว โดยติดต่อที่ศาลโดยตรง
2.กรณีที่ผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมบางคนมีความประสงค์อยากขาย บางคนไม่ประสงค์ขาย มีแนวทางดังนี้
-แบ่งแยกโฉนดที่ดินแล้วขาย(ต้องดำเนินการในข้อ 1 ก่อน) โดยโฉนดที่ดินใหม่ ใช้จดทะเบียนโอนขายให้กับผู้ซื้อต่อไป ระยะเวลาแบ่งแยกโฉนดประมาณสามเดือน (ช้าหรือเร็วกว่านี้แล้วแต่กรณี)
-โอนขายที่ดินเฉพาะส่วนแล้วแบ่งแยกโฉนดในภายหลัง ขายเฉพาะส่วนของผู้มีความประสงค์ต้องการขาย สามารถขายเฉพาะส่วนโดยนำโฉนดที่ดินไปด้วยโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมคนอื่นแต่อย่างใด หลักจากนั้นจึงดำเนินการแบ่งแยกโฉนดในภายหลังได้
3.ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินดังกล่าว(และผู้จัดการมรดก) ต้องมายื่นคำขอด้วยตัวเอง หรือทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนก็ได้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ขอเรียนว่าคำถามมีหลายประเด็น และแนวทางดำเนินการมีหลายวิธี จึงขอให้ทางผู้ขอสอบถามข้อมูลด้วยตนเองที่สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ในวันและเวลาราชการ เพื่อให้คำแนะนำอีกครั้งหนึ่ง