- หน้าแรก
- ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
- ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์
ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
เป็นที่ดินแผ่นใหญ่ซึ่งปลูกบ้านและทำสวนเงาะ ซึ่งติดกับบ้านย่า เข้าใจตลอดมาว่าเป็นโฉนดเดียวกัน และต่อมาย่าได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ให้อา พบว่าที่บ้านอยู่นอกโฉนด (คือพื้นที่บ้านและสวนเงาะไม่รวมในโฉนดของย่า) ทำให้ที่อยู่ปัจจุบันไม่มีเอกสารสิทธิ์ใด ซึ่งได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ 35 ปี และที่ดินดั่งกล่าวก็อยู่ในเขตเทศบาล ต้องการสอบถาม มีวิธีการหรือขั้นตอนและต้องไปติดต่อหน่วยงานไหนบ้าง เพราะได้ไปติดต่อที่ดิน และ หน่วยรางวัดโฉนด เจ้าหน้าที่บอกว่า ยังไม่มีแผนเข้ารางวัด เนื่องจากเป็นพื้นที่ตกสำรวจ ต้องรอ และได้รอมาหลายปีแล้ว และขณะนี้ไม่มีเอกสารสิทธิ์ น้ำท่วมสวน จึงทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์การช่วยเหลือเกษตรกรจากรัฐบาล เนื่องจากไม่มีเอกสารสิทธิ์ ขอให้ท่านผู้มีความรู้ หรือผู้มีประสบการณ์แนะนำด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
ด้านบน
แผนผังเว็บไซต์
- บริการกรมที่ดิน
-
ความรู้เกี่ยวกับกรมที่ดิน
- กฎหมายน่ารู้
- การเผยแพร่กฎหมายตามมาตรา 77
- ความเป็นมาของการออกโฉนดที่ดิน
- การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
- ที่สาธารณประโยชน์
- การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน
- สารานุกรมที่ดิน
- ประมวลกฎหมายที่ดินรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
- ยุทธศาสตร์และแผนงาน
-
ข่าวกรมที่ดิน
-
ข่าวความเคลื่อนไหว
- ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
- ข่าวกองการเจ้าหน้าที่
- ข่าวรายงานการใช้จ่ายงบประมาณ
- ข่าวกรมที่ดิน
-
ข่าวความเคลื่อนไหว
โดยพิจารณาจากหลักฐานที่ดิน หากที่ดินอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกโฉนดที่ดิน คือ ผู้มีสิทธิในที่ดินได้ครอบครองและทำประโยชน์แล้ว
และไม่เป็นที่ดินที่ต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ.
๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ เช่น ที่ดินสงวนหวงห้าม
ที่ดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน ที่เขา ที่ภูเขา ที่เกาะ ป่าไม้ถาวร ป่าสงวนแห่งชาติ
เป็นต้น ตามหลักเกณฑ์ดังนี้
กรณีมีหลักฐานในที่ดิน
เช่น ส.ค. ๑ น.ส. ๓ น.ส. ๓ ข. น.ส. ๓ ก. น.ค.๓ กสน.๕ ใบจอง ใบเหยียบย่ำ สามารถขอออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะรายได้ตามมาตรา ๕๙
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยยื่นคำขอที่สำนักงานที่ดินที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่
หรือนำทำการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ และ ๕๘ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
กรณีไม่มีหลักฐานในที่ดิน
๑. กรณีเป็นที่ดินที่เจ้าของที่ดินเดิมได้ครอบครองทำประโยชน์มาก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ
(วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๗)
และที่ดินดังกล่าวต้องไม่เป็นที่ดินต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินตามกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ รวมทั้งต้องไม่เป็นที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน สามารถออกโฉนดที่ดินได้
๒ วิธี คือ
๑.๑ โดยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินตามมาตรา
๕๘ ทวิ วรรคสอง (๒) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
๑.๒ โดยขอออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะรายตามมาตรา
๕๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ณ
สำนักงานที่ดินจังหวัด/สำนักงานที่ดินสาขาท้องที่ที่ที่ดินตั้งอยู่
ซึ่งกรณีนี้เจ้าของที่ดินจะต้องเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติตามมาตรา
๒๗ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน กล่าวคือ เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศกำหนดท้องที่และวันเริ่มต้นของการสำรวจรังวัดทำแผนที่
เจ้าของที่ดินซึ่งครอบครองที่ดินโดยไม่มีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินและไม่มีหลักฐานสำหรับที่ดิน
