การเรียกเก็บค่าส่วนกลางและการคำนวณค่าปรับคิดอย่างไร

Enjoy
20 ส.ค. 2569
เข้าชม 49

ตามระเบียบการตั้งนิติสามารถเรียกเก็บเงินค่าส่วนกลางก่อนถึงกำหนดการให้บริการได้หรือไม่ เช่น กำหนดให้จ่ายปีละครั้ง และต่อมากรรมการแจ้งขอเปลี่ยนแปลงใหม่ เก็บค่าส่วนกลางปีละ 2 คร้้ง โดยออกใบแจ้งหนี้ เมื่อถึงกำหนดชำระงวด 2 ไม่มีการส่งใบแจ้งหนี้ให้ลูกบ้านโดยได้อ้างอิงว่าเป็นการแจ้งหนี้ปีละครั้ง เช่น เดือน มี.ค จ่ายครึ่งหนึ่ง และให้ส่วนลดด้วย และเดือน มิ.ย. จ่ายครึ่งหนึ่ง ภายในกำหนดจะให้ส่วนลด อย่างไรก็ตามนิติไม่มีการแจ้งเตือนลูกบ้านเมื่อใกล้ถึงกำหนดชำระ คือ ภายใน มิ.ย. เมื่อลูกบ้านจ่ายภายใน 31 ก.ค. ซึ่งอยู่ในเดือนที่นิติยังให้บริการ 1)นิติเรียกเก็บค่าปรับ12% ได้หรือไม่ จากยอดค้างชำระ 6 เดือน หรือเฉพาะยอดค้างชำระ5 เดือน ฐานการคำนวณที่ถูกต้องในการคิดค่าปรับคิดจากยอดค้างชำระท้้งจำนวน หรือตามเดือนที่ควรถึงกำหนดชำระ 2) การที่กรรมการบริการนิติไม่ออกใบแจ้งหนี้แจ้งเตือนก่อนใกล้ถึงกหนดชำระถือเป็นการละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่และขัดกับข้อบังคับนิติหรือไม่ ที่ต้องเก็บปีละครั้ง และไม่มีนโยบายให้ส่วนลด 3) กรณที่เมื่อลูกบ้านชำระครบแล้ว แต่ขาดการชำระค่าปรับซึ่งแจ้งมาภายหลัง ถือเป็นการปฏิบัติงานที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ ผิดส่วนใด 4)กรณีที่กรรมการบริหารนิติไม่ได้แจ้งเรื่องสำคัญกับลูกบ้าน เช่นการตัดสินใจเรื่องสำคัญ แต่ใช้อำนาจกรรมการตัดสินใจ ลูกบ้านสามารถแจ้งความเอาผิดกับกรรมการบริหารนิติและนิติได้หรือไม่ ซึ่งรวมถึงการไม่ปฏิบัติตามการควบคุมภายในทีดี
ความคิดเห็นที่ 1
พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 มาตรา 18 วรรคสอง กำหนดว่า เจ้าของร่วมต้องร่วมกันออกค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการให้บริการส่วนรวมและที่เกิดจากเครื่องมือ เครื่องใช้ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีไว้เพื่อใช้หรือประโยชน์ร่วมกันและค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการดูและรักษาและดำเนินการเกี่ยวทรัพย์ส่วนกลาง ตามอัตราส่วนที่เจ้าของร่วมแต่ละคนมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลางตามมาตรา 14 หรือตามส่วนแห่งประโยชน์ที่มีต่อห้องชุด ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในข้อบังคับ มาตรา 18/1 วรรคหนึ่ง กำหนดว่า ในกรณีที่เจ้าของร่วมไม่ชำระเงินตามมาตรา 18 ภายในเวลาที่กำหนดต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราไม่เกินร้อยละสิบสองต่อปีของจำนวนที่เงินที่ค้างชำระโดยไม่คิดทบต้น ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในข้อบังคับ วรรคสอง กำหนดว่า เจ้าของร่วมที่ค้างชำระเงินตามมาตรา 18 ตั้งแต่หกเดือนขึ้นไปต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราไม่เกินร้อยละยี่สิบต่อปีและอาจถูกระงับการให้บริการส่วนรวมหรือการใช้ทรัพย์ส่วนกลางตามที่กำหนดในข้อบังคับ รวมทั้งไม่มีสิทธิออกเสียงในการประชุมใหญ่ วรรคสาม กำหนดว่า เงินเพิ่มตามวรรคหนึ่งให้ถือเป็นค่าใช้จ่ายตามมาตรา 18 และมาตรา 32 (8) กำหนดว่า ข้อบังคับต้องมีสาระสำคัญเกี่ยวกับอัตราส่วนค่าใช้จ่ายร่วมกันของเจ้าของร่วมตามมาตรา 18 ดังนั้น การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามมาตรา 18 ต้องเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุด และในกรณีที่เจ้าของร่วมไม่ชำระเงินตามมาตรา 18 ภายในเวลาที่กำหนด นิติบุคคลอาคารชุดสามารถเรียกเก็บเงินเพิ่มได้ตามนัยมาตรา 18/1 หากเจ้าของร่วมค้างชำระเงินเพิ่ม นิติบุคคลอาคารชุดสามารถระงับการออกใบปลอดหนี้ค่าใช้จ่ายตามมาตรา 18 ได้ เกี่ยวกับการดำเนินการของนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งมีผู้จัดการเป็นผู้แทน นั้น ศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำสั่ง ที่ 640/2545 ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2545 สรุปว่า การดำเนินงานของผู้จัดการ คณะกรรมการควบคุมการจัดการ มติที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมนิติบุคคลอาคารชุด และการนำไปจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องระหว่างเอกชนต่อเอกชนในการจัดการนิติบุคคลที่มีลักษณะเช่นเดียวกับห้างหุ้นส่วนและบริษัทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มิใช่การกระทำทางปกครองหรือดำเนินกิจการทางปกครองของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ การฟ้องคดีเกี่ยวกับการกระทำของผู้จัดการ คณะกรรมการควบคุมการจัดการ และมติที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมนิติบุคคลอาคารชุด จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ดังนั้น หากท่านเห็นว่าการดำเนินการของกรรมการหรือผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ได้รับความเสียหาย สามารถใช้สิทธิทางศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว หรือจัดประชุมใหญ่เจ้าของร่วมเพื่อมีมติกำหนดแนวทางการดำเนินการของนิติบุคคลอาคารชุด หรือมีมติถอดถอนและแต่งตั้งผู้จัดการหรือกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดใหม่ได้ การตอบข้อหารือเป็นเพียงความเห็นเท่านั้น หากมีข้อโต้แย้งต้องใช้สิทธิทางศาล
ตอบโดย: สำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
2 ก.ย. 2569
rss image

รองรับการใช้งานได้ดีบนบราวเซอร์ Google Chrome, Firefox, Safari, Microsoft Edge. © สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2567 - กรมที่ดิน

w3c html image w3c css image
ด้านบน