ปัญหารังวัดแบ่งทางสาธารณะตามคำสั่งศาล

Hot
ดาว
26 พ.ค. 2569
เข้าชม 70

เจ้าของที่ตาบอดพิพาทกับเจ้าของที่แปลงข้างหน้า คดีถึงที่สุดโดยมีคำพิพากษาตามยอมออกมาว่า จำเลยยอมยกทางพิพาทให้เป็นทางสาธารณะ และหากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม โจทก์ขอถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

เมื่อถึงกำหนดระยะเวลาการบังคับคดีโจทก์ไปขอยื่นรังวัดที่ดินแบ่งทางสาธารณะประโยชน์ตามคำพิพากษาโดยขอถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

วันรังวัดที่ดินโจทก์ผู้นำรังวัดและจำเลยมาและพูดคุยตกลงกันว่าทางที่ยกตามคำพิพากษาขอขยับออกไปอีกมุมหนึ่ง จนท.จึงทำการรังวัดทำแผนที่และทำบันทึกข้อตกลงโดยทั้งสองฝ่ายลงชื่อไว้เป็นหลักฐาน

เวลาผ่านราวๆ2อาทิตย์ สนง.ที่ดินแจ้งมายังโจทก์ผู้นำรังวัดว่า จำเลย(เจ้าของที่ๆรังวัดแบ่งหักทางสาธารณะประโยชน์) ได้พิพาทเรื่องเนื้อที่กับที่ดินแปลงข้างเคียง จึงขอให้โจทก์ผู้นำรังวัด ระงับการรังวัดไว้ก่อนเป็นเวลา60วัน เพื่อรอผลสรุปว่าคู่กรณีทั้งสองฝ่ายจะมีการฟ้องร้องกันหรือไม่ ซึ่งโจทก์ผู้นำรังวัดยินยอมระงับการรังวัดไว้ก่อนตามที่ จนท.ร้องขอเป็นเวลา 60 วัน

60วันต่อมา โจทก์ผู้นำรังวัดได้ทำการสอบถามความคืบหน้า ได้ความดังนี้
1.สนง.ที่ดินยังไม่ทราบว่าคู่กรณีมีการฟ้องร้องกันหรือไม่ ขอเวลาประสานไปยังคู่กรณีก่อน
2.หากไม่มีการฟ้องร้องกัน ต้องทำการเรียกรังวัดใหม่ เนื่องจากในวันรังวัดเมื่อครั้งก่อน เจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ได้มาครบทุกด้าน
3.หากเรียกรังวัดครั้งใหม่แล้วยังมีการคัดค้านต่อไปอีก ก็ต้องรอจนกว่าจะสิ้นสุดข้อพิพาท

คำถามมีดังนี้ครับ
1. การที่ต้องรังวัดใหม่ด้วยเหตุผลว่าเจ้าของที่ดินข้างเคียงมาไม่ครบในวันรังวัด ถูกต้องหรือไม่
2.การระงับการรังวัดชั่วคราวตามที่ จนท.ร้องขอเป็นผลให้การรังวัดเสียไปจนต้องทำการขอรังวัดใหม่หรือไม่
3.หากมีการคัดค้านกันทุกรอบที่รังวัด กระบวนการนี้จะสิ้นสุดได้อย่างไร
4.มีแนวทางแก้ไขปัญหานี้อย่างไร

ขอความกรุณาด้วยครับ
rss image

รองรับการใช้งานได้ดีบนบราวเซอร์ Google Chrome, Firefox, Safari, Microsoft Edge. © สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2567 - กรมที่ดิน

w3c html image w3c css image
ด้านบน