ปัญหาข้อเท็จจริง ตามระเบียบ คกก.จัดสรรที่ดินกลาง ว่าด้วยการโอนสาธารณูปโภค ... พ.ศ. 2559 ข้อ 18
Hot
1 พ.ค. 2562
เข้าชม 457
ระเบียบคระกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง ว่าด้วยการโอนสาธารณูปโภคให้แก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นและการขออนุมัติดำเนินการ เพื่อการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค หรือดำเนินการจดทะเบียนโอนทรัพย์สินให้เป็นสาธารณประโยชน์ พ.ศ. 2559
ข้อ 18 กรณีที่ผู้จัดสรรที่ดินประสงค์จะจดทะเบียนโอนทรัพย์สินให้เป็นสาธารณประโยชน์ ให้ผู้จัดสรรที่ดินแจ้งเป็นหนังสือให้หน่วยงานผู้รับโอนทรัพย์สินทราบ และส่งมอบเงินค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรต้องรับผิดชอบ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้องแล้ว ให้จดทะเบียนโอนทรัพย์สินดังกล่าวให้เป็นสาธารณประโยชน์ และให้ผู้จัดสรรที่ดินพ้นจากหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภคที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต
ข้อ 19 การจดทะเบียนโอนทรัพย์สินให้เป็นสาธารณประโยชน์ ต้องแสดงรายละเอียดพร้อมเอกสารหลักฐาน ดังนี้
(1) หลักฐานการตรวจสอบตามข้อ 6
(2) หลักฐานแสดงว่าผู้ซื้อที่ดินจัดสรรไม่อาจดำเนินการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตาม ข้อ 7 ภายในเวลาที่ผู้จัดสรรที่ดินกำหนด
(3) หลักฐานการส่งเงินค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินต้องรับผิดชอบใน การดำเนินการ ทั้งนี้ ตามจำนวนเงินที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกำหนด
(4) หลักฐานการรับทราบจากหน่วยงานที่จะรับโอนทรัพย์สินอันเป็นสาธารณูปโภคให้เป็นสาธารณประโยชน์
(5) หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่เป็นแปลงสาธารณูปโภค
กรณี เมื่อเดือน เมษายน 2562 มีผู้จัดสรรที่ดินรายหนึ่ง ประสงค์จะขอโอนภาระผูกพันการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค ให้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ อบต. โดยข้อเท็จจริงปรากฏว่า ได้โอนที่ดินบางส่วนให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ไปแล้ว เมื่อปี 2556 ซึ่งมีประเด็นคำถามดังนี้
1. อบต. มีอำนาจรับโอนภาระผูกพันดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร
2. หาก อบต. มีอำนาจรับโอน จะต้องปฏิับัติตาม ระเบียบฯ ข้อ 18 หรือไม่ อย่างไร เมื่อปรากฏว่า ที่ดินบางส่วนได้ถูกโอนให้เป็นทางสาธารณประโยชน์แล้ว เมื่อปี 2556 ซึ่ง เป็นการกระทำไปก่อนที่ ระเบียบฯ นี้ประกาศใช้
ทั้งนี้ ผู้จัดสรรที่ดินมิได้แสดงเอกสารหลักฐาน ตามระเบียบฯ ข้อ 19 (1) (2)
ข้อ 18 กรณีที่ผู้จัดสรรที่ดินประสงค์จะจดทะเบียนโอนทรัพย์สินให้เป็นสาธารณประโยชน์ ให้ผู้จัดสรรที่ดินแจ้งเป็นหนังสือให้หน่วยงานผู้รับโอนทรัพย์สินทราบ และส่งมอบเงินค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรต้องรับผิดชอบ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้องแล้ว ให้จดทะเบียนโอนทรัพย์สินดังกล่าวให้เป็นสาธารณประโยชน์ และให้ผู้จัดสรรที่ดินพ้นจากหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภคที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต
ข้อ 19 การจดทะเบียนโอนทรัพย์สินให้เป็นสาธารณประโยชน์ ต้องแสดงรายละเอียดพร้อมเอกสารหลักฐาน ดังนี้
(1) หลักฐานการตรวจสอบตามข้อ 6
(2) หลักฐานแสดงว่าผู้ซื้อที่ดินจัดสรรไม่อาจดำเนินการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตาม ข้อ 7 ภายในเวลาที่ผู้จัดสรรที่ดินกำหนด
(3) หลักฐานการส่งเงินค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินต้องรับผิดชอบใน การดำเนินการ ทั้งนี้ ตามจำนวนเงินที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกำหนด
(4) หลักฐานการรับทราบจากหน่วยงานที่จะรับโอนทรัพย์สินอันเป็นสาธารณูปโภคให้เป็นสาธารณประโยชน์
(5) หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่เป็นแปลงสาธารณูปโภค
กรณี เมื่อเดือน เมษายน 2562 มีผู้จัดสรรที่ดินรายหนึ่ง ประสงค์จะขอโอนภาระผูกพันการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค ให้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ อบต. โดยข้อเท็จจริงปรากฏว่า ได้โอนที่ดินบางส่วนให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ไปแล้ว เมื่อปี 2556 ซึ่งมีประเด็นคำถามดังนี้
1. อบต. มีอำนาจรับโอนภาระผูกพันดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร
2. หาก อบต. มีอำนาจรับโอน จะต้องปฏิับัติตาม ระเบียบฯ ข้อ 18 หรือไม่ อย่างไร เมื่อปรากฏว่า ที่ดินบางส่วนได้ถูกโอนให้เป็นทางสาธารณประโยชน์แล้ว เมื่อปี 2556 ซึ่ง เป็นการกระทำไปก่อนที่ ระเบียบฯ นี้ประกาศใช้
ทั้งนี้ ผู้จัดสรรที่ดินมิได้แสดงเอกสารหลักฐาน ตามระเบียบฯ ข้อ 19 (1) (2)
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
ว่าด้วยการโอนสาธารณูปโภคให้แก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นและการขออนุมัติดำเนินการเพื่อการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค
หรือดำเนินการจดทะเบียนโอนทรัพย์สินให้เป็นสาธารณประโยชน์ พ.ศ. ๒๕๕๙
มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙
ซึ่งระเบียบดังกล่าวได้กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติกรณีผู้จัดสรรที่ดินประสงค์จะพ้นจากหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามมาตรา
๔๔ แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน และไม่มีผลย้อนหลังไปบังคับกับการดำเนินการโอนทรัพย์สินให้เป็นสาธารณประโยชน์ตามมาตรา
๔๔ (๓) ที่ได้กระทำไปก่อนระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางฯ ฉบับนี้มีผลบังคับใช้
ส่วนคำถามที่ว่าองค์การบริหารส่วนตำบลมีอำนาจรับโอนที่สาธารณประโยชน์ดังกล่าวหรือไม่นั้นเห็นว่าหากที่ดินดังกล่าวเป็นสาธารณูปโภคในโครงการจัดสรรที่ดินและได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนของมาตรา
๔๔ แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓
(กฎหมายที่ผลบังคับใช้ในขณะนั้น) และ
จดทะเบียนโอนทรัพย์สินให้เป็นสาธารณประโยชน์ ตามมาตรา ๔๔ (๓) เมื่อปี ๒๕๕๖ แล้ว
ผู้รับโอนต้องมีหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภคนั้นแทนผู้จัดสรรที่ดินต่อไปซึ่งเมื่อที่ดินตกเป็นที่สาธารณประโยชน์
ตามมาตรา ๑๓๐๔ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว
องค์การบริหารส่วนตำบลมีอำนาจในการดูแลรักษาตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่
พ.ศ. ๒๔๕๗