ถ้าประสงค์จะได้สิทธิในที่ดินนั้น ให้แจ้งการครอบครองที่ดินต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ณ ที่ดินนั้นตั้งอยู่ภายในกำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันปิดประกาศ
หรือได้มานำหรือส่งตัวแทนมานำพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการสำรวจรังวัดตามวันและเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศกำหนด และในการออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายตามมาตรา
๕๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินนี้ ก่อนที่จะมีการออกโฉนดที่ดินจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดในกรณีมีเหตุผลความจำเป็นก่อน ตามระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒
(พ.ศ. ๒๕๓๒) ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการออกโฉนดที่ดินให้กับผู้ขอต่อไป
กรณีที่ดินมีการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมาก่อนประมวลกฎหมายที่ดิน
หากได้เคยมีโครงการการเดินสำรวจออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน แต่เจ้าของที่ดินไม่ไปนำเดินสำรวจ ถือว่าเจ้าของที่ดินสละสิทธิในที่ดินและไม่ใช่ผู้ซึ่งปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน จะไม่สามารถออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเป็นการเฉพาะรายตามมาตรา
๕๙ ทวิ ได้
๒. กรณีเป็นที่ดินที่เจ้าของที่ดินเดิมได้ครอบครองทำประโยชน์ภายหลังวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ
(วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๗) สามารถขอออกโฉนดที่ดินได้เพียงวิธีเดียว คือ
โดยการเดินสำรวจตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๓) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีนี้โฉนดที่ดิน
จะถูกกำหนดห้ามโอนสิบปี เว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดกหรือโอนให้แก่ทบวงการเมือง
องค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล
รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งโดยพระราชบัญญัติหรือโอนให้แก่สหกรณ์เพื่อชำระหนี้
โดยได้รับอนุมัติจากนายทะเบียนสหกรณ์
กรณีตามข้อ ๑ และ ๒ จะออกโฉนดที่ดินได้ไม่เกิน ๕๐ ไร่ ถ้าขอออกเกิน ๕๐ ไร่
จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด
ตามระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒)
ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ข้อเท็จจริงตามคำถาม ท่านไม่มีหลักฐานในที่ดิน
แต่ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินมา ๓๕ ปี
จึงเป็นกรณีครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินภายหลังประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ (๑
ธันวาคม ๒๔๙๗) โดยไม่มีหลักฐานในที่ดิน ซึ่งหากปรากฏว่าที่ดินของท่านอยู่ในหลักเกณฑ์ที่สามารถออกโฉนดที่ดินได้
จะสามารถออกโฉนดที่ดินได้โดยวิธีการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินเท่านั้น โดยในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๖๐ ขอให้ท่านสอบถามเรื่องโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจากผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันในพื้นที่
หรือศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช-ชุมพร
สถานที่ตั้ง เลขที่ ๙/๑๔๙-๑๕๐ ถนนวิภาวดี ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โทร. ๐-๗๗๒๘-๙๘๒๔ เพื่อติดต่อขอทราบข้อมูลว่า
ที่ดินของท่าน
อยู่ในหลักเกณฑ์ที่สามารถเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินหรือไม่ และแจ้งความประสงค์ในการขอนำเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๙ เป็นต้นไป ทั้งนี้ การพิจารณาสั่งเจ้าหน้าที่ออกไปดำเนินการขึ้นอยู่กับข้อมูลและแผนงานโครงการ
โดยคำนึงถึงงบประมาณ ระยะเวลา และเป้าหมายเป็นหลัก
หากพื้นที่ใดมีโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินพนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้กำนัน
ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ทราบและเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามโครงการฯ
หลักเกณฑ์ขั้นตอนการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน
ผู้ใดมีหน้าที่นำเดินสำรวจฯ และเอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการนำเดินสำรวจฯ
………………………………………………..