การดำเนินการตาม พรบ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562

Hot
BB
30 มี.ค. 2569
เข้าชม 70

ตาม พรบ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ในส่วนของการดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม มาตรา 59 60 62 และ 64 ที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม กรมที่ดินได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ มท 0515.1/ว 4189 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 เรื่อง การดำเนินการตามพระราชบัญญัติ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ข้อ 1. ห้ามพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง หรือห้องชุด เมื่อปรากฏหลักฐานจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ว่าที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง หรือห้องชุด นั้น มีการค้างชำระภาษี เว้นแต่เป็นกรณี \"การขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล\" ตามมาตรา 67 แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562

ซึ่งการขายทอดตลาดที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง หรือห้องชุด ของเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี เป็นการขายตามคำสั่งศาล ตามมาตรา 67 แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 อันเป็นข้อยกเว้นตามหนังสือดังกล่าวข้างต้น พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองฯ ให้ผู้ซื้อทรัพย์จากกรมบังคับคดี แม้จะมีการค้างภาษีที่ดินจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

แต่พบว่า ใน หนังสือของกรมที่ดินที่ มท 0515.1/4168 ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 เรื่อง ขอหารือเกี่ยวกับการดำเนินการตาม พรบ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ 1. ได้วินิจฉัยข้อหารือว่า บริษัทฯ เป็นผุ้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดและมีความประสงค์ที่จะจดทะเบียนระงับจำนองและโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง หรือห้องชุด โดยเจ้าพนักงานบังคับคดีได้กันเงินที่ได้รับจากการขายทอดตลาด ได้เท่ากับจำนวน ค่าภาษีอากรที่ค้างชำระและนำส่งเงินดังกล่าวให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อชำระหนี้ค่าภาษีอากรที่ค้างชำระแล้ว แต่เนื่องจากพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเป็นบุคคลภายนอก มิอาจทราบได้ว่ามีการชำระหนี้ ค่าภาษีครบถ้วนแล้วหรือไม่ อันอาจมีผลทำให้เกิดความผิดพลาดในการถอนการอายัดทรัพย์สินดังกล่าวได้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้กันเงินที่ได้รับจากการขายทอดตลาดไว้ เท่ากับจำนวนค่าภาษีค้างชำระ และนำส่งเงินดังกล่าวให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อชำระหนี้ค่าภาษี ที่ค้างชำระแล้ว \"จึงต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือตามนัยดังกล่าวไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อประกอบ การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม\" ทั้งนี้ ตามมาตรา ๕๙ ประกอบมาตรา ๖๗ แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562

ซึ่งตีความได้ว่า จะต้องนำหลักฐานเป็นหนังสือมาแสดงว่ากรมบังคับคดีต้องได้ชำระภาษีที่ดินให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจนครบถ้วนแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จึงจะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองฯ ให้ผู้ซื้อทรัพย์จากกรมบังคับคดี

จากเนื้อหาของหนังสือทั้งสองฉบับดังกล่าวมีความขัดแย้งกันอย่างชัดเจน
ฉบับแรก กำหนดให้ เมื่อมีหนังสือจาก อปท.ว่าค้างภาษี มีผล ห้ามโอนฯ เว้นแต่ เป็นการขายตามคำสั่งศาล(การขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี) กล่าวคือ ให้โอนได้แม้จะมีหนังสือจาก อปท.ว่าค้างภาษี
ฉบับที่สอง กำหนดให้ เมื่อมีหนังสือจาก อปท.ว่าค้างภาษี มีผล ห้ามโอนฯ แม้จะเป็นการขายตามคำสั่งศาล(การขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี) ก็ต้องมีหลักฐานว่า อปท.ได้ชำระภาษีค้างแล้วเท่านั้น

จึงขอถามว่า การดำเนินการอย่างไร เป็นการดำเนินการที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว?
rss image

รองรับการใช้งานได้ดีบนบราวเซอร์ Google Chrome, Firefox, Safari, Microsoft Edge. © สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2567 - กรมที่ดิน

w3c html image w3c css image
ด้านบน