การขอรับมรดก

Hot
พจนีย์ ไชยสิงห์
18 ม.ค. 2561
เข้าชม 425

1.มีที่ดินแปลง 1 แปลง เป็นชื่อของพ่อซึ่งเสียชีวิตแล้ว มีบุตรสองคน จะไปขอโอนเป็นผู้รับมรดก แต่ไปติดต่อที่ดินแล้ว ต้องใช้เอกสาร ใบมรณะของบิดารมารดา ของพ่อด้วย เนื่องจากบิดา เสียชีวิต มีอายุ 52 ดิฉันจึงไปติดต่อขอคัดสำเนาใบมรณะของปู่กับย่ามาแล้ว ซึ่งได้แค่ของย่า แต่ปู่เสียชีวิตนานกว่า จึงไม่ปรากฎเลขบัตรประชาชน และไม่ได้แจ้งตาย จึงอยากจะถามว่า ใช้แค่ของย่าได้หรือไม่ (มีใบแสดงความจากย่าไว้ว่าได้มอบให้พ่อด้วยความเต็มใจเป็นหลักฐาน)
2.เมื่อไปแจ้งขอโอนเป็นชื่อดิฉันแล้ว ที่ดินจะต้องออกประกาศไว้ 30 วัน และในระหว่างรอ ตัวโฉนดที่ดิน เก็บไว้ที่ กรมที่ดินเพื่อรอเปลี่ยนใหม่ หรือเก็บไว้ที่ตัวดิฉันเอง
ความคิดเห็นที่ 1
กรณีตามคำถาม ขอเรียนว่ากรณีบิดาเสียชีวิตและไม่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกที่ดินให้แก่ผู้ใดไว้โดยเฉพาะแล้วทรัพย์มรดกย่อมตกได้แก่ทายาทโดยธรรมทุกคน ได้แก่ ผู้สืบสันดาน บุพการี และคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดก ตามมาตรา ๑๖๒๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากท่านพร้อมกับพี่หรือน้องของท่านซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกและต้องการขอรับโอนมรดกที่ดินเพียงสองคนโดยทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกคนอื่น   ไม่ขอรับมรดกที่ดินนั้น สามารถกระทำได้ ดังนี้                                                  
๑. ทายาทที่มีสิทธิรับมรดกและจะขอรับโอนมรดกที่ดินของเจ้ามรดกเพียงสองคน สามารถยื่นคำขอรับโอนมรดกต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ พร้อมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หลักฐานการตายของเจ้ามรดก หลักฐานการเป็นทายาท และนำทายาทอื่นที่มีสิทธิรับมรดกทุกคนไปให้ถ้อยคำยินยอม หรือหากทายาทอื่นไม่สามารถเดินทางไปที่สำนักงานที่ดินได้ ท่านสามารถนำหลักฐานเป็นหนังสือยินยอมไม่รับมรดกของทายาทอื่นไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ หากทายาทคนใดตายก็จะต้องนำหลักฐานการตายไปแสดงด้วย เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอแล้ว จะประกาศมีกำหนด ๓๐ วัน เมื่อครบกำหนดไม่มีผู้ใดคัดค้าน พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะจดทะเบียนโอนมรดกให้แก่ทายาทที่ขอรับโอนมรดกต่อไป ในกรณีที่ผู้ขอเป็นผู้นำโฉนดที่ดินมายื่นด้วยตนเอง เมื่อทำคำขอและสอบสวนเสร็จแล้วให้บันทึกผู้ขอว่าได้รับโฉนดที่ดินคืนจากพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว และจะนำโฉนดที่ดินมาในวันจดทะเบียนอีกครั้งหนึ่ง 
๒. หากเห็นว่าการรับมรดกดังกล่าวข้างต้นมีหลายขั้นตอนหรือมีปัญหาในการจัดการมรดก ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียก็สามารถไปยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอตั้งผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดก เมื่อศาลตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดกแล้ว ผู้จัดการมรดกสามารถจดทะเบียนจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกและโอนมรดกที่ดินให้แก่ทายาทโดยธรรมได้ โดยไม่ต้องมีคำยินยอมไม่ขอรับมรดกของทายาทอื่นและไม่ต้องประกาศการรับมรดกมีกำหนด ๓๐ วัน ดังกล่าวตาม ๑.                                                                                  
            ๓. กรณีที่ท่านหาหลักฐานการตายของปู่ไม่ได้ ตามระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการจดทะเบียนสิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้มาโดยทางมรดก พ.ศ. ๒๕๔๘ (แก้ไขเพิ่มเติมถึงปัจจุบัน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๗)ได้วางแนวทางปฏิบัติในกรณีนี้ไว้ในข้อ ๑๓ ว่า ในกรณีที่เจ้ามรดกถึงแก่กรรมเมื่ออายุมากแล้ว และผู้ขอรับมรดกแจ้งว่าไม่อาจนำหลักฐานการตายของบิดามารดาเจ้ามรดกซึ่งมีอายุมาก เช่น อายุร่วมร้อยปีและถึงแก่กรรมไปแล้วมาแสดงได้ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกถ้อยคำผู้ขอไว้เป็นหลักฐานว่า หากปรากฏในภายหลังว่าถ้อยคำที่ให้ไว้เป็นเท็จเพราะปิดบังทายาท การจดทะเบียนโอนมรดกดังกล่าวอาจถูกเพิกถอนหรือแก้ไขตามมาตรา ๖๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และ    ผู้ขอจะต้องมีความผิดอาญาฐานแจ้งความเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญาตลอดจนต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการปิดบังทายาทนั้นด้วย แล้วจึงดำเนินการให้ผู้ขอต่อไปโดยไม่ต้องให้ผู้ขอไปขอหนังสือรับรองการการตายของบุคคลดังกล่าวมาแสดงอีก 
หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน  กรมที่ดิน  โทรศัพท์หมายเลข  ๐  ๒๑๔๑  ๕๗๖๓ – ๔
ตอบโดย: สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน
18 ม.ค. 2561
rss image

รองรับการใช้งานได้ดีบนบราวเซอร์ Google Chrome, Firefox, Safari, Microsoft Edge. © สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2567 - กรมที่ดิน

w3c html image w3c css image
ด้านบน