สอบถามเรื่องการโอนที่ดินที่ค่อนข้างซับซ้อนค่ะ
Hot
6 ส.ค. 2562
เข้าชม 113
สวัสดีค่ะ
รบกวนสอบถามเรื่องการโอนที่ดินที่ค่อนข้างซับซ้อนและขอแยกเป็นข้อๆ เพื่อสะดวกในการอ่านนะคะ
1. ที่ดินหนึ่งแปลง ถือครองกรรมสิทธิ์ร่วมกันสองคน คนละครึ่งแปลง(โฉนดหนึ่งใบ ชื่อสองคน)(ในที่นี้ขอแทนตัวบุคคลเป็น นาย ก. และ นาย ข. )
2. อยู่มาวันนึง นาย ข. ยืมเงิน นาย ก. ไปเรียนต่อต่างประเทศ โดยใช้ที่ดินครึ่งนึงในส่วนของตนเองชำระหนี้แทนเงินทั้งหมดที่ยืม นาย ก. ไป
3. การยกมอบที่ดินในส่วนของ นาย ข. ให้กับ นาย ก. เป็นเพียงลายลักษณ์อักษรเท่านั้น มิได้ทำธุรกรรมตามกฏหมายแต่อย่างใด(เอกสารการยกมอบยังคงอยู่)(โฉนดยังคงเป็นชื่อ นาย ก. และ นาย ข. ถือครองร่วมกัน)(โฉนดตัวจริงอยู่กับ นาย ก.)
4. นาย ก. ได้รับผลประโยชน์จากการปล่อยที่ดินแปลงนี้ให้เช่าและเป็นผู้เสียภาษีที่ดินตามกฏหมายแต่เพียงผู้เดียวมาโดยตลอด
5. ในตอนนี้ นาย ก. และ นาย ข. ได้เสียชีวิตไปแล้วทั้งคู่ ที่ดินแปลงนี้จึงตกสู่ลูกหลานของ นาย ก. และรับช่วงผลประโยชน์ต่อ โดยที่ยังมิได้ทำธุรกรรมตามกฏหมายแต่อย่างใด
6. ณ ปัจจุบัน ลูกชายของ นาย ก. ได้โอนที่ดินครึ่งนึงในส่วนของ นาย ก. เป็นมรดกสู่ตนเอง(ทำธุรกรรมการโอนในรูปแบบโอนมรดกและเสียค่าธรรมเนียมการโอนอย่างถูกต้องตามกฏหมายเรียบร้อยแล้ว)
7. ชื่อในโฉนดที่ดินส่วนของ นาย ก. ได้เปลี่ยนชื่อเป็นลูกชายของ นาย ก. เรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีชื่อของ นาย ข. เป็นผู้ถือร่วมตามเดิม
8. ลูกสาวของ นาย ข. ต้องการทำเรื่องโอนที่ดินในส่วนของ นาย ข. ให้กับลูกชายของ นาย ก. อย่างถูกต้องตามกฏหมายแต่ติดตรงที่ ที่ดินแปลงนี้ตกหล่นจากกองมรดก ซึ่งมีลูกสาวของ นาย ข. เป็นผู้จัดการมรดกทั้งหมด
คำถามมีอยู่ว่า
1. ลูกสาวของ นาย ข. จำเป็นต้องทำเรื่องดึงที่ดินแปลงนี้เข้าสู่กองมรดกหรือไม่
2. ในกรณีที่ไม่ดึงที่ดินแปลงนี้เข้าสู่กองมรดก ลูกสาวของ นาย ข. สามารถโอนที่ดินแปลงนี้ตกสู่ตนเองในรูปแบบโอนมรดก และโอนต่อให้กับลูกชายของ นาย ก. ได้เลยหรือไม่(ลูกชาย นาย ก. และลูกสาว นาย ข. อาศัยอยู่คนละจังหวัด ที่ดินแปลงนี้อยู่ในจังหวัดเดียวกับที่ลูกชาย นาย ก. อาศัยอยู่ และโฉนดที่ดินตัวจริงนั้นอยู่กับลูกชาย นาย ก. )
3. ดังนั้น การทำธุรกรรมตามกฏหมายใดๆ กับที่ดินแปลงนี้ในส่วนของลูกสาว นาย ข. จึงจำเป็นต้องใช้โฉนดที่ดินตัวจริงด้วยใช่หรือไม่
เบื้องต้น คำถามมีเพียงเท่านี้ก่อนค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
รบกวนสอบถามเรื่องการโอนที่ดินที่ค่อนข้างซับซ้อนและขอแยกเป็นข้อๆ เพื่อสะดวกในการอ่านนะคะ
1. ที่ดินหนึ่งแปลง ถือครองกรรมสิทธิ์ร่วมกันสองคน คนละครึ่งแปลง(โฉนดหนึ่งใบ ชื่อสองคน)(ในที่นี้ขอแทนตัวบุคคลเป็น นาย ก. และ นาย ข. )
2. อยู่มาวันนึง นาย ข. ยืมเงิน นาย ก. ไปเรียนต่อต่างประเทศ โดยใช้ที่ดินครึ่งนึงในส่วนของตนเองชำระหนี้แทนเงินทั้งหมดที่ยืม นาย ก. ไป
3. การยกมอบที่ดินในส่วนของ นาย ข. ให้กับ นาย ก. เป็นเพียงลายลักษณ์อักษรเท่านั้น มิได้ทำธุรกรรมตามกฏหมายแต่อย่างใด(เอกสารการยกมอบยังคงอยู่)(โฉนดยังคงเป็นชื่อ นาย ก. และ นาย ข. ถือครองร่วมกัน)(โฉนดตัวจริงอยู่กับ นาย ก.)
