กำแพงรั้วโครงการ ระบบบำบัดน้ำเสีย และที่ดินภาระจำยอม
Hot
3 ต.ค. 2559
เข้าชม 264
นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลฯ เมื่อประมาณต้นปี 2555 ขณะนี่อยู่ระหว่างเจรจารับมอบสาธารณูปโภคจากผู้จัดสรรที่ดิน จึงใคร่ขอสอบถามประเด็นดังต่อไปนี้
1. กำแพงรั้วของแปลงที่ดินจัดสรร มีบางส่วนที่เป็นรั้วของโครงการและติดกับคลองหรือลำรางสาธารณะที่พาดผ่านหมู่บ้านจัดสรร ส่วนของกำแพงรั้วดังกล่าวที่อยู่ระดับใต้ดินและทำหน้าที่เสมือนผนังเขื่อนกันดินจากแปลงที่ดินจัดสรร เคลื่อนตัวออกไปสู่คลองด้านนอกแปลงที่ดิน ส่วนของกำแพงรั้วที่อยู่ใต้ดินดังกล่าว ถือว่าเป็นสาธารณูปโภคส่วนกลางหรือทรัพย์ส่วนบุคคล
2. กรณีที่ผู้จัดสรรที่ดินได้ทำการออกแบบติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียรวมให้กับโครงการหมู่บ้านจัดสรร ผู้จัดสรรที่ดินควรเป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมดูแลคุณภาพน้ำที่ผ่านการบำบัดจากระบบน้ำเสียรวมดังกล่าว ให้ได้ค่ามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดก่อนปล่อยลงสู่ทางน้ำสาธารณะ ก่อนการส่งมอบให้กับนิติบุคคลฯ หรือไม่
3. กรณีผู้จัดสรรที่ดินเป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์แปลงที่ดินที่เป็นสาธารณูปโภคส่วนกลางและจดทะเบียนเป็นที่ดินภาระจำยอม โดยที่ดินภาระจำยอมแปลงดังกล่าวมีบางส่วนเป็นถนนและบางส่วนเป็นพื้นที่สีเขียว เช่น สวนหย่อม แปลงไม้พุ่ม สนามหญ้า เป็นต้น ในกรณีนี้ ผู้จัดสรรที่ดิน สามารถนำที่ดินภาระจำยอมบางส่วนที่เป็นพื้นที่สีเขียว ไปพัฒนาเป็นสิ่งปลูกสร้างเชิงพาณิชย์ได้หรือไม่
1. กำแพงรั้วของแปลงที่ดินจัดสรร มีบางส่วนที่เป็นรั้วของโครงการและติดกับคลองหรือลำรางสาธารณะที่พาดผ่านหมู่บ้านจัดสรร ส่วนของกำแพงรั้วดังกล่าวที่อยู่ระดับใต้ดินและทำหน้าที่เสมือนผนังเขื่อนกันดินจากแปลงที่ดินจัดสรร เคลื่อนตัวออกไปสู่คลองด้านนอกแปลงที่ดิน ส่วนของกำแพงรั้วที่อยู่ใต้ดินดังกล่าว ถือว่าเป็นสาธารณูปโภคส่วนกลางหรือทรัพย์ส่วนบุคคล
2. กรณีที่ผู้จัดสรรที่ดินได้ทำการออกแบบติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียรวมให้กับโครงการหมู่บ้านจัดสรร ผู้จัดสรรที่ดินควรเป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมดูแลคุณภาพน้ำที่ผ่านการบำบัดจากระบบน้ำเสียรวมดังกล่าว ให้ได้ค่ามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดก่อนปล่อยลงสู่ทางน้ำสาธารณะ ก่อนการส่งมอบให้กับนิติบุคคลฯ หรือไม่
3. กรณีผู้จัดสรรที่ดินเป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์แปลงที่ดินที่เป็นสาธารณูปโภคส่วนกลางและจดทะเบียนเป็นที่ดินภาระจำยอม โดยที่ดินภาระจำยอมแปลงดังกล่าวมีบางส่วนเป็นถนนและบางส่วนเป็นพื้นที่สีเขียว เช่น สวนหย่อม แปลงไม้พุ่ม สนามหญ้า เป็นต้น ในกรณีนี้ ผู้จัดสรรที่ดิน สามารถนำที่ดินภาระจำยอมบางส่วนที่เป็นพื้นที่สีเขียว ไปพัฒนาเป็นสิ่งปลูกสร้างเชิงพาณิชย์ได้หรือไม่
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
๑. กรณีตามคำถาม
กำแพงรั้วของแปลงที่ดินจัดสรรมีบางส่วนที่เป็นรั้วของโครงการและ ติดกับคลองหรือลำรางสาธารณะที่พาดผ่านหมู่บ้านจัดสรรนั้น
ถือว่ารั้วเป็นส่วนหนึ่งของแผนผังโครงการในการแบ่งเขตที่ดินจัดสรรกับที่ดินของบุคคลอื่น
ซึ่งได้มีคำพิพากษาศาลปกครองกลาง ตามคดีหมายเลขแดงที่ ๔๗๕/๒๕๔๙ วางหลักว่า
รั้วพิพาทถือเป็นสาธารณูปโภคซึ่งผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต
และตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรร
ข้อ ๒. ตามข้อกําหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู?อาศัยและพาณิชยกรรมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้กำหนดให้ผู้จัดสรรที่ดินต้องจัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสีย
เพื่อระบายน้ำเสียที่ผ่านการบำบัด น้ำเสียแล้วออกสู่แหล่งรองรับน้ำ
ซึ่งระบบดังกล่าวต้องมีการคำนวณอย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม ดังนั้น
จึงเป็นหน้าที่ของผู้จัดสรรที่ดินในการควบคุมดูแลคุณภาพน้ำที่ผ่านการบำบัดน้ำจากระบบบำบัดน้ำเสียรวม
ให้ได้ค่ามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ
ข้อ ๓.
พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๔๓ วรรคแรก บัญญัติว่า “สาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต
เช่น ถนน สวน สนามเด็กเล่น ให้ตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรร
และให้เป็นหน้าที่ของผู้จัดสรรที่ดินที่จะบำรุงรักษาสาธารณูปโภคดังกล่าวให้คงสภาพดังเช่นที่ได้จัดทำขึ้นนั้นต่อไป
และจะกระทำการใดอันเป็นเหตุ ให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวกมิได้” ดังนั้น กรณีตามคำถาม ผู้จัดสรรที่ดินจึงไม่สามารถนำที่ดินที่เป็นแปลงสาธารณูปโภคเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ให้ผิดไปจากแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ได้
body {
background: #FFF;
}