การแบ่งแยกที่ดินแปลงย่อยของที่ดินจัดสรร

Hot
ชนาเมธ
5 ก.ย. 2560
เข้าชม 241

หากที่ดินที่ได้รับการจัดสรรแล้ว ได้มีการแบ่งแยกที่ดินแปลงย่อยจากผู้ถือกรรมสิทธิ์รายใหม่ที่ซื้อจากเจ้าโครงการไป จนทำให้จำนวนที่ดินในโครงการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ได้แก่ที่ดินแปลงหลัก 23 แปลง มีการแบ่งแยกแปลงย่อยเป็น 59 แปลง

การเปลี่ยนแปลงของที่ดินจัดสรรจะต้องจะแจ้งขอแก้ไขเปลี่นนแปลงแผนผังโครงการจากกรมที่ดินก่อนขอจดจัดตั้งนิติบุคคลหรือไม่
ความคิดเห็นที่ 1
การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการ ตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน
พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๓๒ บัญญัติว่า
“ถ้าผู้จัดสรรที่ดินประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการ
หรือวิธีการที่ได้รับอนุญาต ให้ผู้จัดสรรที่ดินยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดินฯ” จากบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว
ผู้ที่จะมีสิทธิยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการจัดสรรที่ดินที่ได้รับอนุญาตไว้นั้น
ต้องเป็นผู้จัดสรรที่ดินเท่านั้น ส่วนผู้ซื้อที่ดินจัดสรรในโครงการไม่มีสิทธิยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการแต่อย่างใด
และมาตรา ๔๕ บัญญัติว่า “การจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
ให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนแปลงย่อยตามแผนผังโครงการมีมติให้จัดตั้ง
และแต่งตั้งตัวแทนยื่นคำขอฯ” ประกอบกับระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง
ว่าด้วยการโอนสาธารณูปโภคให้แก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น
และการขออนุมัติดำเนินการเพื่อการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค
หรือดำเนินการจดทะเบียนโอนทรัพย์สินให้เป็นสาธารณประโยชน์ พ.ศ. ๒๕๕๙ ข้อ ๘ และข้อ
๙ กำหนดให้การลงคะแนนเสียงในการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ต้องมีผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนแปลงย่อยที่จัดจำหน่ายตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต
สำหรับผู้ซื้อที่ดินจัดสรรที่ได้แบ่งแยกที่ดินแปลงย่อยตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาตออกไปอีก
ให้ถือว่าผู้ซื้อที่ดินจัดสรรแปลงคงเหลือและผู้ซื้อที่ดินจัดสรรแปลงที่ได้แบ่งแยกออกไปภายหลังมีเสียงรวมกันเท่ากับหนึ่งคะแนนเสียง
เช่นเดียวกับเจ้าของรวม 

 
ตอบโดย: สำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
6 ก.ย. 2560
rss image

รองรับการใช้งานได้ดีบนบราวเซอร์ Google Chrome, Firefox, Safari, Microsoft Edge. © สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2567 - กรมที่ดิน

w3c html image w3c css image
ด้านบน