ผู้ใหญ่บ้าน ฟ้อง ขับไล่ ละเมิด บุกรุก

Hot
สมชาย เนียมหวาน
30 มิ.ย. 2559
เข้าชม 129

เนื่องจาก กลุ่มชาวบ้านหนองตะเคียน ฝั่งตะวันตก บ้านเขางามจำนวน 9 ครัวเรือน ของร้องเรียนขอความเป็นธรรมในการออกเอกสารที่ดินสาธารณะหนองตะเคียนบ้านเขางาม ซึ่งเป็นการออกโดยไม่เป็นธรรม กลุ่มผู้ร้องได้รับผลกระทบเสียสิทธิในที่ดินทำกินของตนเองที่ได้ใช้ที่ดินติดกับหนองน้ำสาธารณะหนองตะเคียนมาเป็นเวลายาวนาน บางคนได้รับที่มาจากรุ่น ปู่ ย่า ตา ยาย อาศัยอยู่ที่ในที่ดินดังกล่าวมาเป็นเวลาเกือบ 100 ปี บางคนซื้อที่และเข้าทำกินปลูกบ้านอาศัยอยู่กันมารวมเวลาเกือบ 50 ปี โดยที่ไม่มีการบุกรุกลงไปในบริเวณหนองน้ำดังกล่าว แต่เมื่อครั้งในช่วง ปี พ.ศ. 2530 -2535 ผู้ใหญ่บ้านในครานั้นได้นำเจ้าหน้าที่ ที่ดินเข้ามาสำรวจและปักหมุดรังวัดที่ดินหนองตะเคียนในลักษณะ สี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดความกว้าง 65 ไร่ โดยประมาณ โดยที่ชาวบ้านข้างเคียงไม่ได้ยินยอมและรับทราบเป็นลายลักษณ์อักษรแต่อย่างใดไม่ จึงไม่มีใครคัดค้านในการรังวัดหนองตะเคียนในคราวนั้น และยังคงอาศัยที่ดินริมหนองตะเคียนดังกล่าวทำเกษตร ปลูกที่อยู่อาศัย ทำมาหากินมาจนกระทั่งทุกวันนี้
ปัจจุบันหนองน้ำตื้นเขิน แปรสภาพเป็นอ่างเก็บน้ำ 3 อ่าง และเป็นถนนใช้สัญจรของชาวบ้านในหมู่บ้าน ขณะเดียวกันนี้ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 บ้านเขางาม ต้องการใช้ประโยชน์จากหนองน้ำดังกล่าวเพื่อรองรับการพัฒนาแหล่งน้ำได้ประชุมชาวบ้านและขอเดินสำรวจแนวเขตหนองน้ำดังกล่าว ซึ่งมีการสำรวจแนวเขตขึ้นมาจากหนองน้ำรุกมาบนที่ทำกินของกลุ่มชาวบ้านหนองตะเคียน ฝั่งตะวันตก ที่ซึ่งชาวบ้านได้ปลูกบ้านอาศัยมาแต่ครั้งบรรพบุรุษเก่าก่อนและยังเป็นที่ทำกินของชาวบ้าน ซึ่งเป็นเหตุให้ชาวบ้านมีความกังวลในการกระทำของเจ้าหน้าทีและคำพูดของผู้ใหญ่บ้านที่พูดข่มขู่อยู่ตลอดว่า ?ถ้ารังวัดผ่านที่ใครก็จะใช้ รถแบ็คโค เข้าไปขุด ผ่านบ้านใครบ้านนั้นก็ต้องพังรื้อถอนออกทันที? ชาวบ้านกังวลใจกับคำพูดดังกล่าวของผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 บ้านเขางามเป็นอย่างมาก เพราะเห็นแล้ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการสำรวจรังวัดที่ดินหนองตะเคียนในครั้งนี้ ซึ่งการรังวัดหนองน้ำไม่ได้เดินสำรวจไปตามสภาพหนองน้ำจริงๆ เพราะในส่วนบริเวณที่น้ำท่วมถึงในอดีต ซึ่งเป็นหนองน้ำ
กลับกลายที่เป็นที่ดินที่สามารถออกเอกสารสิทธิโฉนด นส.๔ หรือ นส.3 ก ได้ แต่ในส่วนของกลุ่มชาวบ้านหนอง
ตะเคียน ฝั่งตะวันตก สภาพพื้นที่เป็นตลิ่งสูงกว่าพื้นน้ำท่วมถึงและเป็นที่ตั้งของบ้าน สวนยาง สวนปาล์ม กลับต้องมาเป็นที่ซึ่งถูกรังวัดเป็นพื้นที่หนองน้ำสาธารณะประโยชน์ในครั้งนี้
ข้อกังวลและร้องขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ คือ
1. กลุ่มชาวบ้านกลัวและกังวล ว่า ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 บ้านเขางาม จะเข้าดำเนินการขุดที่ดินและรื้อถอนบ้านตามคำขู่ที่ได้พูดไว้ ทั้งที่ในกลุ่มชาวบ้าน มีทั้งคนป่วยโรคเครียด ผู้ป่วยทางจิต คนพิการ คนชรา ซึ่งขาดหลักธรรมมาภิบาลในการปกครอง
