เจ้าพนักงานที่ดินต้องแจ้งคําสั่งตามมาตรา ๕๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบหรือไม่

Hot
วาสนา
5 ก.พ. 2569
เข้าชม 108

กรณีเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการยึดที่ดินจัดสรรแปลงที่เจ้าพนักงานที่ดินมีคำสั่งระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินจัดสรรของผู้ค้างชำระค่าบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคติดต่อกันตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป เจ้าพนักงานที่ดินต้องแจ้งคําสั่งดังกล่าวตามมาตรา ๕๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบหรือไม่ ตามกฎหมายใด
ความคิดเห็นที่ 1
กรณีการอายัดที่ดินที่อยู่ภายใต้การจัดสรรที่ดิน ตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 นั้น คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการแจ้งผู้มีส่วนได้เสียไว้ตามประกาศคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินจัดสรร ข้อ 2 วรรคสาม ว่า “เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาได้สั่งระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินจัดสรรของผู้ค้างชำระแล้ว ให้มีหนังสือแจ้งเจ้าของที่ดินให้ทราบ เรื่องการระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับภายในวันที่ลงบัญชีอายัดหรือวันทำการถัดไปเป็นอย่างช้า” และในกรณีที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้ใช้สิทธิในการระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามมาตรา 50 ดังกล่าวไว้ เมื่อกรมบังคับคดีจะทำการขายทอดตลาดที่ดินจัดสรร กรมบังคับคดีจะต้องแจ้งให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแจ้งรายการหนี้ค่าบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคพร้อมค่าปรับต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำบอกกล่าว เพื่อที่เมื่อขายทอดตลาดแล้วเจ้าพนักงานบังคับคดีจะได้กันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดไว้เพื่อชำระหนี้ที่ค้างชำระดังกล่าวจนถึงวันขายทอดตลาดแก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรก่อนเจ้าหนี้จำนอง ตามนัยมาตรา 296 และมาตรา 335 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ตอบโดย: สำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
13 ก.พ. 2569
rss image

รองรับการใช้งานได้ดีบนบราวเซอร์ Google Chrome, Firefox, Safari, Microsoft Edge. © สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2567 - กรมที่ดิน

w3c html image w3c css image
ด้านบน