ที่ดินครอบครองมา 40 ปี ศาลตัดสินแพ้คดีความ

Hot
นายธีรพล ใจกล้า
29 ต.ค. 2561
เข้าชม 58

เรียนหัวหน้าหรือผู้เกี่ยวข้องศูนย์ดำรงธรรมที่เครพ
ผมรบกวนสอบถามกรณีแม่ผมเป็นเรื่องเกี่ยวกับที่ดิน ในพื้นที่ อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์
เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวทางครอบครัวได้ซื้อต่อกับเจ้าของที่ดินในสมัยก่อนเมื่อประมาณ 40 ปีที่ผ่านมา และได้เข้าทำประโยชน์ปลูกข้าว เลี้ยงปลามาตลอด จนกระทั่งที่ดินข้างเคียงได้ออกมาดำเนินการขอออกรังวัดเมื่อ ปี 2560 ทำให้ที่ดินดังกล่าวถูกทางหน่วยงานราชการออกรางวัดให้ แต่ทางครอบครัวได้ไปคัดค้านในที่ดินดังกล่าว จึงทำให้ได้ดำเนินการยืนเรื่องต่อศาลสาขาจังหวัดรัตนบุรี / จังหวัดสุรินทร์ สืบเนื่องจากที่ดินที่ครอบครัวครอบครองมาในสมัยก่อนเมื่อ 40 ปี ไม่ได้มีใบสัญญาซื้อขายแต่ได้ทำการซื้อขายด้วยวาจา และได้เข้าครอบครองมาโดยตลอด ประชาชนและผู้นำหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านก็รู้ว่าเป็นที่ดินที่ทางครอบครัวได้เข้าไปทำประโยชน์จริง ต่อมาทางหน่วยงานราชการได้ออกรังวัด โดยถ่ายภาพทางอากาศและได้ออกใบครอบครองถือกรรมสิทธิ์ให้กับผู้ที่มีที่ดินดังกล่าว ทำให้ที่ดินในเขตนั้นทับกันไปทั่ว แต่ทางครอบครัวกระผมไม่ได้มีใบถือกรรมสิทธฺ์แต่ได้เข้าทำประโยชน์ตั้งแต่ที่ได้ซื้อขายมาจนกระทั้งมีเรื่องยืนต่อศาลจังหวัดรัตนบุรี
ทำให้มีการสืบพยานผู้เกี่ยวข้องหลายปาก ในวันนัดสืบพยานผมเข้าไปฟังด้วย ซึ่งทางฝ่ายผมได้นำที่ดินใกล้เคียง ผุ้นำชุมชน ญาติผู้ที่ขายให้(เนื่องจากผู้ขายตายแล้ว)มาเป็นพยาน แต่ต่อมาวันนัดตันสินคดีปรากฏว่าทางครอบครัวผมแพ้คดี ซึ่นจากคำตัดสินของศาลมีหลายประเด็นที่ผมเห็นแล้วไม่เป็นธรรม เพราะจากการให้ปากคำน้ำหนักค่อนข้างมาฝังครอบครัว แต่ที่ตัดสินมากลายเป็นคนละทิศทาง ทำให้แพ้คดี ตอนนี้คดีสิ้นสุดไปแล้วครับเพราะทางบ้านไม่กล้ายืนอุธรณ์เลย เพราะไม่มันใจกับศาลที่จะให้ความเป็นธรรม แต่ ณ ปัจจุบันนี้ทางบ้านยังไม่ได้ไปดำเนินการจ่ายค่าศาลเหมือนตอนที่อ่านคำตันสินให้แพ้ต้องจ่ายเลยครับ หนังสือแจ้งก็ไม่มีครับ
ผมจึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับทางครอบครัวด้วยครับ เนื่องจากการเข้าทำประโยชน์ ครอบครองมา 40 กว่าปี ไม่มีผลที่จะทำให้ได้ที่ดินเลยหรือเปล่าครับ และผลการตัดสินของอัยการผมมั่นใจว่าไม่เป็นธรรมอย่างแน่นอน
รบกวนทางท่านผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยพิจารณาด้วยครับ
ขอแสดงความเครพอย่างสูง
ความคิดเห็นที่ 1
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฎตามข้อคำถามของท่านว่า กรณีพิพาทเป็นเรื่องสิทธิครอบครองในที่ดินระหว่างครอบครัวของท่านและเจ้าของที่ดินแปลงข้างเคียง ได้มีการยื่นฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดรัตนบุรีแล้ว ซึ่งในวันนัดพิจารณาสืบพยานฝ่ายครอบครัวของท่านได้มีการนำพยานบุคคล ได้แก่ เจ้าของที่ดินแปลงใกล้เคียงผู้นำชุมชนและญาติของผู้ขายที่ดินให้มานำสืบในชั้นศาล เมื่อศาลจังหวัดรัตนบุรีได้พิจารณาพยานหลักฐานของคู่ความทั้งสองฝ่ายแล้ว พิพากษาให้ฝ่ายครอบครัวของท่านแพ้คดี ดังนั้น หากฝ่ายครอบครัวของท่านไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาของศาลจังหวัดรัตนบุรี ไม่ว่าในปัญหาข้อเท็จจริงหรือปัญหาข้อกฎหมาย ก็ต้องยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดรัตนบุรีภายในกำหนดหนึ่งเดือน นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 229 ถ้ามิได้อุทธรณ์ภายในเวลาที่กำหนดไว้ ถือว่าคดีถึงที่สุดตั้งแต่ระยะเวลาเช่นว่านั้นได้สิ้นสุดลง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 147 วรรคสอง เมื่อตามข้อคำถามของท่านยอมรับว่า ฝ่ายครอบครัวของท่านไม่ได้มีการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลจังหวัดรัตนบุรี และคดีถึงที่สุดแล้วคำพิพากษาของศาลจังหวัดรัตนบุรีย่อมผูกพันฝ่ายครอบครัวของท่านรวมถึงผู้สืบสิทธิด้วย ที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามคำพิพากษา นับแต่วันที่ศาลได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145 วรรคหนึ่ง กรมที่ดินจึงไม่อาจพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคำวินิจฉัยของคำพิพากษาดังกล่าวได้
ตอบโดย: กรมที่ดิน
30 ม.ค. 2562
rss image

รองรับการใช้งานได้ดีบนบราวเซอร์ Google Chrome, Firefox, Safari, Microsoft Edge. © สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2567 - กรมที่ดิน

w3c html image w3c css image
ด้านบน