- หน้าแรก
- ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
- ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ติดประกาศป่าไม้ถาวร
ถาม-ตอบ กรมที่ดิน
Q2402-006797
ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ติดประกาศป่าไม้ถาวร
Hot
ที่ดินของข้าพเจ้ารับมรดกมาจากบิดาเป็นสวนปาล์มน้ำมันอายุต้นปาล์มประมาณ 30 กว่าปี โดยที่ดินนี้เป็นที่ดินว่างเปล่าเพราะบิดาข้าพเจ้าคิดว่าจะรอขึ้นเอกสารเป็นฉโนด เพราะที่ดินรอบข้างเป็นเอกสารสิทธิ์ นส3 ซึ่งมีเอกสารสิทธิ์ทั้งหมด จึงอย่ากทราบว่า จะขอเอกสารสิทธิ์ที่ดินได้หรือไม่ เพราะที่ดินติดประกาศป่าไม้ถาวร
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
ด้านบน
แผนผังเว็บไซต์
- บริการกรมที่ดิน
-
ความรู้เกี่ยวกับกรมที่ดิน
- กฎหมายน่ารู้
- การเผยแพร่กฎหมายตามมาตรา 77
- ความเป็นมาของการออกโฉนดที่ดิน
- การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
- ที่สาธารณประโยชน์
- การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน
- สารานุกรมที่ดิน
- ประมวลกฎหมายที่ดินรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
- ยุทธศาสตร์และแผนงาน
-
ข่าวกรมที่ดิน
-
ข่าวความเคลื่อนไหว
- ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
- ข่าวกองการเจ้าหน้าที่
- ข่าวรายงานการใช้จ่ายงบประมาณ
- ข่าวกรมที่ดิน
-
ข่าวความเคลื่อนไหว
สำหรับที่ดิน และที่ดินดังกล่าวไม่เป็นที่ต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินตามกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓7) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.
๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ เช่น ที่สาธารณะประโยชน์ ที่ดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน ที่เขา
ที่ภูเขา ที่เกาะ ป่าไม้ถาวร
ป่าสงวนแห่งชาติ เป็นต้น ผู้ครอบครองอาจขอออกโฉนดที่ดินได้ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
๑.
ผู้ซึ่งครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องกันมาก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดิน
ใช้บังคับ (วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙7) สามารถออกโฉนดที่ดินให้ได้ ๒ วิธี คือ
๑.๑ การเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๒)
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
โดยเป็นโครงการซึ่งกรมที่ดินได้จัดเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางไปดำเนินการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
๑.๒ ขอออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะรายตามมาตรา
๕๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินโดยยื่นคำขอที่สำนักงานที่ดินจังหวัด/สาขา/ส่วนแยก
ในท้องที่ที่ที่ดินตั้งอยู่
(สำนักงานที่ดินอำเภอไม่สามารถยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินได้)
ซึ่งก่อนที่จะมีการออกโฉนดที่ดินจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดในกรณีมีเหตุผลความจำเป็นก่อน ตามระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒
(พ.ศ. ๒๕๓๒) ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ทั้งนี้
ทั้งสองกรณีเจ้าของที่ดินจะต้องเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ ตรี
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน กล่าวคือ
หากในท้องที่นั้นเคยมีประกาศเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินแล้ว
เจ้าของที่ดินจะต้องได้แจ้งความประสงค์จะได้สิทธิในที่ดินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
หรือหากไม่ได้แจ้งแต่ได้มานำเดินสำรวจก็ยังคงถือว่าประสงค์จะได้สิทธิในที่ดิน
จึงเป็นผู้ปฏิบัติตามมาตราดังกล่าว และจะออกโฉนดที่ดินให้ได้ไม่เกิน ๕0 ไร่
ถ้าเกิน ๕0 ไร่ จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด
ตามระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒)
ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
๒.
ผู้ซึ่งครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินภายหลังวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ (ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๗)
สามารถออกโฉนดที่ดินได้เพียงวิธีเดียว คือ โดยวิธีการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน
ตามมาตรา ๕๘ และ ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๓) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
โดยเป็นโครงการซึ่งกรมที่ดินได้จัดเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางไปดำเนินการให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
อนึ่ง ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖7 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ประกาศกำหนดพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดอื่น ๆ รวม 65 จังหวัด เป็นจังหวัดที่จะทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่เพื่อออกโฉนดที่ดิน โดยกรมที่ดินได้กำหนดให้จังหวัดศรีสะเกษดำเนินการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน โดยศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี-ร้อยเอ็ด-ยโสธร-ศรีสะเกษ-อำนาจเจริญ สถานที่ตั้ง เลขที่ 1 หมู่ที่ 4 ถ.ชยางกูร ต.ขามใหญ่ อ.เมืองฯ จ.อุบลราชธานี โทร. 045312967 จึงขอให้ท่านประสาน
ศูนย์อำนวยการเดินสำรวจฯ ตั้งอยู่เพื่อขอทราบรายละเอียดกรณีดังกล่าวต่อไป