ขอหารือเกี่ยวกับการจัดประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วมในอาคารชุด
Hot
20 พ.ย. 2567
เข้าชม 81
ข้อเท็จจริง
เจ้าของร่วมในอาคารชุดได้รวมตัวกันมีคะแนนเสียงมากกว่าร้อยละยี่สิบ ทำหนังสือถึงคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด ร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วม ตามมาตรา 42/2(3) แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2551) โดยมีวาระที่สำคัญคือ 1. ถอดถอนผู้จัดการนิติ 2. แต่งตั้งผู้จัดการนิติคนใหม่แทนผู้ที่ถูกถอดถอน 3. ถอดถอนคณะกรรมการ 4. แต่งตั้งคณะกรรมการใหม่แทนผู้ที่ถูกถอดถอน
เมื่อคณะกรรมการได้รับหนังสือร้องขอดังกล่าวแล้ว จึงมีมติที่จะจัดการประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วมให้ภายใน 15 วัน จากนั้นคณะกรรมการโดยผู้จัดการนิติบุคคลได้ออกหนังสือเชิญเจ้าของร่วมมาประชุมใหญ่ตามที่มีการร้องขอดังกล่าว
ในวันประชุม หลังจากเปิดให้มีการลงทะเบียน ได้มีเจ้าของร่วมและผู้รับมอบฉันทะของเจ้าของร่วมมาลงทะเบียน นับจำนวนคะแนนเสียงได้ร้อยละ 70 ของจำนวนคะแนนเสียงเจ้าของร่วมทั้งหมด แต่ก่อนที่จะมีการเริ่มประชุมหรือเลือกประธานในที่ประชุม ได้เกิดเหตุวุ่นวายโต้เถียงกันขึ้นระหว่างผู้ที่อ้างว่ามีใบมอบฉันทะของเจ้าของร่วมจะมาขอลงทะเบียนเพิ่ม แต่เจ้าหน้าที่ที่รับลงทะเบียนตรวจสอบในสมุดลงทะเบียนพบว่าห้องดังกล่าว มีผู้รับมอบฉันทะของเจ้าของห้องได้ลงทะเบียนไปแล้ว ไม่อาจให้ลงทะเบียนซ้ำได้ ความวุ่นวายขยายวงกว้างมีผู้เข้าร่วมทั้งสองฝ่ายโต้เถียง ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณที่ลงทะเบียนที่อยู่ที่เดียวกันกับห้องประชุม คณะกรรมการเห็นว่าเหตุการณ์จะบานปลายและอาจเกิดเหตุร้ายแรง จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ประกาศยกเลิกและยุติการประชุมทันที โดยจะหาวัน
เวลาที่เหมาะสมจัดประชุมให้ต่อไป จากนั้นผู้ที่มาประชุมจึงแยกย้ายกันออกจากที่ประชุมไป แต่มีกลุ่มเจ้าของร่วมบางส่วนได้เข้ามายื้อแย่งเอกสารการลงทะเบียน ใบมอบฉันทะของผู้ลงทะเบียนจากเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียน แล้วไปดำเนินการประชุมกันเองโดยไม่มีคณะกรรมการนิติเข้าร่วมหรือยินยอมแต่อย่างใด ต่อมาฝ่ายที่จัดประชุมกันเองนั้นมีการจัดทำมติที่ประชุม และนำเอกสารต่าง ๆ ไปยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียนของสำนักงานที่ดินจังหวัด
ประเด็นคำถามและข้อหารือ
1. การจัดประชุมกันเองของเจ้าของร่วม ที่เกิดขึ้นหลังจากคณะกรรมการประกาศยุติการประชุมไปแล้วนั้น เป็นการประชุมที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ (เทียบเคียงได้กับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1310/2517 ได้หรือไม่)
2. ผู้มีส่วนได้เสียได้ใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมดังกล่าวภายใน 1 เดือนนับแต่วันประชุมแล้ว และได้ส่งสำเนาเอกสารการฟ้องคดีให้แก่เจ้าพนักงานที่ดินทราบเพื่อทักท้วงคำขอจดทะเบียน ดังนี้ เจ้าพนักงานที่ดินจะต้องสอบสวนให้ได้ความจริงก่อนรับจดทะเบียนให้หรือไม่ หรือมีระเบียบปฏิบัติอย่างไร
