การถูกคัดค้านการรังวัดสอบเขต แบ่งแยกโฉนดที่ดิน
Hot
24 ต.ค. 2562
เข้าชม 761
ข้าพเจ้าและผู้ถือกรรมสิทธ์รายอื่นถูกคัดค้านการรังวัดสอบเขต ยื่นคำขอแบ่งกรรมสิทธิ์รวม แบ่งแยกโฉนด โดยดำเนินการแล้วเสร็จ ในวันที่ 10 กันยายน 2562 และต่อมาผู้ใหญ่บ้านได้คัดค้านการรางวัด วันที่ 17 กันยายน 2562 เจ้าหน้าที่ของที่ดินได้แจ้งให้ข้าพเจ้าไปพบที่สำนักงานที่ดิน และแจ้งให้เซ้นเอกสารรับคำคัดค้านพร้อมให้ชำระเงินค่ารางวัดรองที่ 2 โดยแจ้งว่าเจ้าของที่ดินต้องเป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่ายเองเพื่อยืนยันพื่นที่ตามโฉนดที่ดิน และให้ไปตกลงกันคู่กรณีก่อน หากตกลงกันได้ก็ให้มายกเลิกและขอคืนเงินได้ ทั้งนี้ข้าพเจ้าได้ติดต่อไปยังผู้คัดคัานแล้วไม่สำเร็จ โดยเจรจากันทางโทรศัพท์ 1 ครั้ง และครั้งที่ 2 ที่อำเภอ โดยผู้คัดค้านเป็นผู้ใหญ่บ้านว่าปฏิบัติตามหน้าที่ ไม่สามารถทำได้เนื่องจากแจ้งว่าที่คัดค้านติดทางสาธารณะประโยชน์(ในโฉนดระบุว่าเป็นทาง-ซึ่งทางนี้ใช้เข้า-ออกสวนของอีนคนหนึ่งเพียงที่เดียวตามฤดูกาล และทางที่ว่านี้เข้าออกได้ตามปกติ ด้านหน้ากล้างประมาณ 6 เมตร และด้านหล้งกว้างประมาณ 3 เมตร) มีคำถามดังนี้
1.การรางวัดครั้งที่ 2 เพื่ออะไร และใครต้องเป็นผู้ชำระเงิน
2.ทางสาธารณะประโยชน์คืออะไร และจะทราบได้อย่างไรว่าทางนี้มีเนื่้อที่เท่าไหร่
3.หากผลการรางวัดครั้งที่ 2 ทราบผลว่าได้พื่นที่เท่าเดิม ตามหลักเขตเติม จะสามารถขอคืนเงินค่ารางวัดนี้ได้หรือไม่/ต้องทำอย่างไร
4.เราจะเขื่อมั่นได้อย่างไรว่าการรางวัดนี้ถูกต้องและยุติธรรม
5.ใครต้องเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในกรณีนี้ ผุ้ใหญ่/อำเภอ/ที่ดิน เนื่องจากการเจรจาในแต่ละครั้งทำกันเองและสร้างความขัดแยงมากขึ้น
1.การรางวัดครั้งที่ 2 เพื่ออะไร และใครต้องเป็นผู้ชำระเงิน
2.ทางสาธารณะประโยชน์คืออะไร และจะทราบได้อย่างไรว่าทางนี้มีเนื่้อที่เท่าไหร่
3.หากผลการรางวัดครั้งที่ 2 ทราบผลว่าได้พื่นที่เท่าเดิม ตามหลักเขตเติม จะสามารถขอคืนเงินค่ารางวัดนี้ได้หรือไม่/ต้องทำอย่างไร
4.เราจะเขื่อมั่นได้อย่างไรว่าการรางวัดนี้ถูกต้องและยุติธรรม
5.ใครต้องเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในกรณีนี้ ผุ้ใหญ่/อำเภอ/ที่ดิน เนื่องจากการเจรจาในแต่ละครั้งทำกันเองและสร้างความขัดแยงมากขึ้น
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
1. ตามประเด็นปัญหา
คือเมื่อมีการรังวัดสอบเขตหรือแบ่งแยกหรือรวมโฉนดที่ดินแล้วต่อมาระหว่างดำเนินการของเจ้าหน้าที่
เจ้าของที่ดินข้างเคียง
เป็นบุคคลธรรมดาหรือส่วนราชการที่ดูแลรับผิดชอบที่ดินของรัฐได้มาคัดค้านการรังวัด (ค้านแนวเขตที่ดิน)
กรณีดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามมาตร
69 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งสำนักงานที่ดินฯ จะต้องดำเนินการ
แจ้งผู้ขอรังวัดทราบและจะต้องนัดรังวัดออกไปรังวัดใหม่อีกครั้ง
เพื่อให้ได้รูปแผนที่พิพาทและเจ้าพนักงานที่ดินจะได้ดำเนินการเรียกคู่กรณี
มาทำการไกล่เกลี่ยเพื่อให้เรื่องพิพาทยุติลง (แผนที่พิพาทคือแผนที่
ที่ช่างรังวัดจัดทำขึ้น
ตามการนำชี้เขตที่ดินของทั้งสองฝ่ายที่นำรังวัดทับซ้อมกัน)ประเด็นว่าใครจะต้องออกค่าใช้จ่ายในการรังวัดทำแผนที่พิพาท
เพื่อให้กระบวนงานรังวัดแล้วเสร็จ(แบ่งแยกโฉนดที่ดินกันได้)
จึงเป็นหน้าที่ของผู้ขอรังวัดที่จะต้องชำระค่าใช้จ่าย
