- หน้าแรก
- ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
- ขอแบ่งแยกโฉนดที่ดิน
ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
ด้านบน
แผนผังเว็บไซต์
-
บริการกรมที่ดิน
- บริการประชาชน
- บริการช่างรังวัดเอกชน
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
- สถิติการให้บริการ
- คู่มือการให้บริการประชาชน
-
ความรู้เกี่ยวกับกรมที่ดิน
- กฎหมายน่ารู้
- การเผยแพร่กฎหมายตามมาตรา 77
- ความเป็นมาของการออกโฉนดที่ดิน
- การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
- ที่สาธารณประโยชน์
- การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน
- สารานุกรมที่ดิน
- ประมวลกฎหมายที่ดินรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
กรณีเจ้ามรดกถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ที่ดินย่อมเป็นมรดกตกได้แก่ทายาทโดยธรรมทุกคนของเจ้ามรดก ตามมาตรา
๑๖๒๙
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้แก่ บุพการี
ผู้สืบสันดาน
และคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดก
ดังนั้น ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกที่ประสงค์จะรับโอนมรดกสามารถยื่นคำขอรับโอนมรดกต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ณ
สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่
พร้อมโฉนดที่ดิน หลักฐานการตายของเจ้ามรดก หลักฐานการเป็นทายาท ต้นฉบับบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของทายาท โดยให้ทายาทที่ไม่ขอรับมรดกไปให้ถ้อยคำยินยอมไม่ขอรับมรดกหรือนำหลักฐานการไม่รับมรดกของทายาทนั้นไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
หากมีทายาทคนใดตายก็ต้องนำหลักฐานการตายไปแสดงด้วย เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอ และประกาศการรับมรดกมีกำหนด ๓๐
วัน ครบกำหนดประกาศไม่มีทายาท
ที่มีสิทธิรับมรดกคนใดคัดค้าน
พนักงานเจ้าหน้าที่จะจดทะเบียนโอนมรดกให้แก่ผู้ขอรับโอนมรดก <o:p></o:p>
๒. หากเห็นว่า
การรับมรดกดังกล่าวข้างต้นมีหลายขั้นตอนหรือมีปัญหาในการจัดการมรดกทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียก็สามารถไปยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอตั้งผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดก เมื่อศาลตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดกแล้ว
ผู้จัดการมรดกสามารถจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกและโอนมรดกที่ดินให้แก่ทายาทโดยธรรมได้ โดยไม่ต้องมีคำยินยอมไม่ขอรับมรดกของทายาทอื่นและไม่ต้องประกาศการรับมรดกมีกำหนด ๓๐ วัน<o:p></o:p>
๓. เมื่อดำเนินการตาม ๑.
หรือ ๒. เสร็จแล้ว
ทายาทซึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินทุกคนสามารถยื่นคำขอรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวมต่อไปได้<o:p></o:p>
หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน กรมที่ดิน
โทร ๐ ๒๑๔๑
๕๗๖๓ - ๔<o:p></o:p>