- หน้าแรก
- ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
- สอบถามกรณีในโฉนด มีชื่อเจ้าของที่ดิน 3 คน แต่อีก 2 คนเสียชีวิต สามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง
ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
Q2312-006677
สอบถามกรณีในโฉนด มีชื่อเจ้าของที่ดิน 3 คน แต่อีก 2 คนเสียชีวิต สามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง
จากคำถาม คือ กรณีในโฉนด มีชื่อเจ้าของที่ดิน 3 คน แต่อีก 2 คนเสียชีวิต สามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง
ซึ่งโฉนดดังกล่าว ผู้เป็นบิดา โอนให้บุตรทั้ง 3 คน มานานแล้ว และบิดาได้เสียชีวิตไปนานแล้วเช่นกัน และหลังจากนั้น บุตรทั้ง 3 คน ก็ไม่ได้ไปดำเนินการแบ่งแยกที่ดินกัน จึงปล่อยเลยมา จนกระทั่ง มีบุตร 2 คน เสียชีวิตไป และเหลือบุตรอีก 1 คน
โดยบุตที่เสียชีวิตไป คนที่ 1 มีภรรยา และบุตรกับคนที่ 1 อีก 2
ส่วนบุตรที่เสียชีวิตไปคนที่ 2 ไม่มีภรรยา แต่มีบุตร 2 คน
คำถามคือ ถ้าต้องการแบ่งแยกที่ดินในโฉนดออกไปให้แต่ละคน ต้องดำเนินการอย่างไรได้บ้าง มีความจำเป็นต้องจัดตั้งทนายเพื่อตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่ หรือติดต่อสำนักงานที่ดิน โดยผู้สือทอดทายาท ไปติดต่อได้เลย
ซึ่งโฉนดดังกล่าว ผู้เป็นบิดา โอนให้บุตรทั้ง 3 คน มานานแล้ว และบิดาได้เสียชีวิตไปนานแล้วเช่นกัน และหลังจากนั้น บุตรทั้ง 3 คน ก็ไม่ได้ไปดำเนินการแบ่งแยกที่ดินกัน จึงปล่อยเลยมา จนกระทั่ง มีบุตร 2 คน เสียชีวิตไป และเหลือบุตรอีก 1 คน
โดยบุตที่เสียชีวิตไป คนที่ 1 มีภรรยา และบุตรกับคนที่ 1 อีก 2
ส่วนบุตรที่เสียชีวิตไปคนที่ 2 ไม่มีภรรยา แต่มีบุตร 2 คน
คำถามคือ ถ้าต้องการแบ่งแยกที่ดินในโฉนดออกไปให้แต่ละคน ต้องดำเนินการอย่างไรได้บ้าง มีความจำเป็นต้องจัดตั้งทนายเพื่อตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่ หรือติดต่อสำนักงานที่ดิน โดยผู้สือทอดทายาท ไปติดต่อได้เลย
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
ด้านบน
แผนผังเว็บไซต์
- บริการกรมที่ดิน
-
ความรู้เกี่ยวกับกรมที่ดิน
- กฎหมายน่ารู้
- การเผยแพร่กฎหมายตามมาตรา 77
- ความเป็นมาของการออกโฉนดที่ดิน
- การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
- ที่สาธารณประโยชน์
- การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน
- สารานุกรมที่ดิน
- ประมวลกฎหมายที่ดินรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
- ยุทธศาสตร์และแผนงาน
-
ข่าวกรมที่ดิน
-
ข่าวความเคลื่อนไหว
- ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
- ข่าวกองการเจ้าหน้าที่
- ข่าวรายงานการใช้จ่ายงบประมาณ
- ข่าวกรมที่ดิน
-
ข่าวความเคลื่อนไหว
3 คน และมีผู้ถือกรรมสิทธิ์ 2 คน เสียชีวิต ส่วนผู้ถือกรรมสิทธิ์คนอื่นๆ ยังมีชีวิตอยู่
ท่านมีความประสงค์โอนมรดกและแบ่งแยกที่ดิน กรณีนี้สามารถกระทำได้ โดยในส่วนของผู้เสียชีวิต ท่านสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประเภทรับโอนมรดกเฉพาะส่วนถ้าไม่ได้ทำพินัยกรรมและไม่มีการตั้งผู้จัดการมรดกของผู้เสียชีวิตไว้ตามกฎหมายมรดกทรัพย์มรดกย่อมตกแก่ทายาทโดยธรรมทุกคน ตามมาตรา ๑๖๒๙
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้นในการขอรับโอนมรดก จึงขอแนะนำว่า
ให้ทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิรับมรดกทุกคน
ยื่นคำขอรับโอนมรดกต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ ณ สำนักงานที่ดิน ซึ่งที่ดินตั้งอยู่
พร้อมหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินใบมรณบัตรของเจ้ามรดกและของทายาทที่เสียชีวิต บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของทายาทมีสิทธิรับมรดกทุกคน
โดยให้ทายาทที่ไม่ขอรับมรดกไปให้ถ้อยคำยินยอมไม่ขอรับมรดกหรือนำหลักฐานการขอรับมรดกของทายาทนั้น
ไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอแล้ว จะประกาศการขอรับมรดกมีกำหนด 30 วัน
เมื่อครบกำหนดแล้วไม่มีทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกคนใดคัดค้าน
พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการทะเบียนโอนมรดกให้แก่ทายาทโดยธรรมได้
อนึ่ง
หากเห็นว่าการขอรับมรดกข้างต้น มีหลายขั้นตอนหรือมีปัญหาในหารจัดการมรดกทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอตั้งผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดก
เมื่อศาลตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดกแล้ว ให้นำคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลดังกล่าว
ต้นฉบับบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้จัดการมรดกและใบมรณบัตรของเจ้ามรดกไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
พนักงานเจ้าหน้าที่ก็สามารถจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกและโอนมรดกที่ดินให้แก่ทายาทโดยธรรมได้
โดยไม่ต้องประกาศการรับมรดก <o:p></o:p>
ในส่วนการยื่นคำขอจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดิน
ท่านสามารถยื่นคำขอแบ่งกรรมสิทธิ์รวมที่สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินสาขา ซึ่งที่ดินตั้งอยู่
พร้อมหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน
และหลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว/ชื่อสกุล (ถ้ามี)<o:p></o:p>