เพื่อออกไปทำการรังวัดทำแผนที่พิพาทมาดำเนินการต่อไป
2. เมื่อรังวัดและจัดทำแผนที่พิพาทเสร็จแล้ว
เจ้าพนักงานที่ดินจะเรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาทำการไกล่เกลี่ย ว่าตามข้อแผนที่พิพาทนั้นคู่กรณีสามารถที่จะปรับแก้ไขแนวเขตที่ดินให้ทั้งสองฝ่ายพอใจซึ่งกันและกันหรือไม่
โดยเจ้าพนักงานที่ดินจะยึดรูปแผนที่เป็นหลักในการพิจารณาไกล่เกลี่ย (มิใช่ไกลเกลี่ยตามความพอใจ)
ผลการไกล่เกลี่ยจะมี 2 รูปแบบ
(1) คู่กรณีทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้
ก็แจ้งให้ไปดำเนินการตามข้อตกลงนั้น
(อาจจะต้องออกไปทำการรังวัดเพื่อปักหลักเขตใหม่ตามที่ตกลงกัน)
(2) คู่กรณีทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ กรณี
เจ้าพนักงานที่ดินจำทำหนังสือแจ้งให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายไปฟ้องศาลภายใน 90 วัน
และนำเอกสารคำฟ้องมาแจ้งต่อเจ้าพนักงานที่ดิน
สำนักงานที่ดินฯจะหยุดดำเนินการเรื่องรังวัด เพื่อรอคำพิพากษา ที่เป็นที่ยุติ
ศาลได้พิพากษาอย่างใดก็จะดำเนินการต่อไปตามคำพิพากษาของศาล
เมื่อเข้าใจการรังวัดและมีผู้คัดค้านการรังวัด
จะต้องมีกระบวนการดำเนินการอย่างไรแล้ว จึงขอตอบปัญหาเป็นข้อ ดังนี้<o:p></o:p>
ข้อ 1. คำถาม : การรังวัดครั้งที่ 2 เพื่ออะไร
และใครต้องเป็นผู้ชำระเงิน
ตอบ
เป็นการรังวัดทำแผนที่คัดค้าน(แผนที่พิพาท) ค่าใช้จ่ายในการรังวัดใหม่จึงเป็นหน้าที่ของผู้ขอรังวัด
ตามระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการรับคำขอรังวัด การนัดรังวัด และการเรียกค่าใช้จ่ายในการรังวัดเฉพาะราย
พ.ศ.2547
ข้อ
2. คำถาม : ทางสาธารณประโยชน์คืออะไร
และจะทราบได้อย่างไรว่าทางนี้มีเนื้อที่เท่าไร
ตอบ
ทางสาธารณประโยชน์ คือสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1304 (2) หมายถึงทรัพย์สินของแผ่นดิน
ซึ่งโดยสภาพประชาชนทั่วไปมีสิทธิ์ใช้สอยร่วมกันได้ เช่นถนน แม่น้ำ ลำคลอง
ซึ่งประชาชนใช้สัญจรร่วมกัน หากต้องการทราบอาณาเขตทางสาธารณประโยชน์จะต้องแจ้งนายอำเภอหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ
ขอรังวัดตรวจสอบเขตทางสาธารณประโยชน์ต่อเจ้าพนักงานที่ดินท้องที่
ข้อ
3. คำถาม : หากการรังวัดครั้งที่ 2
ทราบผลว่าได้พื้นที่เท่าเดิม
ตามหลักเขตเดิมจะสามารถขอคืนเงินค่ารังวัดนี้ได้หรือไม่ ต้องทำอย่างไร
ตอบ
เมื่อออกไปทำการรังวัดเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงในการพิจารณา จึงเป็นค่าใช้จ่ายของช่างรังวัดไม่สามารถเรียกคืนได้
<o:p></o:p>
ข้อ
4. คำถาม :
เราจะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าการรังวัดนี้ถูกต้องและยุติธรรม
ตอบ
การปฏิบัติงานของช่างรังวัดต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 69 ทวิ
และระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการรังวัดสอบเขตแบ่งแยก และรวมโฉนดที่ดิน พ.ศ.2527 และระเบียบอื่นๆ
ดังนั้น จึงเชื่อมั่นได้ว่าช่างรังวัดปฏิบัติงานโดยความถูกต้องและยุติธรรม
ข้อ
5. คำถาม : ใครต้องเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในกรณีนี้
ผู้ใหญ่/อำเภอ/ที่ดิน เนื่องจากการเจรจาในแต่ละครั้ง ทำกันเองและสร้างความขัดแย้งมากขึ้น
ตอบ
เจ้าพนักงานที่ดินเป็นผู้ดำเนินการสอบสวนไกล่เกลี่ยเมื่อมีการรังวัดทำแผนที่คัดค้านเสร็จเรียบร้อยแล้วโดยถือหลักฐานแผนที่เป็นหลักในการพิจารณา