4. นาย ก. ได้รับผลประโยชน์จากการปล่อยที่ดินแปลงนี้ให้เช่าและเป็นผู้เสียภาษีที่ดินตามกฏหมายแต่เพียงผู้เดียวมาโดยตลอด
5. ในตอนนี้ นาย ก. และ นาย ข. ได้เสียชีวิตไปแล้วทั้งคู่ ที่ดินแปลงนี้จึงตกสู่ลูกหลานของ นาย ก. และรับช่วงผลประโยชน์ต่อ โดยที่ยังมิได้ทำธุรกรรมตามกฏหมายแต่อย่างใด
6. ณ ปัจจุบัน ลูกชายของ นาย ก. ได้โอนที่ดินครึ่งนึงในส่วนของ นาย ก. เป็นมรดกสู่ตนเอง(ทำธุรกรรมการโอนในรูปแบบโอนมรดกและเสียค่าธรรมเนียมการโอนอย่างถูกต้องตามกฏหมายเรียบร้อยแล้ว)
7. ชื่อในโฉนดที่ดินส่วนของ นาย ก. ได้เปลี่ยนชื่อเป็นลูกชายของ นาย ก. เรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีชื่อของ นาย ข. เป็นผู้ถือร่วมตามเดิม
8. ลูกสาวของ นาย ข. ต้องการทำเรื่องโอนที่ดินในส่วนของ นาย ข. ให้กับลูกชายของ นาย ก. อย่างถูกต้องตามกฏหมายแต่ติดตรงที่ ที่ดินแปลงนี้ตกหล่นจากกองมรดก ซึ่งมีลูกสาวของ นาย ข. เป็นผู้จัดการมรดกทั้งหมด
คำถามมีอยู่ว่า
1. ลูกสาวของ นาย ข. จำเป็นต้องทำเรื่องดึงที่ดินแปลงนี้เข้าสู่กองมรดกหรือไม่
2. ในกรณีที่ไม่ดึงที่ดินแปลงนี้เข้าสู่กองมรดก ลูกสาวของ นาย ข. สามารถโอนที่ดินแปลงนี้ตกสู่ตนเองในรูปแบบโอนมรดก และโอนต่อให้กับลูกชายของ นาย ก. ได้เลยหรือไม่(ลูกชาย นาย ก. และลูกสาว นาย ข. อาศัยอยู่คนละจังหวัด ที่ดินแปลงนี้อยู่ในจังหวัดเดียวกับที่ลูกชาย นาย ก. อาศัยอยู่ และโฉนดที่ดินตัวจริงนั้นอยู่กับลูกชาย นาย ก. )
3. ดังนั้น การทำธุรกรรมตามกฏหมายใดๆ กับที่ดินแปลงนี้ในส่วนของลูกสาว นาย ข. จึงจำเป็นต้องใช้โฉนดที่ดินตัวจริงด้วยใช่หรือไม่
เบื้องต้น คำถามมีเพียงเท่านี้ก่อนค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
จึงขอแนะนำให้ท่านนำต้นฉบับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หลักฐานการเป็นผผู้จัดการมรดก บัตรประจำตัว ประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้จัดการมรดกและผู้รับโอน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ไปยื่นคำขอต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ
สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่
เพื่อพนักงานเจ้าหน้าที่จะได้พิจารณาตาม อำนาจหน้าที่ หากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามลำดับชั้นไม่สามารถพิจารณาให้เป็นที่ยุติได้ จึงส่งเรื่องมาให้
กรมที่ดินพิจารณาต่อไป
หากท่านมีความประสงค์จะสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่สำนัก-มาตรฐานการทะเบียนที่ดิน กรมที่ดิน
โทร ๐ ๒๑๔๑
๕๗๖๓ - ๔