2. กลุ่มชาวบ้านต้องการขอความเป็นธรรมในการสำรวจรังวัดที่หนองน้ำให้เป็นไปตามสภาพพื้นที่หนองน้ำจริงๆ หรือที่ซึ่งเคยมีน้ำท่วมถึงระดับสูงสุดของหนองน้ำ
3. ลักษณะการรังวัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าของขอบเขตหนองน้ำหนองตะเคียนมีความไม่โปร่งใส อาจทำโดยเพื่อประโยชน์ยังผู้หนึ่งผู้ใด
4. เจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายปกครองท้องที่ระดับหมู่บ้าน ตำบล และ ระดับอำเภอ เจ้าหน้าที่รังวัดอำเภอ ไม่ให้ความสนใจในปัญหาที่เกิดขึ้น
5. กลุ่มชาวบ้านต้องการให้เจ้าที่ที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานกลางเข้าสำรวจพื้นที่หนองน้ำหนองตะเคียนในพื้นที่จริงไม่ใช่แค่นั่งดูจากแผนที่
6. กลุ่มชาวบ้านขอระงับการกระทำใดๆที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินบนที่ดินที่ชาวบ้านใช้เป็นทีอยู่อาศัยและที่ดินทำกินดังกล่าว
7. ปัจจุบันผู้ใหญ่บ้าน ดำเนินการฟ้องร้อง ต่อศาล ขับไล่ ละเมิด เรียกค่าเสียหาย ว่าชาวบ้านบุกรุก ชาวบ้านไม่มีเงินในการต่อสู้คดี รับหมายศาลวันที่ 18 มิถุนายน 2559 แก้ต่างภายใน 15 วัน ศาลนัดพิจารณาคดี วันที่ 1 สิงหาคม 2559 ชาวบ้านไร้ที่พึ่ง ไม่มีเงินสู้คดี
ขอความกรุณาแนะนำให้ความเป็นธรรมแก่ชาวบ้านด้วย จักของคุณยิ่ง
โทร. 083 5046360 สมชาย เนียมหวาน ตัวแทนกลุ่มชาวบ้าน
ความคิดเห็นที่ 1
ที่ดินสาธารณประโยชน์ หมายถึง ที่ดินอันเป็ฯสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ (๒) ไม่ว่าเป็ฯโดยสภาพธรรมชาติ โดยการใช้ร่วมกันของประชาชน โดยทางนิติกรรมหรือโดยผลของกำหมาย เช่น ที่ชายตลิ่ง ที่ป่าช้า ทางบก ทางน้ำ ทางหลวง ทะเลสาบ เป็นต้น และอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน เป็ฯอำนาจหน้าที่ของนายอำเภอร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามมาตรา ๑๑๒ แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งรวมกับถึงการระวังชี้และรับรองแนวเขตที่สาธารณประโยชน์ด้วย
ตามกฎหมายที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่น ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน การเข้าไปยึดถือครอบครอง กีดขวาง หรือการกระทำใดๆ อันเป็ฯการทำลายทำให้เมื่อมสภาพหรือเป็นอันตรายในที่สาธารณประโยชน์โดยไมชอบด้วยระเบียบและกฎหมายที่กำหนดไว้ไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามาตรา ๑๐๘,๑๐๘ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน อย่างไรก็ตาม เมื่อร้องเรียนได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีทางศาลแล้ว ซึ่งจะเป็นกระบวนการที่จะดำเนินการให้ความเป็นธรรมแก่คู่กรณีทั้งฝ่ายสำหรับกรณีที่ท่านประสงค์จะขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับคดีหรือคำแนะนำ ท่านสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากสำนักงานคุ้มครองสิทธฺ และช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี สำนักงานอัยการจังหวัดที่ท่านอยู่  
ตอบโดย: สำนักงานเลขานุการกรม
11 ก.ค. 2559
rss image

รองรับการใช้งานได้ดีบนบราวเซอร์ Google Chrome, Firefox, Safari, Microsoft Edge. © สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2567 - กรมที่ดิน

w3c html image w3c css image
ด้านบน