เจ้าของร่วมในอาคารชุดได้รวมตัวกันมีคะแนนเสียงมากกว่าร้อยละยี่สิบ ทำหนังสือถึงคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด ร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วม ตามมาตรา 42/2(3) แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2551) โดยมีวาระที่สำคัญคือ 1. ถอดถอนผู้จัดการนิติ 2. แต่งตั้งผู้จัดการนิติคนใหม่แทนผู้ที่ถูกถอดถอน 3. ถอดถอนคณะกรรมการ 4. แต่งตั้งคณะกรรมการใหม่แทนผู้ที่ถูกถอดถอน
เมื่อคณะกรรมการได้รับหนังสือร้องขอดังกล่าวแล้ว จึงมีมติที่จะจัดการประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วมให้ภายใน 15 วัน จากนั้นคณะกรรมการโดยผู้จัดการนิติบุคคลได้ออกหนังสือเชิญเจ้าของร่วมมาประชุมใหญ่ตามที่มีการร้องขอดังกล่าว
ในวันประชุม หลังจากเปิดให้มีการลงทะเบียน ได้มีเจ้าของร่วมและผู้รับมอบฉันทะของเจ้าของร่วมมาลงทะเบียน นับจำนวนคะแนนเสียงได้ร้อยละ 70 ของจำนวนคะแนนเสียงเจ้าของร่วมทั้งหมด แต่ก่อนที่จะมีการเริ่มประชุมหรือเลือกประธานในที่ประชุม ได้เกิดเหตุวุ่นวายโต้เถียงกันขึ้นระหว่างผู้ที่อ้างว่ามีใบมอบฉันทะของเจ้าของร่วมจะมาขอลงทะเบียนเพิ่ม แต่เจ้าหน้าที่ที่รับลงทะเบียนตรวจสอบในสมุดลงทะเบียนพบว่าห้องดังกล่าว มีผู้รับมอบฉันทะของเจ้าของห้องได้ลงทะเบียนไปแล้ว ไม่อาจให้ลงทะเบียนซ้ำได้ ความวุ่นวายขยายวงกว้างมีผู้เข้าร่วมทั้งสองฝ่ายโต้เถียง ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณที่ลงทะเบียนที่อยู่ที่เดียวกันกับห้องประชุม คณะกรรมการเห็นว่าเหตุการณ์จะบานปลายและอาจเกิดเหตุร้ายแรง จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ประกาศยกเลิกและยุติการประชุมทันที โดยจะหาวัน
เวลาที่เหมาะสมจัดประชุมให้ต่อไป จากนั้นผู้ที่มาประชุมจึงแยกย้ายกันออกจากที่ประชุมไป แต่มีกลุ่มเจ้าของร่วมบางส่วนได้เข้ามายื้อแย่งเอกสารการลงทะเบียน ใบมอบฉันทะของผู้ลงทะเบียนจากเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียน แล้วไปดำเนินการประชุมกันเองโดยไม่มีคณะกรรมการนิติเข้าร่วมหรือยินยอมแต่อย่างใด ต่อมาฝ่ายที่จัดประชุมกันเองนั้นมีการจัดทำมติที่ประชุม และนำเอกสารต่าง ๆ ไปยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียนของสำนักงานที่ดินจังหวัด
ประเด็นคำถามและข้อหารือ
1. การจัดประชุมกันเองของเจ้าของร่วม ที่เกิดขึ้นหลังจากคณะกรรมการประกาศยุติการประชุมไปแล้วนั้น เป็นการประชุมที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ (เทียบเคียงได้กับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1310/2517 ได้หรือไม่)
2. ผู้มีส่วนได้เสียได้ใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมดังกล่าวภายใน 1 เดือนนับแต่วันประชุมแล้ว และได้ส่งสำเนาเอกสารการฟ้องคดีให้แก่เจ้าพนักงานที่ดินทราบเพื่อทักท้วงคำขอจดทะเบียน ดังนี้ เจ้าพนักงานที่ดินจะต้องสอบสวนให้ได้ความจริงก่อนรับจดทะเบียนให้หรือไม่ หรือมีระเบียบปฏิบัติอย่างไร
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
สำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ส่วนพัฒนาธุรกิจที่ดินและอาคารชุด
โทร. 0-2141-5803-4